ครูใจอาสา ครูอาสา

ตอนเด็กเคยคิดมาตลอดเลยว่า “โตขึ้นอยากเป็นครู” คงจะเป็นเพราะอะไรไม่ได้เลยถ้าหากไม่มีใจรักที่อยากเป็นครูจริงๆ แต่เอาเข้าจริงก็อย่างที่ใครหลายๆคนบอก อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ฉันสอบเข้าคณะรัฐศาสตร์ซึ่งมันตรงข้ามกับความตั้งใจ ที่อยากเป็นครูในตอนเด็ก เมื่อสิ่งที่เราอยากเป็นกับสิ่งที่เราเป็น มันไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันเราก็ต้องเลือกทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มทีที่สุด “ครูอาสา”

ครูอาสาบนดอย
ครูอาสา ถืออาหารและกระเป๋าแยกย้ายเข้าพักกับชาวบ้านและเด็กๆ ในชุมชน

มาปี 4 เทอม 2 เป็นช่วงที่นักศึกษาต้องเลือกที่ฝึกงาน ฉันเลยคิดได้ว่ามันยังมีทางสานฝันความเป็นครูของเราได้อยู่ ฉันไม่ลังเลใดๆ เลยเลือกมูลนิธิกระจกเงาเป็นที่ฝึกงาน เข้ามาในโครงการครูบ้านนอก การฝึกงานระยะเวลา 4 เดือน สิ่งที่คิดมาตลอดเลยคือเราต้องทำหน้าที่ครูให้ดีที่สุด โครงการครูบ้านนอกที่เลือกมาฝึกงานจะมีกิจกรรมค่าย      ครูอาสา 12 เดือน 12 ดอย นั้นคือในแต่ละเดือนเราจะออกไปเป็นครูตามดอยต่างๆ มันคงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นสำหรับครูอย่างฉันที่ได้เจอนักเรียนมากหน้าหลายตาตามที่ต่างๆ

ออกค่ายครูอาสาที่ประทับใจที่สุดคงเป็นหมู่บ้านแม่คองซ้าย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ การเดินทางที่ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับครูอาสานั้น เป็นการเดินเท้าเข้าหมู่บ้านด้วยระยะทาง 4 กิโลเมตรกับเวลา 1-2 ชั่วโมง           ความเหนื่อยล้าของครูหลายๆคนนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความตื่นเต้น จนกระทั่งเดินมาถึงหมู่บ้านและมุ่งหน้าไปโรงเรียน เมื่อฉันเดินไปถึงโรงเรียนมันเป็นภาพที่หาที่ไหนไม่ได้แล้วมั้ง เพราะมันเป็นภาพที่เด็กๆทุกคนวิ่งมามองครูที่ประตูด้วยความตื่นเต้นเช่นเดียวกับความรู้สึกของฉันในตอนนั้นเอง เด็กๆที่นี้มีความน่ารักและต้อนรับอย่างดีทำให้ฉันและครูอีกหลายชีวิตหายเหนื่อยจากการเดินเท้ามา 4 กิโลเมตร

ครูอาสาและเด็กๆ เดินไปโรงเรียน

วันรุ่งขึ้นอากาศเย็นๆกับเสียงไก่ขันในหมู่บ้านทำให้ฉันลุกจากที่นอนแล้วพร้อมที่จะไปเป็นครูตามความฝันของตัวเอง ฟังดูเวอร์มากแต่ฉันก็ยังทำตามความฝันของตัวเองอยู่เสมอไม่รีรอช้าฉันและครูอาสาอีกหลายคนถืออุปกรณ์การเรียนการสอนที่พร้อมมาก ทางจากบ้านของครูแต่ละคนพักนั้นไปยังโรงเรียนก็ใช้ย่อยถึงกับหอบกันเลยเพราะเป็นทางเขาและมีความชันอยู่ประมานหนึ่งเดินมาถึงโรงเรียนภาพที่เห็นคือเด็กๆมาโรงเรียนพร้อมกันกว่าวันปกตินี้คงเป็นอีกภาพที่ประทับใจมาก ในใจของฉันตอนนั้นวันนี้คงเป็นวันที่ฉันมีความสุขมากๆ จากภาพในฝันของฉันมันกลายเป็นความจริงเกือบทั้งหมด เมื่อเด็กๆเข้าแถวสวดมนต์เสร็จแล้วฉันและครูอาสาก็เริ่มสอนเด็กๆไม่ว่าจะเป็นการสอนในห้องเรียนและนอกห้องเรียน เด็กๆตั้งใจและให้ความสนใจมันคงเป็นการเรียนรู้ใหม่ๆที่แตกต่างจากวันปกติของพวกเขา พวกเขาได้เรียนรู้ศัพท์ภาษาอังกฤษใหม่ๆ วาดรูประบายสี เล่นเกมส์เสริมทักษะและร่วมไปถึงการเล่นกีฬาต่างๆ ครูและเด็กๆสนุกสนานกันมาก วันนั้นมีครูอาสารวมตัวฉันประมาณ 18 คนและเด็กนักเรียนอีกประมาณ 20 คน ทุกคนพลัดกันเป็นนักเรียนและเป็นครูในเวลาเดียวกัน เด็กๆมีรอยยิ้มและมีความสุขมากๆอาจจะเป็นเพราะที่พวกเขาได้ครูใหม่

ท้ายที่สุดแล้วการเป็นครูไม่ใช่แค่คุณต้องจบหรือเรียนมาแค่คณะครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์แต่มันเป็นการเปิดโลกกว้างไม่ว่าจะเป็นความสมัครใจ มีใจรักในการสอนและสิ่งสำคัญสามารถทำให้เด็กๆมีความสุข มีรอยยิ้ม และตัวเราเองก็มีความสุขกับสิ่งเหล่านั้นไปด้วย เอาใจช่วยกับทุกๆคนที่มีความฝันอยากเป็นครูทุกๆคนนะคะ

บทความ: การีมะ แวนาไล
นักศึกษาฝึกงานโครงการครูบ้านนอก

Share this post

scroll to top