Notice: Function _load_textdomain_just_in_time was called incorrectly. Translation loading for the give domain was triggered too early. This is usually an indicator for some code in the plugin or theme running too early. Translations should be loaded at the init action or later. Please see Debugging in WordPress for more information. (This message was added in version 6.7.0.) in /home/bannokco/domains/bannok.com/public_html/volunteers/wp-includes/functions.php on line 6114

Notice: Function _load_textdomain_just_in_time was called incorrectly. Translation loading for the newsplus domain was triggered too early. This is usually an indicator for some code in the plugin or theme running too early. Translations should be loaded at the init action or later. Please see Debugging in WordPress for more information. (This message was added in version 6.7.0.) in /home/bannokco/domains/bannok.com/public_html/volunteers/wp-includes/functions.php on line 6114
กลิ่นไอฝน บนดอยสูง ⋆ ครูบ้านนอก ครูอาสา รับสมัคร กลุ่มคนจิตใจอาสา

กลิ่นไอฝน บนดอยสูง

 

ครั้ง แรกที่เหล่าครูอาสาได้พบหน้ากัน  ดูเหมือนจะเป็นคนแปลกหน้าของกัน และกัน  แต่กับบางคนอาจจะดูคุ้นหน้ากัน  ราวกับว่าเคยพบกันมาก่อนที่ไหนสักแห่งแต่จำไม่ได้
“ผมว่าผมเคยเห็นหน้าคุณนะ”   ชายอ้วนผิวดำศีรษะเถิกพกกล้องถ่ายภาพถามผม
“ไม่หรอกมั้ง  คนเรามีน่าตาที่คล้ายกันเยอะครับ”  ผมตอบเขาเชิงปฏิเสธทั้งที่คุ้นหน้าคุ้นตาเขาเหมือนกัน   อาจเป็นเป็นเพราะ โชคชะตา  หรืออาจไม่เกี่ยวข้องกันเลยก็ได้ที่เหล่าครูอาสาทุกท่านต่างมารวมตัวกัน  เพื่อทำกิจกรรมฯ ในครั้งนี้  
ครูฯ ทุกท่านออกเดินเท้าเพื่อไปหมู่บ้านสุขเกษม  ซึ่งต้องผ่านทิวเขาอันเขียวขจีที่หมอกบนยอดเขาในยามนี้ไม่ปรากฏให้เห็นมาก นัก  เพราะเป็นเวลาที่สายมากแล้ว  ในระหว่างเดินพวกเรา กังวลเรื่องฟ้าฝน  เพราะมีฝนลงเม็ดบ้างแล้วแต่ไม่มากนัก  ในขณะที่เดินไปเรื่อยๆ
“ระวังหนามด้วยนะ…”  เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งตะโกนของเพื่อนครูฯ ด้วยกันแม้จะยังไม่รู้จักกันดีก็ตาม  จนในที่สุดคุณครูฯ ก็เดินมาจนถึงลำห้วยเล็กๆ  หลายคนอออกอาการลังเลใจ

   

        ใช้เวลาไม่นานนักเหล่าครูฯ ก็ตบเท้าเข้าสู่หมู่บ้านฯ  เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมอาหารที่เพียงพอต่อการดำรงชีพภาพในระยะเวลา 4 คืน  5 วัน  ถ้าครูฯ  คู่ไหนทำกับข้าวไม่เป็นจะโชคร้ายมาก เหมือนคู่ของผม
“คุณเคยทำกับข้าวใช่ไหมครับ”  ผมถามเพื่อนครูฯ  ที่ต้องอยู่ด้วยกัน
และเขาตอบ  “ใช่ครับ  ผมเคยทำ  แต่นั่นต้องย้อนไปสมัยที่ผมเป็นลูกเสืออยู่ตอน ม.3”  คิดสภาพดูเอาเองก็แล้วกันครับ
แต่ ในความโชคร้ายก็พอมีความโชคดีอยู่บ้างที่ลูกๆ  ของอาดะที่ผมเข้าอยู่จะทำกับข้าวไว้เสมอ  แต่พวกผมไม่อยากรบกวนมากนัก  จึงพยายามทำกับข้าวกันเองบ่อยครั้ง
เช้า วันรุ่งขึ้นครูแทบทุกท่านได้รับเกียรติให้เข้าโบสถ์คริสต์เล็กๆ  ของหมู่บ้านฯ  ชาวบ้านจะมารวมตัวกัน และถือโอกาสนี้รำลึกงานวันแม่ไปด้วย  เสียงกีต้าร์บรรเลงให้จังหวะ  ทุกคนในโบสถ์ต่างร้องเพลงเว้นแต่คนชาวพุทธที่ร้องไม่เป็น  กิจกรรมทางศาสนาของชาวคริสต์ในหมู่บ้านฯ  ดำเนินต่อไปเรื่อยจนกระทั่ง สิ้นสุด  และให้มีการให้ลูกพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวกับแม่ของตนเอง  เด็กสาวคนหนึ่งออกมายืนพูดบนเวทีที่สะกดให้อารมณ์ของทุกคนในขณะนั้นให้ ซาบซึ้งในเรื่องของความเป็นแม่  แม้เธอจะพูดออกมาเป็นภาษาอาข่าที่ผมฟังไม่ออก  แต่ผมและเหล่าครูฯ นั้นสัมผัสได้ถึงความรู้สึกแบบนี้  บางคนน้ำตาคลอเบ้า  บางคนน้ำตาไหล  แต่กับบางคนก็เก็บความรู้สึกเอาไว้โดยไม่แสดงออกให้ใครรู้

           วันที่ผ่านๆมา  ผมเห็นครูฯหลายท่านเหมือนรู้ว่าเวลาของตนมีอยู่น้อยนิด  จึงทุ่มเทกับการทำกิจกรรมสันทนาการกับเด็กอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย  บางส่วนได้ทำถังขยะให้กับหมู่บ้านโดยการสานไม้ไผ่  บางส่วนได้เข้าไปตัดไม้ไผ่มาสร้างราวทางเดินขึ้นโบสถ์  ซึ่งเป็นทางที่ชัน  และลื่นมากหากมีฝนตก  ครูฯ  หลายท่านได้เข้าคลุกคลีอยู่กับชาวบ้านและเด็กราวกับเป็นญาติสนิทก็ไม่ปาน  ความผูกพันภาพในจิตใจจึงเกิดขึ้นมาก

 และ แล้ววันนี้วันที่ครูบ้านนอก ต้องสวมวิญญาณความเป็นก็มาถึง  ครูกระปรี้กระเปร่าตื่นนอนแต่เช้า (มีบางคนแอบตื้นเต้นจนนอนไม่หลัง)เพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียนพร้อมเด็ก ๆ  “ครูครับ / ครูขา  รีบเดินมาเร็วค่ะ เดี๋ยวไปโรงเรียนสาย” 8.00  โมงเช้าครูเข้าแถวพร้อมเด็ก ๆ ก่อนแยกย้ายกันเข้าสอนตามชั้นเรียน  ครูและเด็กวาดลวดลายกันเต็มที่  ครูสอน  เด็กเรียน  โอ้ย …สนุกสุด สุด  มองดูนาฬิกา อะไรเที่ยงอีกแล้วเหรอทำไมเวลาเดินเร็วเช่นนี้  ยังสอนไม่เสร็จเลย   เอ้า…เที่ยงก็เที่ยง  ครูรวมกันที่ห้องประชุมเพื่อกินข้าวกลางวันร่วมกัน พูดคุยกิจกรรมครึ่งวันที่สอนเด็กมา  ” โอ้ย..เด็กที่ห้อง สนุกกันใหญ่ ซนเป็นลิง  “  บางเสียงก็ ” เด็กมันไม่ยอมเรียน ชวนให้เรา (ครูบ้านนอก) เล่นกิจกรรมอย่างเดียว “ และอีกหลายเสียงที่พูดเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์กัน ลืมบอกไปอีกอย่างวันนี้ที่รงเรียนทำอาหารเลี้ยงด้วย  ขนมจีนแกงเขียวหวาน  ผัดเผ็ดถั่ว  ลำขนาด!!! ช่วงบ่ายสอนตามปรกติ  บ่ายแก่ ๆ ก็มีการแข่งขันกีฬาระหว่างครูบ้านนอกและเด็ก ๆ สนุก ระบม  ปะปนกันไป  ไอ้ที่ระบมนี้ครูทั้งนั้นแหละ  สู้แรงเด็กไม่ได้    โรงเรียนเลิกครูเดินกลับบ้านพร้อมเด็ก ๆ ร้องเพลงบ้าง พูดคุยแลกเปลี่ยนกันบ้าง แป็บเดียวก็ถึงบ้าน

          วันสุดท้ายที่ต้องอำลา  มันจึงต่างจากภาพตอนที่ครูฯ เดินเข้ามามากมายนัก  ครูฯ หลายคนมีหยาดน้ำตาแห่งความอาลัย  เป็นความรู้สึกที่โหยเศร้าหม่นเหงาอย่างบอกไม่ถูก  ผมเองก็ได้แต่มองภาพการจากเหล่านั้นด้วยบรรยากาศซึมเซา ก่อนกลับเหล่าครูฯ ได้มานั่งสรุปสิ่งต่างที่ประสบพบเจอในหมู่บ้านฯ หลายอย่างเป็นปัญหาที่ต้องเพิ่งภาครัฐ  (ช้ามาก)  แต่บางอย่างพวกครูสามารถทำเองได้  พวกครูทั้งหลายจึงมีแนวคิดที่จะกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง  แต่ก็อีกนั่นแหละมันเป็นเรื่องของอนาคต  อีกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้  อาจมีหรือไม่มีก็ได้  แต่ผมก็หวังว่าหยาดน้ำตา  รอยยิ้ม  และเสียงหัวเราะจะคืนมาอีกครั้งไม่ช้านี้ ในบางครั้งภาพเด็กๆจะผ่านเข้ามาใน หัวของผมทำให้นึกถึงวันเก่าๆ ที่ผ่านมา  แล้วคุณละเป็นเหมือนผมบ้างไหม…..

 

Leave a Reply

scroll to top