บทที่ 2 บทเรียนของการเป็นครู
ผู้ที่เป็นทั้งผู้ให้แล้วก็ได้รับในเวลาเดียวกัน
“Everyone is a teacher……Everything is a lesson”
เริ่มต้นวันที่สอง วันแห่งการเป็นครู ครูบ้านนอกแต่ล่ะคนเริ่มถาม ตัวเองละว่า จะสอนอะไรเด็กๆดี บางคนเตรียมสื่อการสอนมาเป็ นอย่างดี บางคนมีแค่ใจกับแรงกายที่พร้อมเต็มที่กับทุกกิจกรรมการ สอน แต่ความยากมีมาท้าทายเราอยู ่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างในเ รื่องของภาษาของเด็กๆ ความแตกต่างในพัฒนาการของเด็กๆ แต่ละชั้น ตั้งแต่อนุบาลจนถึงป.6 ซึ่งครูบ้านนอกได้รับโจทย์หินที่ว่าแต่ละกลุ่มจะต้องเวียนฐานการสอนให้ครบทุกระดับ ชั้น …. omg…แล้วแบบนี้ครูบ้านนอก กว่าหกสิบชีวิตจะรังสรรกิจก รรมการเรียนการสอนออกมายังไ งละทีนี้
ถามว่าไม่ได้เป็นครูแล้วสอน ได้หรือ?….. ดูผิวเผินแล้วตอบเลยว่ามันไ ม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยที่จะรับมือและจัดการเรี ยนการสอนให้กับเด็กๆ ตั้งแต่ชั้นอนุบาล จนถึงป. 6 ในเวลาเพียงแค่หนึ่งวันเท่า นั้น แต่พอเราได้รู้จักกับเด็กๆทีล่ะชั้น เรากลับสัมผัสได้ถึงความตั้ งใจของเด็กๆบ้านผาแดงหลวงทุ กคน ที่ทำตัวเสมือนแก้วเปล่า เสมือนผ้าขาว รอให้ครูบ้านนอกมาเติมน้ำลง ไปในแก้ว มาระบายสีผ้าขาวให้เปลี่ยนเ ป็นผืนผ้าที่มีสีสันสดใส ถ้าถามถึงเรื่องวิชาการแบบเ ต็มรูปแบบขนาดนั้น คงไม่ใช่ซะทีเดียว กิจกรรมของครูบ้านนอกที่เหมือนน้ำที่เติมในแก้วหรือเหม ือนสีที่ระบายบนผ้าขาว จะเป็นกิจกรรมในเชิงบูรณากา รเป็นส่วนใหญ่ ที่ให้ความรู้แบบสอดแทรกเนื้อหาไปกับกิจกรรมนันทการ
หลังจากทำการแบ่งกลุ่ม เตรียมกิจกรรม เป็นที่เรียบร้อยจากนั้นการ สอนของครูบ้านนอกก็เริ่มขึ้ น …. เริ่มจากเด็กป.6 ดูเหมือนจะมีจำนวนน้อยที่สุ ดในบรรดาเด็กทั้งโรงเรียน เด็กกลุ่มนี้เป็นเด็กที่มีค วามกล้าแสดงออก มีความคิดและความรู้พื้นฐาน ติดตัวอยู่แล้ว สิ่งที่ครูบ้านนอกอย่างเราท ำคือกระตุ้นให้ความกล้าแสดง ออก ความคิดและความรู้พื้นฐานเห ล่านั้น ได้ถูกแสดงออกมาอย่างเป็นระ บบ ระเบียบ และก็สอดแทรกไปกับกิจกรรมนั นทการเพื่อให้เกิดความสนุกส นานและความบันเทิงในระหว่าง กิจกรรม เท่านั้นเอง
ผ่านจากเด็กป.6 กลุ่มครูบ้านนอกของเราเวียน มาเจอกับเด็กวัยอนุบาล เล่นเอาปรับอารมณ์ไม่ทันกัน เลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่ากิจกรรมที่ให้ เด็กอนุบาลนั้น จะให้เหมือนกับเด็กป.6 คงเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน เด็กอนุบาลมีจำนวนค่อนข้างเ ยอะ น่าจะเยอะที่สุดในจำนวนเด็ก ทั้งหมด วิธีการจัดการกับเด็กกลุ่มนี้เหมือนกับจับปูใส่กระด้งกันเลยทีเดียว เพราะเด็กในวัยอนุบาล อยู่ในช่วงกำลังซน กำลังอยากเรียนรู้ พลังงานของเด็กจะล้นมากๆ เราไม่สามารถนำระบบระเบียบข องความคิดมาตีกรอบเด็กเหล่า นี้ได้อย่างที่คิด ดังนั้นครูบ้านนอกอย่างเราจ ึงจัดกิจกรรมนันทนาการ ที่เน้นเสริมสร้างจินตนาการ ให้เด็กๆ ได้ค่อยๆเรียนรู้ไปทีล่ะเล็ กทีล่ะน้อยจากการระบายสีภาพ วาดที่เด็กๆ คุ้นเคย เช่น คน, การ์ตูน, สัตว์ เป็นต้น
หลังจากที่เด็กๆระบายสีเสร็ จแล้ว เรานำผลงานภาพของเด็กๆ มาจัดเรียงเป็นลักษณะนิทรรศ การ ซึ่งวิธีนี้มันสามารถสอนให้ เค้าเกิดความภูมิใจในจินตนา การของตนเอง จินตนาการที่ไร้ขอบเขต จินตาการที่ไม่ต้องมีการบัง คับและไม่ต้องมีการตีกรอบขอ งความคิด ได้ดีเลย เด็ก ป.1 เราฝึกให้เด็กๆ รู้จักการแสดงอารมณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น มีความสุข ร้องไห้ หัวเราะ โมโห ไม่สบาย หลังจากนั้นให้เค้าวาดภาพบ้ านของตัวเองลงบนที่สมุดที่ค รูแจกไปแล้วเอาผลงานของตัวเ องมาถ่ายรูปด้วยกัน ทำให้เห็นโมเมนต์และจินตนาก ารน่ารักๆของเด็กๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ
สำหรับเด็กป.2 เราเริ่มให้เค้าฝึกการแสดงอ อกด้วยท่าทาง โดยการใบ้และทายคำ เป็นการฝึกให้เด็กได้กล้าแส ดงออกและใช้จินตนาการของตัว เองไปในเวลาเดียวกัน ซึ่งเด็กๆอาจจะยังมีความเขิ นอายอยู่บ้าง แต่จากการทำกิจกรรมนี้ มันเหมือนเป็นการกระตุ้นให้ เค้าเริ่มมีพัฒนาการจากการใ ช้จินตนาการมาเป็นการกล้าแส ดงออกซึ่งจินตนาการของเด็กๆ ออกมาได้โดยที่เค้าไม่รู้ตั ว
มาถึงเด็กป.3 เราเริ่มนำความรู้เกี่ยวกับ วิชาคณิตศาสตร์ที่เด็กๆเอ่ย ปากมาว่าชอบเรียน มาเป็นเกมให้เด็กๆ ได้ลับสมองและได้เล่นกันแบบ สนุกสนาน ซึ่งครูบ้านนอกเองเริ่มจะเห็นพัฒนาการในด้านการเรียนรู ้ของเด็กในวัยนี้ได้ค่อนข้า งชัดเจน ส่วนเด็ก ป.4 กลุ่มสุดท้ายที่กลุ่มของเรา ได้ทำการสอน เราเน้นการสอนคล้ายๆกับเด็ก ป.3 แต่เรากลับได้เรียนรู้ถึงกา รทำงานร่วมกันเป็นทีม ความกล้าแสดงออกที่เพิ่มมาก ขึ้น ความมีไหวพริบ ของเด็กๆ กลุ่มนี้ได้ค่อนข้างชัดเจนม ากจนอดที่จะประทับใจไม่ได้
กลุ่มสุดท้าย คือ เด็กป.5 ที่ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ทำก ารสอนเชิงวิชาการ เพราะด้วยเวลาอันจำกัด แต่ก็อยากสัมผัสถึงความน่าร ักของเด็กๆอยู่ ครูบ้านนอกกลุ่มเราเลยเข้าไ ปพบปะเด็กและใช้เวลาที่มีน้ อยนั้น ให้เด็กเกิดความประทับใจได้ ผ่านเสียงเพลงและกิจกรรมนัน ทนาการแบบรวบรัด ซึ่งกิจกรรมของครูบ้านนอกกลุ่มเรา กลุ่มที่ 6 เป็นเพียงตัวอย่างกิจกรรมเพ ียงกลุ่มเดียวจากทั้งหมด 7 กลุ่ม แต่ทว่าครูบ้านนอกแต่ละกลุ่ มก็จะมีไอเดียที่สร้างสรรค์ สำหรับการเรียนการสอนแตกต่า งกันออกไป ตามความสามารถของครูแต่ล่ะค น ซึ่งคนที่จะได้กำไรที่สุดก็ เห็นจะเป็นเด็กๆเหล่านี้ ที่จะได้รับความรู้ในมุมมอง ที่แตกต่างกันในหลายๆด้าน จากหลากหลายสาขาอาชีพ
ส่วนครูบ้านนอกกลุ่มไหนที่พ อมีทุนทรัพย์ ก็สามารถเตรียมของรางวัลเล็ กๆ น้อยๆให้เป็นที่ระลึกแก่เด็ กๆ นำไปใช้ประโยชน์ได้หลังจากเ สร็จกิจกรรมแต่ละฐาน นอกจากการเป็นครูผู้ให้ความ รู้ผ่านการเรียนการสอนแล้ว ครูบ้านนอกยังแบ่งกลุ่มมาใช ้แรงงานเพื่อเป็นประโยชน์กั บสถานที่ที่เรียกว่าโรงเรีย นของเด็กๆเหล่านี้กันอีกด้ว ย
เห็นแล้วใช่มั้ยครับว่า มาเป็นครูบ้านนอก ต้องมาทำอะไรบ้าง ถึงไม่เป็นครูก็สามารถสอนแล ะให้ความรู้แก่เด็กๆ ได้ เพราะความเป็นครูนั้นอยู่ใน จิตใต้สำนึกของคนทุกคนอยู่แ ล้ว หากแต่เพียงว่าเราจะสอนใคร สอนเรื่องอะไร สอนเพื่ออยากให้คนที่เราสอน ได้รับอะไร อาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นความ รู้ด้านวิชาการมากมายนักก็ไ ด้ เพียงแค่สอนการใช้ชีวิตก็ถื อว่าเป็นการสอนแล้ว
หลังจากจบกิจกรรมในวันแห่งก ารเป็นครู เหล่าครูบ้านนอกก็ทำการสรุป กิจกรรมที่ได้รับในแต่ละกลุ ่มให้เพื่อนครูบ้านนอกกลุ่ม อื่นได้รับฟังเพื่อเป็นการแ ลกเปลี่ยนประสบการณ์ ระหว่างกลุ่มครูบ้านนอกแต่ล ะกลุ่มอีกด้วย ซึ่งนอกจากการที่เราจะได้เป ็นผู้ให้ในฐานะครูแล้วเรายั งจะได้รับสิ่งอื่นกลับมา ไม่ว่าจะเป็นการได้ทำงานร่ว มกันเป็นทีม สอนให้เรารู้จักแก้ไขปัญหาเ ฉพาะหน้า ได้เรียนรู้ถึงจิตวิญญาณของ การเป็นครูที่แท้จริง
ปล. ขอบคุณครูบ้านนอกกลุ่ม 6 ทุกคนที่ร่วมคิดกิจกรรมให้เ ด็กๆ ด้วยกันมาน้า LuV you All
1/3
2/3
3/3
ภาพ/เรื่อง : Joon San
Post Views: 1,198