เป็นทริปที่ตื่นเต้นมาก ตั้งแต่ก่อนไปประมาณ1 สัปดาห์ เพราะในชีวิตไม่เคยสัมผัสชาวเขาและคิดมาตลอดว่าชาวเขาจะใส่ชุดเด็กดอย(และกินแครอท) เหอะ เหอะ แต่สิ่งที่ได้ไปสัมผัส คือ ความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย บ้านทำด้วยไม้ไผ่หรือไม้ท่อนมุงหลังคาใบจาก และทุกคนไม่ได้ใส่ชุดชาวเขาแต่ใส่ชุดแบบชาวเรา
>>ไม่มีไฟฟ้าเข้าถึง แต่ผลิตไฟฟ้าใช้เองจากพลังน้ำ ซึ่งใช้ได้เท่าที่จำเป็นสำหรับไฟส่องสว่างตอนกลางคืนบ้านละดวง แน่นอนไม่มีแอร์กับเครื่องฟอกอากาศแต่ไม่จำเป็นเลย เพราะอากาศดีมากตลอดวัน
>>ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์
>>ไม่มีเตาแก้ส ไม่มีห้องครัวหรูหรา แต่เป็นห้องครัวที่อยู่ติดกับห้องนอน
>>ไม่มีน้ำปะปา แต่มีน้ำสะอาดจากลำธารที่ไหลมาจากยอดดอย
ความประทับใจในการเดินทาง
>>เดิน เท้าเข้าสู่หมู่บ้านที่คิดเป็นหลายกิโลแม้ว ขึ้นภูเขา(ที่ตอนแรกคิดว่าเป็นทางร่มรื่นในป่าผ่านลำธารใสๆ) แต่สิ่งที่เจอคือ เดินบนทางลูกรัง กลางแดดเปรี้ยงๆช่วงบ่าย และหลงทางด้วย
>>กางมุ้งและนอนมุ้งครั้งแรกในชีวิต
>>นอนบ้านไม้ไผ่ผ่าเป็นแผ่นที่มีลมเย็นลอดผ่านเหมือนติด
แอร์รอบทิศทาง
>>ปีนบันไดไม้เล็กๆเพื่อขึ้น-ลงบ้านที่สูงกว่า 2 เมตร
>>สร้างสรรค์เมนูและทำอาหารด้วยเตาถ่านเองตลอด3วันที่ผ่านมา
>>กระโดดน้ำเขื่อนพื้นหญ้า
>>อาบน้ำที่อุณหภูมิเหมือนเลขตัวเดียว ตอนสี่ทุ่ม ท่ามกลางแสงเทียน
>>ได้ใช้ชีวิตออฟไลน์
>>ได้รู้ว่าทำแนวกันไฟป่าทำกันอย่างไร
>>เรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านหลายๆอย่าง
>>เล่น กับเด็กและเห็นจินตนาการและความรักและภาคภูมิใจต่อชนเผ่า เป็นเด็กที่โตมาอย่างผสมผสาน ระหว่างเทคโนโลยีและวัฒนธรรม ความเชื่อแบบอาข่า เป็นความน่ารักแบบใสซื่อ
สิ่ง ที่ได้จากการเดินทางครั้งนี้ ก็เหมือนทุกครั้งที่ทำให้ได้มองโลกในมุมมองที่แตกต่างออกไป ได้ทบทวนตัวเองด้วยการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายอย่างมีความสุขด้วยการเรียนรู้ ที่จะอยู่กับสิ่งที่มี และปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม ดื่มด่ำกับธรรมชาติรอบตัว กับคนรอบข้างอย่างเต็มที่ ได้เพื่อนและมิตรภาพจากเพื่อนๆที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ ความต้องการเป็นผู้ให้ รวมทั้งจากชาวบ้านและเด็กๆ
ขอบคุณบทความฉบับนี้ด้วยน่ะค่ะ
บทความ By ครูพิ้งค์