Notice: Function _load_textdomain_just_in_time was called incorrectly. Translation loading for the give domain was triggered too early. This is usually an indicator for some code in the plugin or theme running too early. Translations should be loaded at the init action or later. Please see Debugging in WordPress for more information. (This message was added in version 6.7.0.) in /home/bannokco/domains/bannok.com/public_html/volunteers/wp-includes/functions.php on line 6114

Notice: Function _load_textdomain_just_in_time was called incorrectly. Translation loading for the newsplus domain was triggered too early. This is usually an indicator for some code in the plugin or theme running too early. Translations should be loaded at the init action or later. Please see Debugging in WordPress for more information. (This message was added in version 6.7.0.) in /home/bannokco/domains/bannok.com/public_html/volunteers/wp-includes/functions.php on line 6114
พรอนันต์ ผาสุก(จะเด็จ) ⋆ ครูบ้านนอก ครูอาสา รับสมัคร กลุ่มคนจิตใจอาสา

พรอนันต์ ผาสุก(จะเด็จ)

ครูจะเด็จ(จะเด็จ) พรอนันต์ ผาสุก
หัวหน้าโครงการฅนอาสา
( 2538 – 2558 )
jadad@bannok.com
www.facebook.com/jadadbannok

การเดินทางของลูกผู้ชายคนหนึ่งที่มีหัวใจเต็มเปี่ยมในด้านของงานอาสา ที่ชื่อ จะเด็จ หรือพรอนันต์ ผาสุก  ยังมีอีกหลายสิ่งในชีวิตที่เขายังไม่รู้และต้องการค้นหา งานอาสาเหล่านี้นับว่าเป็นงานที่ท้าทายมากสำหรับเขา เพราะมันทำให้เรียนรู้และค้นพบอะไรใหม่ๆ หลายอย่าง สิ่งเหล่านี้นี่เองที่ทำให้เขาก้าวเข้ายืนอยู่นะจุดๆ นี้

“ตอนแรกรู้จักเพียงแค่ชื่อ  “กลุ่มกระจกเงา” ที่ทำงานด้านละคร โดยมีพี่คนหนึ่งแนะนำมา ช่วงนั้นเลยเข้าไปดูรายละเอียดต่าง ๆ ขององค์กร โดยผ่านwww.bannok.com  จากนั้นเลยตัดสินใจสมัครเข้าร่วมโครงการครูบ้านนอก รุ่น 51 ประมาณต้นปี 2546 โดยใช้เวลา 4 คืน 5 วัน  ของศูนย์ศิลปวัฒนธรรมกระจกเงา ทำให้ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างที่เป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ   ในการเรียนรู้จากเด็กและ ครูอาสาด้วยกันเอง ”   คุณจะเด็จเล่าถึงความรู้สึกที่รู้จักกระจกเงา    ๆไทำให้เขาได้ก้าวเข้ามาสู่สภาพแวดล้อมของศูนย์ศิลปวัฒนธรรมกระจกเงา  ในฐานะของ “คนอาสา” ที่เขาพร้อมจะทำงานเพื่อสังคมและประโยชน์ส่วนรวมอย่างเต็มศักยภาพ ”

เขาบอกกับเราอีกว่า “ถ้าพูดถึง”งานอาสาสมัคร” เราก็ต้องคำนึงถึงงานที่จะต้องยินยอม พร้อมใจ ที่จะต้องยอมเสียสละความสุขส่วนตัวมาทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม งานอาสาสมัครนั้นนับว่าเป็นงานที่ท้าทายมากสำหรับผมเพราะเป็นงานที่สามารถหาประสบการณ์ใหม่ ๆ มาเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา ได้สัมผัสชีวิตความเป็นอยู่จริงได้ทำงานกับกลุ่มเป้าหมายจริงและที่สำคัญได้แลกเปลี่ยนทัศนคติครูจะเด็จและประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ส่วนงานอาสาสมัครกับการพัฒนานั้นเป็นสิ่งที่ควบคู่กันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นงานพัฒนาด้านเด็ก งานพัฒนาด้านการศึกษา งานพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมและงานพัฒนาทางด้านต่าง ๆ ก็ต้องอาศัยกลุ่มบุคคลที่เรียกตนเองว่า “อาสาสมัคร” มาร่วมงานด้วยเพื่อให้งานบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งเป้าหมายไว้ แต่ก็ต้องคำนึงถึงการวางแผนและเตรียมงานที่ดี เพื่อที่กลุ่มบุคคลที่มาร่วมงานเป็นอาสาสมัครนั้นทำงานได้เต็มศักยภาพ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการทำงานให้ได้มากที่สุดเพื่อมาพัฒนาตนเองสืบต่อไปในอนาคต”

หลังจากที่ทำงาน อาสาสมัครบ้านนอก มาช่วงระยะหนึ่ง  จากนั้นได้เขาก็เข้ามาช่วยงาน ฝ่ายงานระดมทุนเพื่อสังคม ( มีโครงการครูบ้านนอก  โครงการนักศึกษาฝึกงาน  โครงการอาสาสมัครบ้านนอก  โครงการกองทุนเสื้อผ้ามือสอง  โครงการกองทุนเด็กดอย )  ช่วงนั้นครูกบ ติดดอย เป็นคนชวนเข้ามาช่วยงานประจำฝ่าย  ฯ  มีหน้าที่รับผิดชอบดูแล โครงการนักศึกษาฝึกงาน  โครงการเสื้อผ้ามือสอง   และเป็นผู้ช่วยฝ่ายงานระดมทุนเพื่อสังคม  ในการดำเนินงาน ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของฝ่าย ฯ  จึงตัดสินใจปรับเปลี่ยนตัวเองจากอาสาสมัคร ที่ไม่รับเงินเดือน มาเป็นเจ้าหน้าที่ประจำโครงการ ฯ ของฝ่ายระดมทุนเพื่อสังคม .. จึงเป็นที่มาของการทำงานที่มูลนิธิกระจกเงา เชียงรายและเมื่อเหนื่อยล้าจากงาน เขามักจะมานั่งเล่น นั่งอ่านหนังสือที่มุมโปรดของเขา ซึ่งมองเห็นวิวที่สวยที่สุดของกระจกเงาเพื่อสัมผัสโลกภายนอก ผ่านประตูบานใหญ่ที่เล็กๆ ในมุมหนึ่งของบ้านดินเป็นที่พักพิงของชายคนนี้ซึ่งมีหัวใจรักในการอ่านเป็นกิจวัตร ช่วงเวลาเลิกงานหรือมีเวลาว่างมุม  เพื่อเพิ่มเติมความรู้ให้เขาได้มีทัศนะที่กว้างไกลขึ้นเมื่อเห็นกล้องถ่ายรูปถูกทิ้งวางไว้ เขามักหยิบมันขึ้นมาเล็งผ่านช่องมองภาพ  บางครั้งก็ลั่นชัตเตอร์ ถ้าเห็นว่ามุมนี้สวย แต่เขามักจะไม่ค่อยเห็นรูปที่เขาถ่ายสักเท่าไหร่….เพราะมันไม่ใช่กล้องของเขาเอง (หัวเราะ)

ครูจะเด็จ

คำว่า “ทำงานใหญ่ ใจต้องนิ่ง” นี่คือคำพูดของเขาที่มักพูดเสมอและจะยิ้มออกเสมอด้วยความภาคภูมิใจเมื่อทำงานเขาจะเต็มที่กับงานไม่ว่าจะหนักเท่าใดด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มของนักพัฒนา

ก่อนที่จะกลับเราถามเขาอีกหนึ่งคำถามว่า คำว่า “คนกระจกเงา” สำหรับเขาคืออะไร
“คิดว่า  กระจกเงาเป็นเเหล่งบ่มเพาะคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่ เดินทางผ่านเข้ามาเป็นการเปิดใหม่คนรุ่นหลัง ๆ ได้เข้ามาสัมผัสงานอาสาสมัคร  มีการจัดกระบวน  จัดระบบความคิด  การติดตั้งความคิดให้คนรุ่นหลัง  ๆ ได้เรียนรู้กันโดยส่วนตัว  คิดว่า กระจกเงา   เป็นสถาบัน  เป็นเเหล่งเรียนรู้  เป็น มหาวิทยาลัย  อีกที่หนึ่ง  ที่หลายคนอยากเข้ามาสัมผัส อยากเข้ามาเรียนรู้ แต่ด้วยเหตุผลหลายประการ ทำให้คนเหล่านั้นไม่มีโอกาส ได้เข้ามาสัมผัส”

        รอยยิ้มและแววตาบ่งบอกถึงความมุ่งมั่นของชายคนหนึ่งที่พร้อมจะสู้แม้ว่าข้างหน้าจะมีอุปสรรคขวากหนามมากเท่าใดเขาก็จะฟันฝ่าด้วยรอยยิ้ม ขอเพียงใจและกายพร้อมก็เป็นพอ…

scroll to top