Notice: Function _load_textdomain_just_in_time was called incorrectly. Translation loading for the give domain was triggered too early. This is usually an indicator for some code in the plugin or theme running too early. Translations should be loaded at the init action or later. Please see Debugging in WordPress for more information. (This message was added in version 6.7.0.) in /home/bannokco/domains/bannok.com/public_html/volunteers/wp-includes/functions.php on line 6114

Notice: Function _load_textdomain_just_in_time was called incorrectly. Translation loading for the newsplus domain was triggered too early. This is usually an indicator for some code in the plugin or theme running too early. Translations should be loaded at the init action or later. Please see Debugging in WordPress for more information. (This message was added in version 6.7.0.) in /home/bannokco/domains/bannok.com/public_html/volunteers/wp-includes/functions.php on line 6114
ดอกไม้กลางไพร ⋆ ครูบ้านนอก ครูอาสา รับสมัคร กลุ่มคนจิตใจอาสา

ดอกไม้กลางไพร

สองมือที่ตีกระทบหนังกลอง…….

ด้วยห้วงทำนองเป็นจังหวะเพลง ซ้ำไปซ้ำมา ประกอบกับเสียงฉาบและการเป่าจิ้งหน่อง ขบวนผู้คนแต่งกายในชุดชนเผ่าลาหู่ ล้อมวงเป็นวงกลม ประกอบด้วยท่าเต้นย้ำเท้าไปตามจังหวะกลอง เข้ากับทำนองได้เป็นอย่างดี “จะคึ” หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ปอเตเว” คณะครูบ้านนอกและหงะปา (พ่อ) หงะเอ (แม่) รวมทั้งเด็ก ๆ เยาวชนในชุดชนเผ่าลาหู่นะ ออกมาเต้นรำกันอย่างสนุกสนานซึ่งเคลือบแฝงด้วยวัฒนธรรมที่ไม่เสื่อมคลายของชนเผ่าลาหู่ ในคืนนี้คืนวันอำลาครูบ้านนอก รุ่น 77 ณ บ้านห้วยลุหลวง เป็นคืนที่สี่แล้วสินะที่ครูบ้านนอกเข้าไปอาศัยและทำกิจกรรมกับเด็ก ๆ และชาวบ้าน มันช่างรวดเร็วยิ่งนัก ครูและเด็ก ๆ ไม่อยากให้ถึงวันนี้เลยมันช่างเศร้าเสียจริงเมื่อนึกถึงวันพรุ่งนี้ที่ต้องจากกัน น้ำตาสักกี่หยาดหยดที่ไหลรดแก้มมันเป็นน้ำตาแห่งการลาจากแห่งความประทับใจที่ตราตรึงผู้มาเยือนได้เป็นอย่างดี

หากมองย้อนกลับ ไปตั้งแต่วันแรกที่มาถึง  คณะครูก็ได้สัมผัสถึงการต้อนรับที่แสนจะอบอุ่นเป็นกันเองของหมู่บ้านที่ เข้าไปพักพิง ซึ่งเป็นวิสัยดั้งเดิมของชนเผ่า
ลาหู่  ที่ต้อนรับผู้มาเยือน ตามธรรมเนียมวันแรกที่มาถึงครูต้องเข้าพักบ้านเด็ก ๆ และอยู่รวมกันเป็นครอบครัวเดียวกันกับชาวบ้าน  เพื่อสร้างความกลมเกลียวแน่นแฟ้นด้านความสัมพันธ์ได้เป็นอย่างดี  มื้อเย็นมื้อนี้เป็นมื้อแรกที่ครูต้องแสดงฝีมือในการทำอาหาร  และรับประทานอาหารร่วมกับคนในครอบครัวเป็นมื้อแรก กลางคืนก็เป็นกิจกรรมสันทนาการที่ครูบ้านนอกทำร่วมกับเด็ก  ในทุก ๆ คืนและทุก ๆ วัน ที่คณะครูบ้านนอกเข้าไปทำ กิจกรรม  สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับครูและเด็ก ๆได้เป็นอย่างดีจากจุดนี้เองเป็นการสร้างความสัมพันธ์ทางด้านจิตใจของทั้ง ครูและเด็กอย่างไม่รู้ตัว เมื่อถึงวันที่ครูบ้านนอกต้องเป็นนักเรียนบ้างมันช่างเป็นวันแห่งการเรียน รู้ของครูจริง  ๆ โดยมีนักเรียนเป็นครูและครูก็กลับกลายมาเป็นนักเรียน  เป็นการเรียนรู้การดำรงชีวิตเพื่อความอยู่รอดตามแบบฉบับชนเผ่า

วันนี้เราครูบ้านนอกและเด็ก ๆ เดินทางไปน้ำตก
          ระหว่างสองข้างทางคุณครูตัวน้อยสอนให้เราหาอาหาร เก็บผักหญ้าที่สามารถกินได้มาทำอาหารเที่ยงกินกัน ที่น้ำตก โดยข้าวมื้อนี้เป็นการหุงข้าวและประกอบอาหารที่เก็บมาได้โดยมีกระบอกไม้ไผ่ เป็นภาชนะในการหุงต้ม  เด็กและครูแสดงฝีมือกันอย่างเต็มที่  เริ่มตั้งแต่ช่วยกันหาภาชนะตลอดจนถ้วยจานที่ทำมาจากใบตอง  น้ำที่ใช้ก็เป็นน้ำจากธรรมชาติที่ไหลมาจากน้ำตกโดยเด็กสอนให้ครูรู้จักวิธี การดื่มน้ำจากตาน้ำ   ซึ่งครูถึงกับอึ้ง เพราะวิชาที่ร่ำเรียนมาสู้เด็ก  ๆ ไม่ได้เลยในการเอาตัวรอด

จากวันเป็นคืน…
ที่ คณะครูอาศัยอยู่ร่วมกันในหมู่บ้านเสียงหัวเราะและรอยยิ้มไม่เคยเลือนหายไป จากใบหน้า  ดึกแล้วที่แห่งนี้ ปราศจากไฟฟ้า   เมื่อทิวา ย่างกรายผ่านมา ค่ำคืนที่นี่จึงมืดมิด  มีเพียงแสงดาวเท่านั้นที่ส่องทาง  ระยิบระยับ  วับวาวอยู่บนฟ้า เราแหงนหน้ามองดวงดาว เหมือนว่าจะเอื้อมคว้าถึงมัน แต่เปล่าเลย  เราอยู่ไกลเหลือเกิน คิดพลางยิ้มเยาะให้กับตัวเอง แต่มันคงมีดาวอีกดวงที่เราไขว้คว้าได้นั้นคือดาวประดับใจที่เราได้รับจาก เด็ก ๆ และคนในชุมชน ความเหน็บหนาว เมื่อหมอกห่มร่าง  ใต้ฟ้า  กายสะท้าน ลมยะเยือก  เย็นเยียบยิ่งนัก  อรุณรุ่ง  หมอกยังหนาตา  น้ำค้างเกาะยอดหญ้า ลมโชยมาปะทะไอเย็น ต้องใบหน้า  อากาศเช่นนี้
เมื่อ พบก็ต้องมีจาก  วันลาก็มาถึง  แม้แสงแดดจะร้อนในช่วงสายแต่ หงะเอ – หงะปาและเด็ก ๆ ก็พร้อมใจกันมาส่งคณะครู ที่กลางลานหมู่บ้านซึ่งเรียกน้ำตาจาก  “ครูบ้านนอก” ได้ดีนักแล

 

Leave a Reply

scroll to top