เรื่องเล่าครูบ้านนอกตอนที่3

๓.“บ้านนอกเข้ากรุง กรุงเข้าเมืองหนาว”

สะพายเป้

เส้นทางไม่ใช่แค่โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ปัญหาในตอนนี้ของฉันก็คือ ฉันต้องเดินทางคนเดียว อันดับแรกคือฉันต้องจองรถจากกรุงเทพไปยังเชียงใหม่ผ่านทางเว็บไซต์บริษัทรถทัวร์ ซึ่งฉันจะต้องไปลงที่จุดนัดพบที่สถานีขนส่งอำเภอฝาง ซึ่งเป็นที่ที่ฉันไม่เคยไป ไม่เคยรู้จักมาก่อน ฉันไม่รู้จะทำยังไง ฉันพยายามไล่หาเฟชบุ๊คจากรายชื่อผู้สมัครไปเรื่อยๆ แต่ยากจังไม่พบใครเลย จนฉันเข้าหน้าเว็บเพจกิจกรรมมูลนิธิ ฉันเจอผู้เข้าสมัครโครงการคนหนึ่ง จึงได้ทักทายพูดคุยว่าจะเดินทางยังไงได้บ้าง แล้วเดินทางวันไหน โชคดีที่พี่เขาใจดี รับปากจะจองรถเผื่อฉัน พี่เขาเป็นผู้ชาย ในใจฉันก็กลัว แต่ฉันก็หมดหนทางแล้วจริงๆ ครั้งนี้ไม่ค่อยกล้าเดินทางคนเดียว เลยขอเสี่ยงไปกับพี่เขาแล้วกัน แต่ฉันก็คิดบวกมากในตอนนั้น ฉันคิดว่าคนที่เข้ามาสมัครโครงการนี้ เขาจะต้องเป็นคนที่ไว้ใจได้แน่ๆ ฉันเลยบอกแม่ว่าฉันให้ใครจองรถ ไปยังไง พี่เขาเป็นใคร ในความที่พี่เขาอายุมากกว่าฉันเยอะเลย แม่เลยไม่ค่อยจะกังวลอะไรเท่าไหร่

การจองรถกรุงเทพ-ฝาง ก็ผ่านไปด้วยดี ทีนี้ฉันก็ต้องเตรียมสะพายเป้เข้าเมืองหลวงอีกรอบ กรุงเทพเป็นที่ที่ฉันคุ้นเคยดี เพราะช่วงปิดภาคเรียนฉันขึ้นไปทำกิจกรรมกับมหาวิทยาลัยต่างๆบ่อยโดยเฉพาะคณะวิทย์ ของมหาวิยาลัยหนึ่งแถวพญาไท  ฉันเข้าออกเป็นว่าเล่น โดยอาศัยป้าเป็นคนขอแม่อีกเช่นเดิม ฉันไปไหนมาไหนได้ดีเยี่ยมเลยแหละในกรุงเทพ ไม่ว่าจะเป็นมุมไหน ซอกไหน ฉันสามารถนั่งรถไปได้ทุกที และต่อไปนี้ที่ฉันจะเล่ามันเป็นความจริงคือ ฉันไม่สามารถไปไหนมาไหนได้ในบ้านตัวเอง ถ้าถามว่าที่นี่ที่ไหน ตรงนี้ไปยังไง ฉันไม่สามารถตอบได้ เพราะฉันไปไม่ถูกเลยสักที่ พูดง่ายๆว่าฉันหลงในจังหวัดตัวเอง 555

และไม่นานฉันก็จองรถจากบ้านฉันขึ้นกรุงเทพเพื่อไปปักหลักอยู่ที่นั้นสองสามวันก่อนจะเดินทางไปเชียงใหม่ ฉันมีความจริงจะบอกในทุกๆครั้งที่ฉันขึ้นรถไปกรุงเทพฉันมักจะน้ำตาซึมตอนที่พ่อแม่และน้องยืนโบกมือ อยู่ข้างนอกรถ และเป็นห่วงที่บ้านมากๆ ครั้งนี้ก็เช่นเคย ฉันน้ำตาคลอเบ้าตาซ้ายและขวาเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่ล้อรถยังไม่เคลื่อน และแล้วก็ Hi again เมืองหลวง

“ตัวคนเดียว ท้าทาย ประสบการณ์”

การเดินทาง

เส้นทางข้างหน้า เราไม่อาจรู้ว่าต้องพบเจออะไร จะดีมากน้อยขนาดไหน แต่เมื่อเราเลือกที่จะก้าวขาออกไปแล้ว เราก็จะต้องเดินไปให้ถึงจุดหมาย

ฉันนัดพี่เขาที่ขนส่งหมอชิตในวันเดินทาง เพราะ ตั๋วรถฉันอยู่กับพี่เขา ฉันรู้สึกกังวลอยู่เหมือนกันว่าฉันจะโดยหลอกไหม บลาๆๆ ฉันได้แต่นั่งรอเวลาเพราะฉันไปถึงก่อนเวลานัดหนึ่งชั่วโมง ฉันนั่งดูนั่งนึกว่าในกระเป๋าฉันลืมเตรียมอะไรมาบ้าง และอะไรบ้างที่ฉันควรจะเตรียมเพิ่ม ฉันเตรียมไฟฉาย แบตเตอรี่สำรอง เพราะฉันกลัวว่าฉันจะไม่มีอะไรเก็บภาพจากที่นั้น

ฉันคิดคำนวณถึงแบตเตอรี่ของโทรศัพท์ว่าจะทำยังไงให้พอดีกับสี่วันสามคืน รวมวันที่ฉันต้องเดินทางกลับด้วย เพราะฉันจะต้องรายงานทางบ้านว่าฉันถึงที่หมายอย่างปลอดภัย และต้องโทรหาเรื่อยๆว่า  ณ ตอนนั้นฉันอยู่ส่วนไหนของประเทศ

ถึงเวลานัดพี่เขาก็โทรมาถามว่ารออยู่ตรงไหน วันนั้นพี่ที่ทำงานของป้ามาส่งฉัน ฉันเลยบอกว่าดึก มากแล้วให้พี่กลับก่อนก็ได้ฉันไม่เป็นไร พี่ฉันเลยขอตัวกลับก่อนเพราะพี่เป็นผู้หญิง ก่อนไปพี่ได้พูดกับฉัน ว่า “ดูแลตัวเองดีๆ อย่าไว้ใจคนอื่น ดูแลตรวจตราข้าวของดีๆก่อนขึ้นรถลงรถ เดินทางปลอดภัยนะ”   

และฉันก็เจอกับพี่ใจดีที่จองตั๋วให้ฉัน ฉันจำพี่เขาไม่ได้หรอก แต่พี่เขาจำฉันได้จากรูปในเฟชบุ๊ค แรกๆฉันก็  งงๆ ที่พี่เขาเข้ามาคุย พักหนึ่งฉันเลยนึกได้ ฉันอายมากแทบอยากจะเอาหน้ามุดใต้เก้าอี้  

ได้เวลาขึ้นรถแล้ว ฉันเดินไปตามเลขหมายชานชาลา ตรวจตราเลขทะเบียนรถ ป้ายหน้ารถเรียบร้อย มั่นใจว่าไม่ผิดคันแน่ๆ จึงขึ้นไปหาที่นั่งตามหมายเลข ฉันนั่งคนแรกสุดชั้นสอง ฉันรีบโทรบอกทางบ้าน บอกทุกคนว่าฉันขึ้นรถแล้ว และรถกำลังจะออก ถ้ามีอะไรฉันจะโทรไปเอง ฉันวางสายแล้วฉันจะปิดเครื่อง ทันทีไม่ต้องเป็นห่วง   

และคืนนั้นเป็นการเดินทางที่แปลกที่สุดเท่าที่เคยเป็น เพราะฉันไม่รู้ว่าฉันจะต้องลงตรงไหน จะถึง เมื่อไหร่ รถจะจอดพักที่จังหวัดไหน ระหว่างทางต้องพบเจออะไรบ้าง พูดง่ายๆว่าฉันไม่รู้อะไรสักอย่างเกี่ยวกับการเดินทางครั้งนี้ มีแต่ชื่ออำเภอที่ฉันต้องจำเพราะฉันจะต้องลงที่นั้น

ฉันว่ามันก็ตื่นเต้นตรงที่ฉันไม่รู้อะไรสักอย่างนี่หละ เพราะฉันจะได้ลุ้นอยู่ตลอดเวลา

….ติดตามตอนต่อไป…

ใส่ความเห็น

scroll to top