วันเด็ก1+1สัญจรกับเรื่องราวความสุขที่ถูกเก็บเกี่ยว

ทุกครั้งที่ออกเดินทางไม่ว่าจะไปที่ไหนหรือไปกับใคร สำหรับตัวฉันแล้วคิดว่าระหว่างทางย่อมมีเรื่องราวให้ได้เรียนรู้และมักจะมีความสุขเล็กๆให้เราได้จดจำอยู่เสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน

12417840_1540902012903439_3219883313933202613_n

เพื่อนๆนักศึกษาฝึกงานผู้ร่วมเดินทางในครั้งนี้  :)

          แสงแดดอ่อนๆยามเช้ากับลมหนาวและสายหมอกที่ปกคลุมทั่วพื้นที่ของมูลนิธิกระจกเงา  เหล่าซานต้าและแซนตี้เตรียมตัวออกเดินทางไปมอบความสุข  เสียงหัวเราะให้กับเด็กน้อยในพื้นที่ห่างไกล  เป็นการเดินทางอีกครั้งของเหล่านักศึกษาฝึกงานและพีๆเจ้าหน้าที่

12625803_953353041408638_988112932_n

ของขวัญและรอยยิ้มที่พร้อมจะไปมอบให้แก่เด็กๆเต็มรถกระบะ..

          การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น  แต่ความรู้สึกเหล่านี้อาจจะไม่ใช่สำหรับคนที่เมารถเช่นฉันและนุช  เราแบ่งกันเป็นสองทีมกับของขวัญและรอยยิ้มที่พร้อมจะไปมอบให้เต็มรถกระบะ  เราเดินทางกันมาเรื่อยๆประมาณ  3 ชั่วโมง  และแล้วก็มาถึงที่แรกนั่นก็คือ โรงเรียนห้วยศาลา  เริ่มจากการให้เด็กยืนเป็นวงกลมแล้วชวนกันสันทนาการ  เล่นเกมส์  และให้เด็กๆเลือกของขวัญที่ตัวเองอยากได้  หลังจากเสร็จกิจกรรมฉันก็มีโอกาสได้นั่งคุยกับคุณครูเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับเด็กที่นี่  เรื่องราวของเด็กน้อยคนหนึ่งที่ชื่อสิงห์  เนื่องจากพ่อและแม่ของเขาแยกทางกัน  ตอนนี้อาศัยอยู่กับย่าแล้วโดนย่าขังไว้ในห้องไม่ให้ออกไปไหน  ไม่ให้พบเจอหรือพูดคุยกับใคร  คุณครูไปเจอตอนเกิดเรื่องที่ไปเอาสิงห์มาเลี้ยง  เหตุการณ์นี้ทำให้เด็กกลายเป็นคนไม่กล้าแสดงออกและค่อยข้างจะหวาดระแวง  คุณครูเล่าว่าเขาเป็นเด็กที่ถ้าโดนกระทบความรู้สึกไม่ว่าจะเล็กๆน้อยๆก็จะน้อยใจและไม่มีให้ง้อได้นอกจากคุณครู      เมื่อได้ฟังเรื่องราวของสิงห์เด็กน้อยคนนี้ฉันรู้สึกสงสาร  แต่คงทำได้เพียงแค่บอกให้คุณครูช่วยดูแลสิงห์เป็นพิเศษ..

12606734_953351848075424_2118528405_n

พี่สายลมชวนเด็กๆยืนเป็นวงกลมเพื่อเตรียมตัวสันทนาการ..

IMG_7306                12523899_949893588421250_2436393718895783757_n

                สิงห์  เด็กน้อยน่าสงสารที่ฉันกล่าวถึง..                            ชานนท์  เด็กชายผู้เรียกร้องจะเอาหุ่นยนต์และรถไถ..

เราร่ำลาคุณครูและเด็กๆที่  โรงเรียนห้วยศาลาและเดินพร้อมออกเดินทางไปยัง โรงเรียนแม่แฮง  ซึ่งเป็นรร. ที่อยู่บนดอย    เรียกได้ว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ  การเดินทางเป็นไปอย่างทุลักทุเลเนื่องจากมี   หลายโค้งและทางยังคงเป็นดินแดงอยู่  แต่ถือว่าคุ้มเพราะเมื่อฉันได้มองออกไปนอกหน้าต่างก็พบกับความสวยงามที่ธรรมชาติได้สรรสร้างขึ้นมาให้ผู้มาเยี่ยมเยือนอย่างฉันได้อมยิ้มกับสิ่งที่พบเจอระหว่างทาง

12576317_953353621408580_430738809_n

ระหว่างเดินทางพบความงามที่ธรรมชาติได้สรรสร้าง..

          เมื่อมาถึงก็ได้รับการต้อนรับจากคุณครูอัครเดชและภรรยาอย่างดีเยี่ยม  และเป็นที่สนใจจากเหล่าเด็กๆ  ชาวบ้าน  เรามาถึงก็บ่ายแก่ๆแล้วจึงไม่รีรอที่จะช่วยกันเตรียมของไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์การเรียน    ของเล่น  ตุ๊กตา  ฯลฯ ทันใดนั้นเสียงจากพี่สายลมก็ได้นัดชาวบ้านและเด็กๆมารวมตัวกันเพื่อรอไปทำกิจกรรมตรงลานของหมู่บ้าน  โดยมีข้อเสนอกับเด็กๆว่าให้กลับบ้านไปอาบน้ำแต่งชุดลาหู่สวยๆมาแล้วมารับตุ๊กตาตัวใหญ่ไปเลย  สิ้นเสียงนั้นสักพักชาวบ้านและเด็กๆก็กลับบ้านกันไปเตรียมความพร้อม

ถึงเวลาของการเริ่มทำกิจกรรมวันเด็ก 1+1 สัญจร  ก่อนที่จะเริ่มแจกของขวัญก็ต้องมีการ   สันทนาการกันก่อน  เราชวนเด็กๆเล่นเป่ายิ้งฉุบ  ดาราเปลี่ยนช่อง  ฯลฯ  บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน  ก่อนที่จะเริ่มแจกของขวัญให้กับเด็กทุกคนและรางวัลพิเศษสำหรับคนที่แต่งตัวชุดชนเผ่าลาหู่

 

IMG_7540                                   IMG_7554

 

สองสาวสวยที่แต่งชุดชนเผ่าลาหู่..         แต่เนื่องจากมีรางวัลใหญ่แค่ตัวเดียว  เด็กน้อยที่ได้จึงรีบอุ้มตุ๊กตาไปหาครอบครัว..

 

12596086_953353348075274_1015952558_n

บ้านไม้ไผ่ที่เตรียมต้อนรับพวกเราอย่างอบอุ่น..

          หลังจากเสร็จกิจกรรมทุกคนก็แยกย้ายเตรียมตัวไปอาบน้ำ  ทำกับข้าว   เนื่องจากเหนื่อยกับการ ทำกิจกรรมมาทั้งวัน  ถึงเวลาไปอาบน้ำชำระร่างกายทันใดนั้นก็มีเสียงของภรรยาคุณครูอัครเดชพูดขึ้นมาว่า  “น้ำไม่ไหล  แต่สามารถเดินไปอาบที่ห้วยได้ซึ่งไม่ไกลจากที่นี่นัก”  เหล่าเพื่อนนักศึกษาฝึกงานของฉันก็กำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมของใช้ส่วนตัวเพื่อเดินไปอาบน้ำที่ห้วย  ถือเป็นประสบการณ์แปลกๆคันๆสำหรับการอาบน้ำในครั้งนี้  จริงๆตอนกำลังอาบน้ำที่ตรงนั้นเงียบงันและมืดมาก  แต่ฉันคิดว่ามันไม่ค่อยน่ากลัว     สักเท่าใดนักเพราะที่ตรงนี้มีแค่เพื่อน  เพื่อนที่รู้ใจ  : )

          เรานอนพักผ่อนหลังจากเหน็ดเหนื่อยกับการทำงาน  การเดินทางและการทำกิจกรรมมาทั้งวัน     คืนนี้พวกเราขอพักค้างคืนที่บ้านคุณครูอัครเดช  อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่าที่นี่อยู่บนเขา  เวลานอนเป็นช่วงเวลาที่เงียบสนิท  เงียบจนได้ยินเสียงลมพัดผ่านและเสียงน้ำตก  มันทำให้ฉันได้รู้สึกผ่อนคลายกับธรรมชาติ

เช้าตรู่ของอีกวันเราเตรียมเก็บสัมภาระและร่ำลาเด็กๆ คุณครูอัครเดช ชาวบ้าน  เพื่อจะออกเดินทางไปรร.บ้านแม่นาวาง

;;

               เช้าตรู่กับการเตรียมตัว..

;;['

ธรรมชาติมักสร้างความสวยงามมาให้ฉันได้อมยิ้มอยู่เสมอ..

r

               ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายต้องมีหน้าที่หาเลี้ยงเพื่อปากท้องของลูกๆ..

r33

จัดสัมภาระและของขวัญเพื่อออกเดินทางโรงเรียนถัดไป..

rr33

ธรรมชาติระหว่างการเดินทางกลับ..

          การเดินทางไปโรงเรียนบ้านแม่นาวางไปไม่ถึงเนื่องจากไม่รู้เส้นทาง  ขับวนไปวนมาขณะที่อีกทีมแจกของขวัญให้เด็กๆเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ทว่าการหลงในครั้งนี้ทำให้เจอวิวที่สามารถมองไปได้ไกลสุดลูกหูลูกตา เรานัดเจออีกทีมที่ร้านอาหารเพื่อพักรถ   พักคนและเตรียมตัวเดินทางไปโรงเรียนห้วยห้อมต่อ..

33

เด็กๆรร.ห้วยห้อมถือเป็นเด็กที่น่ารักอีกหนึ่งโรงเรียน ให้ความร่วมมือกับการทำกิจกรรมทุกอย่าง3333

           และมาถึงโรงเรียนไร่ส้มซึ่งเป็นรร.สุดท้าย ไม่ว่าจะมากี่ครั้งก็ประทับใจทุกครั้งเนื่องจากเด็กๆเคารพนอบน้อม  ร่วมมือในการทำกิจกรรมต่างๆอย่างดีเยี่ยม เราแบ่งออกเป็นฐานเพื่อสะดวกต่อการทำกิจกรรมเนื่องจากเด็กที่นี่มีจำนวนสองร้อยกว่าคน ฉันและพี่โส มีหน้าที่ประจำฐาน ป.3-ป.4 โดยให้เล่น  เกมส์ตักไข่มหาสนุกและระบายสีตุ๊กตา บรรยากาศเป็นไปอย่างครึกครื้นและสนุกสนานมาก

EFEFF        DDDDDDDDDDDD

EEEEEEEEE        GGGGGGGGGGG

SWWWWWWWWWW

เด็กอนุบาลคนสวยแต่งหน้ามา รร.

SSSSSSSSSSSSSSSSSSS

          หลังจากเสร็จกิจกรรมทั้งห้าโรงเรียน พวกเราก็เดินทางกลับมูลนิธิกระจกเงา มันเป็นความสุข  ความประทับใจที่ได้มีโอกาสมาแจกของขวัญวันเด็ก1+1สัญจรในครั้งนี้ทำให้เด็กๆมีรอยยิ้ม ความสนุกและเสียงหัวเราะ เนื่องจากเด็กเหล่านี้ยังด้อยโอกาสทางการศึกษา การกล้าแสดงออกต่างๆที่สู้เด็กคนอื่นๆ ไม่ได้ ถึงแม้ว่าแต่ละพื้นที่จะมีข้อจำกัดระหว่างภาษา วัฒนธรรม แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาอุปสรรคหรือประเด็นสำคัญสักเท่าไหร่ถ้าใจเราพร้อมจะเติมเต็มส่วนที่ขาดให้พวกเขาเหล่านี้

(ถ้ามีโอกาสสัญญาว่าจะกลับมาเก็บรอยยิ้มและเรื่องราวความประทับใจแบบนี้อีกครั้ง) ^___^

 

ใส่ความเห็น

scroll to top