Notice: Function _load_textdomain_just_in_time was called incorrectly. Translation loading for the give domain was triggered too early. This is usually an indicator for some code in the plugin or theme running too early. Translations should be loaded at the init action or later. Please see Debugging in WordPress for more information. (This message was added in version 6.7.0.) in /home/bannokco/domains/bannok.com/public_html/volunteers/wp-includes/functions.php on line 6114

Notice: Function _load_textdomain_just_in_time was called incorrectly. Translation loading for the newsplus domain was triggered too early. This is usually an indicator for some code in the plugin or theme running too early. Translations should be loaded at the init action or later. Please see Debugging in WordPress for more information. (This message was added in version 6.7.0.) in /home/bannokco/domains/bannok.com/public_html/volunteers/wp-includes/functions.php on line 6114
ตามหาฝัน...วันฟ้าใส ⋆ ครูบ้านนอก ครูอาสา รับสมัคร กลุ่มคนจิตใจอาสา

ตามหาฝัน…วันฟ้าใส

สิ้นเสียง รถยนต์ที่เดินทางออกจากบ้านอาดุใหม่  นอกจากเสียงหัวใจที่เต้นจนแทบจะได้ยินเสียงแล้ว  มีเสียงร้องไห้ของเด็กหญิงฝน   ……..

ความเงียบก็กลับเข้าสู่บ้านอาดุอีกครั้ง ราวกับว่าที่นี่ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น เช้าวันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับ สายฝนได้กระหน่ำเทลงมาดั่งว่าฟ้ารั่วตั้งแต่เช้า  บรรยากาศอึมครึม พลอยทำให้รู้สึกเศร้าสร้อยเงียบเหงา ราวกับฟ้าหยั่งรู้ว่า วันนี้พวกเราจะเดินทางกลับออกจากหมู่บ้าน จึงหลั่งน้ำตาแทนความรู้สึกห่วงหาให้เราได้รับรู้   ทุก ๆ เช้า เด็กๆ จะตื่นขึ้นมาวิ่งไล่ เล่นกันที่ลานหน้าหมู่บ้าน  เสียงหัวเราะใสๆ และใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา  ณ ลานแห่งนี้เปรียบเสมือนสวนสนุกสำหรับเด็กๆที่นี่     ( ก่อนหน้านี้เพียง 5 วัน กลุ่มครูบ้านนอกอาสาสมัครเดินทางมารวมตัวกันที่สถานีขนส่งจังหวัดเชียงราย  การรวมตัววันแรกของครูอาสาทั้งหมดที่มาจากทั่วสารทิศของเมืองไทย ซึ่งมีวิถีชีวิต วัฒนธรรมที่แตกต่างกันนี้ ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการสร้างสัมพันธไมตรี  เพราะจุดมุ่งหมายเพื่อทำสิ่งดีให้สังคมนั้นเป็นจุดรวมให้ทุกคนรู้สึกถึง คุณค่าของการเป็นคนอาสา วิชามนุษยสัมพันธ์ที่ร่ำเรียนมาจึงไม่สัมคัญที่จะต้องใช้ในสังคมนี้เลย)

ครูอาสา
หมู่บ้านบนดอย

ก่อนหน้านี้ 5 วัน … ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารเชียงราย พวกเราเดินมาถึงแต่เช้า ต่างคน ต่างถิ่น ต่างวัฒนธรรม พอได้มารวมกันก็รู้สึกได้ถึงความแตกต่างของแต่ละคน แต่เมื่อมีการพูดคุยกันถึงเรื่องการมาเป็นอาสาสมัคร พวกเราที่ไม่เคยรู้จักกันจึงรู้ว่าแต่ละคนมีจุดหมายเดียวกัน เพื่อนๆที่อยู่กระจายกัน ก็ต่างเข้ามาร่วมวง  คราวนั้นวงสนทนาจึงได้เริ่มขึ้นอย่างมีสีสัน  การเดินทางไม่ได้สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้  เพราะเวลาประมาณแปดโมงครึ่ง เราก็เห็นคนถือป้ายชู “ยินดีต้อนรับคนที่มีหัวใจเป็นครู” ครั้งแรกที่เห็นหน้าคนถือป้ายเรารู้สึกไม่ค่อยไว้ใจเท่าไร ถ้าไม่เห็นป้ายที่เขาถือ เราคิดว่าหน้าตาแบบนี้มีลักษณะคล้ายพวกมิจฉาชีพเสียมากกว่า   ซึ่งเป็นบทเรียนแรกที่เราได้เรียนรู้จากการเดินทางในครั้งนี้ นั่นคือ “อย่าตัดสินคน จากรูปลักษณ์ภายนอก….หนังสือที่มีเนื้อหาดีๆ ใช่ว่าหน้าปกต้องสวยเสมอไป เช่นเดียวกันกับคนที่มีจิตใจดี ก็ใช่ว่าจะต้องเป็นเฉพาะคนที่มีหน้าตาดีเท่านั้น”

เส้นทางไปมูลนิธิกระจกเงา ระยะทางไม่ได้ไกลมาก แต่เส้นทางที่คดเคี้ยวลดเลี้ยวไปมาที่นำเราออกไปสู่นอกเมืองนั้น เป็นการเดินทางที่พิสูจน์แรงม้ารถมากทีเดียว เพราะเส้นทางกันดารและยังเป็นถนนลูกรัง ซึ่งถ้าไม่ได้นั่งรถที่มีสติ๊กเกอร์ www.learnfromhilltribe.org บอกว่าเป็นรถ ของมูลนิธิแล้ว ก็คงกังวลว่าจะถูกหลอกไปใช้แรงงานหรือเปล่า  แต่ก็ยังกังวลอยู่ว่าหุ่นแต่ละคนดูแล้ว ไม่เหมาะที่จะเอาไปใช้แรงงานอย่างแน่นอน ยกเว้นครูอิฐ กับ ครู อาร์ม หุ่นให้ ผิวพรรณส่งเสริม..     **ถึงแล้ว….โอ้โฮ กระจกเงา ผิดจากที่มโนภาพไว้บ้าง  แต่บรรยากาศร่มรื่น อยู่ท่ามกลางภูเขา ด้านหน้าทางเข้าก่อนถึงศูนย์ฯ มีร้านขายของชำ และร้านอาหารตั้งอยู่สองสามร้าน  ขนของลงจากรถเสร็จ เข้าห้องน้ำทำภารกิจส่วนตัวเสร็จ ประมาณ สิบโมงเช้า จึงเข้าห้องประชุม ชมวิดิทัศน์แนะนำสถานที่และโครงการ แนะนำตัว แบ่งกลุ่มกัน ดูครูแต่ละคนยิ้มแย้มแจ่มใสดีจัง    เสร็จจากห้องประชุม เราก็เตรียมตัวออกเดินทางไปบ้านอาดุใหม่ พี่เลี้ยงครูบอกว่าเราต้องเดินขึ้นเขาเป็นระยะทาง 7 กิโลเมตร มีเพื่อนแซวขึ้นว่า “ 7 กิโล แม้วหรือเปล่า?”

เตรียมเสบียงและ น้ำกันเต็มที่ อ้อลืมไปมีเด็กๆ จากหมู่บ้านมารับพวกเราขึ้นดอยด้วยละ…เส้นทางไปบ้านอาดุใหม่ซู๊ดดด ยอดดด ขึ้นเขาชันมากกก ถ้ามีใครบางคนอยากลดหุ่น เราขอแนะนำว่า ให้มาสมัครโครงการครูบ้านนอก นอกจากจะได้ลดหุ่นสมความอยากแล้ว ยังได้ทำประโยชน์ให้แก่สังคมอีกด้วย ไม่เชื่อถามครูปอย ครูบาส ครูพลัม ลดไปกี่โล…ใช่มั้ยครู? ยิงนกทีเดียวได้ถึง 2 ตัว หรือว่าใครเก่งอาจได้มากกว่า 2 ตัวก็ได้แล้วแต่ความสามารถของแต่ละคน…เผลอ ได้แฟนกลับด้วย….   บางคนอาจรู้สึกขยาดกับเส้นทาง แต่เราเชื่อว่าในกลุ่มของพวกเรา ถ้ามีโอกาสต้องกลับมาอีกอย่างแน่นอน สังเกตได้จากเสียงหัวเราะและรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของแต่ละคน  เดินทางมาได้ครึ่งทางสายฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมา ราวกับว่าจะพรมน้ำมนต์ให้แก่ครูทุกคน…เราจึงหยุดพักทานข้าวเที่ยงกัน….เมนูอาหารกลางวันมื้อแรกที่มาเป็นครูบ้านนอกก็คือ “ข้าวเหนียว น้ำพริก น่องไก่ทอด” (เอ..ทำไมกล้วยทอดเรียกล้วยแขก…สงสัยจัง?)

        แจกห่อข้าวเสร็จแล้ว พอจะนั่งกิน น้ำมนต์ของพระพิรุณเริ่มเม็ดใหญ่ขึ้น ต้องหลบไปกินในป่าไผ่ข้างทาง  ข้าวเหนียวกลายเป็นข้าวแฉะ ข้าวร่วง..กินอร่อยไปอีกแบบ อืม อร่อยที่บรรยากาศไง….ไม่รู้ว่าถ้านั่งกินแบบนี้ที่บ้าน คนหุงคงโดนด่าเละ จนหูชาไปแล้ว แต่พอมาอยู่ที่นี่กลับรู้สึกว่าอร่อย….ฉะนั้นเวลากินอะไรไม่อร่อย ก็ให้คิดถึงอาหารมื้อแรกของเรานะ….แล้วจะไม่บ่นว่า กับข้าวไม่อร่อยอีกเลย… จริงแล้วพวกเราก็อยากบอกพระพิรุณว่าพรมให้พอดี แต่ไม่รู้จะบอกยังไง ก็ได้แต่นั่งรับน้ำมนต์ไปด้วย กินข้าวไปด้วย พอกินเสร็จ ฝนหยุดตก…โอ้ โห..เราคิดว่าพระพิรุณคงกลัวว่าในบรรดาพวกเราคงกินเผ็ดไม่ได้ จึงส่งน้ำมาให้…มองในแง่ดี อะไรๆ มันก็ดีน้อ

บ้านอาดุใหม่…..ว้า..ทำไมถึงไวจัง..เดินไม่ทันได้ย่อยอาหารเที่ยงเลย ถึงซะล่ะ รู้งี้เราบอกให้ครูพี่เลี้ยงพาเดินอ้อมเขาสักสิบโล…แต่ก็เกรงจาย..อิ อิ   บ้านอาดุใหม่ตั้งอยู่บนเนินเขา บ้านแต่ละหลังสร้างลาดชันลงมาตามสันเขา ดูสวยงาม เป็นระเบียบ มีถนนตัดผ่านตรงกลางหมู่บ้าน ชาวบ้านหลายคนให้ความสนใจ มองดูพวกเรากับเด็กๆที่เดินเข้ามา รู้สึกว่าเหมือนเป็นดาราเลยละ…เพียงแต่ว่าดาราหน้าตาไม่ดีเหมือนพวกเรา และที่สำคัญพวกเราใจดีกว่า.. 

       แล้วก็ถึงวาระสำคัญอีกวาระหนึ่ง… นั่นก็คือให้เด็กเลือกว่าจะพาครูคู่ไหนเข้าไปพักที่บ้าน มีเด็กๆ หลายคนที่มีทีท่าว่าจะไปไกลได้เป็นแมวมองเพราะ ติดต่อเราไว้ตั้งแต่เดินทางขึ้นมาหมู่บ้านแล้ว..ต้องขอโทษครูท่านอื่นด้วย แข่งอะไรพอแข่งได้..แต่อย่าแข่งบุญ แข่งวาสนากับเรานะขอบอก…ตอนเย็น ถึงเวลาต้องแสดงฝีมือทำกับข้าว….ทำให้รู้ว่านอกจากความมุ่งมั่นที่จะมา เป็นครูอาสาเหมือนกันแล้ว กับข้าวมือแรกแทบทุกบ้านจะมีเมนู “ไข่เจียว” เหมือนกันอีกด้วย…ใครที่ไม่เคยเข้าครัวก็ได้เข้าครัว…คุ้มจริงๆ มาเป็นครูอาสาครั้งนี้..ใช่มั้ยครู?
หัวค่ำมีกิจกรรมสนุกสนานรอบกองไฟ เล่นกันนานพอสมควรจึงให้เด็กไปนอน พวกเราก็นั่งสรุป ประชุมงานกันต่อ…..วันเวลาดำเนินผ่านไปอย่างรวดเร็ว
        …พวกเราก็พบว่าตัวเองได้เดินทางมาถึงกำหนดแล้ว..มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ ได้รับเรียนรู้ ได้พบเห็น ได้รู้สึก แม้ว่าจะยังไม่อยากจากกัน  แต่กาลเวลาก็ชักนำให้เราต้องแยกย้าย แม้จะรู้สึกห่วงหา อาลัย อาวรณ์ความรู้สึกเดิมที่ได้รับรู้ ได้สัมผัส แต่ก็ไม่มีทางที่จะเรียกให้มันย้อนกลับคืนมาได้ บางทีผมคิดว่าเราจากกันไปเพื่อที่จะให้อยู่ในความทรงจำของเรา…

เขียนโดย
ครูต้น  ครูบ้านนอกรุ่น 83
คนอาสาโครงการ Hilltribe.org

Leave a Reply

scroll to top