Notice: Function _load_textdomain_just_in_time was called incorrectly. Translation loading for the give domain was triggered too early. This is usually an indicator for some code in the plugin or theme running too early. Translations should be loaded at the init action or later. Please see Debugging in WordPress for more information. (This message was added in version 6.7.0.) in /home/bannokco/domains/bannok.com/public_html/volunteers/wp-includes/functions.php on line 6114

Notice: Function _load_textdomain_just_in_time was called incorrectly. Translation loading for the newsplus domain was triggered too early. This is usually an indicator for some code in the plugin or theme running too early. Translations should be loaded at the init action or later. Please see Debugging in WordPress for more information. (This message was added in version 6.7.0.) in /home/bannokco/domains/bannok.com/public_html/volunteers/wp-includes/functions.php on line 6114
มื่อความฝันกลายเป็นจริง ณ. ดอยปู่หมื่น ⋆ ครูบ้านนอก ครูอาสา รับสมัคร กลุ่มคนจิตใจอาสา

มื่อความฝันกลายเป็นจริง ณ. ดอยปู่หมื่น

เรื่องเล่าคลุกน้ำตาล

::ตอน เมื่อความฝันกลายเป็นจริง ณ. ดอยปู่หมื่น:: 

 

 

 


 

เมื่อตอนเด็กๆเล็กๆยังไม่ค่อยรู้อะไร 

 

คนเรามักจะกล้าที่จะฝันและคิดว่ามันจะเป็นจริงเมื่อตอนเราเป็นผู้ใหญ่ 

 

แต่ส่วนมากมันจะดูเป็นไปไม่ได้ 

 

ก็เมื่อเราเป็นผู้ใหญ่เนี่ยเหละ 

 

ทำไมกันน่ะ!! 

 

 

 

ฉันก็มีความฝันเช่นนั้นเหมือนกานในวัยเด็ก 

 

ความจริงฝันไว้หลายอย่างและหนึ่งในความหลายอย่างของความฝันเหล่านั้น 

 

ก็คือการเป็น ครูดอย !!

 

 

และเมื่อมีโอกาส ตาลก็ไม่ลังเลที่จะคว้ามันไว้ 

 

ไม่ได้ไปเป็นอย่างสมจริงสมจัง 

 

แต่ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆแต่มันก็เป็นความทรงจำที่งดงาม 

 

 

 


 

 

การเดินทางไปเป็นครูอาสาในครั้งนี้ 

                                             เรามีเพื่อนร่วมทางหลากหลายประเภทกลุ่มชนไม่ว่าจะเป็นนักเรียนนอก 

                                                         พนักงานบริษัท เจ้าของธุรกิจ ครูอาจารย์ตัวจริง 

                                            คนว่างงาน บัณทิตป้ายแดง หรือแม้แต่นักศึกษาธรรมดาๆอย่างตาล 

                                                                    แต่เรามีจุดมุ่งหมายเดียวกัน 

                                              เลยทำให้ภารกิจของเราดำเนินไปอย่างสนุกสนานและสำเร็จ 

                                         กับระยะเวลา 4 คืน 5 วัน กับการเผชิญทุกรสชาติชีวิตบนดอยปู่หมื่น

                                                       ท่ามกลางพายุฝนที่ตกแทบไม่หยุดตลอดทริป

 

 

 

วันแรกเราเริ่มเดินทางไปฝาง เตรียมงานและพักผ่อนก่อนหนึ่งคืนตื่นเช้ามาได้ชิมลางความเป็นลาหู่จากโจ๊กลาหู่

รสชาติแปลกไปหน่อยแต่ก็อร่อยดี 

 

 

วันที่สอง มีการวางแผนแบ่งกลุ่มการทำงาน ชี้แจงรายละเอียดของงานและแนะนำตัว 

ฝนยังคงโปรยปลายตลอดวันเราเลยต้องเดินทางขึ้นดอยท่ามกลางสายฝน 

                                     รถไม่สามารถพาเราไปสู้จุดมุ่งหมายได้ เราต้องพาตัวเองกับรองเท้าหนังแท้ที่แม่ให้มา(ตีนเปล่า)

ปีนป่ายเหยียบโคลนเหลวๆนุ่มๆลื่นๆกันไปตลอดทางการล้มไม่ต้องพูดถึง 

                                                                   เพราะล้มจนแทบนับจำนวนครั้งไม่ได้

                                       บรรยากาศเหมือนเดินอยู่ในความฝันเพราะหมอกลงจัดมาก ขาวโพลนเต็มทางเดินไปหมด

 

 

เราใช้เวลาเกือบ 4 ชั่วโมงเราก็เดินถึงหมู่บ้าน 

                           ชาวบ้านต้องรับอย่างดี รถขนเสื้อผ้าเสบียงเรายังติดหล่มอยู่ตีนเขา ชาวบ้านเลยให้เราใส่ชุดของพวกเขา 

                                                            แล้วนอนพักผ่อนก่อน เหนื่อยและหนาวสุดๆไปเลย 

                                           ชาวลาหู่เค้าก่อกองไฟบนบ้านด้วย คลายหนาวได้อย่างดี น่าทึ่งในภูมิปัญญาจริงๆ

 

 

 

วันที่สาม  ตื่นเช้าขึ้นมาพร้อมกับบรรยากาศดีๆ 

                                                              วุ่นวายก่ะการไปขนกระเป๋าตอนเช้าตรู่นิดหน่อย 

                           วันนี้เราจะได้ไปเป็นครูจริงๆเราต้องเดินเท้าจากหมู่บ้านไปโรงเรียน 1.5 กิโลท่ามกลางฝนเพื่อไปสอนเด็ก

                                           เด็กที่นี้ไม่ว่าจะตัวเล็กๆหรือใหญ่ๆต้องเดินไปกลับวันล่ะ 3 กิโลเพื่อเรียนหนังสือ 

                                                                      ไปถึงเราก็แยกไปประจำชั้นต่างๆ

                                                          ตาลเลือกสอนอนุบาลเพราะคิดว่าเด็กๆน่าจะสอนง่ายกว่า 

                                                                แต่คิดผิดมหันต์เพราะอนุบาลที่นี้ซนมาก

                                                   ฟังภาษาไทยไม่ค่อยเข้าใจสมาธิก็สั้นสุดๆป่วนกันไปหลายชั่วยาม

                                                      กว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางและหากิจกรรมเหมาะกับเด็กได้ 

 

                                                   สุดท้ายตอนบ่ายเลยให้นอนแต่กว่าจะจัดการเอาเข้านอนได้เกือบสองชั่วโมง

                             ไม่ยอมหลับแต่พอหลับแล้วเรียกตื่นให้ไปเอาของบริจาคและกลับบ้านก็ไม่ยอมตื่นเด็กหนอเด็กน่ารักจริงแท้ 

 

 

วันที่สี่ ครอบครัวแสนน่ารักที่ตาลไปอาศัยเค้าอยู่มาสองวัน 

                                                                  ลุกมาทำข้าวห่อใบตองให้แต่เช้าตรู่ 

                                                        วันนี้สนุกสุดเหนื่อยสุดๆในชีวิตเพราะต้องปีนขึ้นดอยชันละลิ่ว 

                                          แบกท่อไปทำประปาภูเขา ขนหินทำฝายแม้ว เหนื่อยมากเพิ่งเคยทำเหมือนกัน 

                                                 ขั้นตอนก็ไม่ยากนักแต่วันนี้ชาวบ้านเข้ามาช่วย ช่วยได้มากๆเลยเหละ 

 

วันนี้กินข้าวห่อใบตองกลางสายฝนในป่าเขา ลำบากแต่มีความสุขโครต 

                                               เสร็จเกือบค่ำกว่าจะถึง ชาวบ้านเค้าสอนวิธีเก็บยอดชากับการทำชาด้วย 

                                                                   ก็ลองไปเก็บเล่นๆกวนเล่นๆดู สนุกมาก

 

 

 

 

ตอนดึกนี้มีซึ้งสุดเพราะมีงานเลี้ยงขอบคุณ แม่บ้านบ้านตาลเอาชุดชนเผ่ามาให้ใส่ไปร่วมงานด้วย

วันนี้เค้าโชว์เต้นระบำชนเผ่า ก็เข้าไปร่วมเต้นกับเค้าด้วยสนุกมากๆเลยเหละ ได้ท่าเต้นน่ารักๆตั้งหลายท่า

วันที่ห้า วันสุดท้ายและท้ายสุด 

ช่วงเช้าวันนี้รู้สึกว่าอยู่กับตัวเองมากพอสมควรได้ทบทวนบางสิ่งบางอย่าง 

                                 และวันนี้ก็เป็นวัยที่ได้สัมผัสความรู้สึกที่เค้าว่ากันว่าชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายมันเป็นยังไง

                             เพราะการเดินทางกลับชาวบ้านขับรถลงมาส่งหวาดเสียวสุดชีวิต ความรู้สึกต่างจากตอนเดินลิบลับ

                    รถเอนไปเหมือนมันจะคว่ำ ลื่นไถลไปเหมือนจะเอาไม่อยู่ กลัวจนแบบไม่รู้จะกลัวยังไง เลยไม่มองทางดีกว่าดีขึ้นเยอะ 

 

แต่มาตกผลึกๆความคิดตอนสุดท้ายเมื่อได้คุยกับครูวีว่า 

ถ้าไว้ใจลุงคนขับแบบสนิทใจตั้งแต่แรกก็คงไม่กลัวขนาดนี้ 

                                                                 กลับมากินข้าวและสรุปงานกันที่โรงแรม 

                                                        แล้วก็ไปเดินเที่ยวน้ำพุร้อนต่อ สักพักฝนตกเลยถึงกาลเวลา 

                                                               ที่ต้องลากจากเพื่อนร่วมอุดมการณ์ทั้งหลาย 

                                                    ระหว่างทางกลับมาถึงเชียงรายวันนี้เจอรุ้งกินน้ำสองเส้นคู่กันด้วย 

                                                บางทีอาจจะเป็นสัญญาณเตือนดีๆว่าชีวิตตาลกำลังจะเจอสิ่งดีๆก็เป็นได้

 

^_____^

น้ำตาล

Leave a Reply

scroll to top