บทที่ 4 ไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่มีวันเลิกรา

“Goodbyes are not forever.
Goodbyes are not the end.
They simply mean I’ll miss you.
Until we meet again!”

 

เมื่อวันสุดท้ายมาถึง ก็ถึงเวลาของการบอกลา ความรู้สึกตื้นตันของหัวใจครูบ้านนอกทุกดวงค่อยๆ เอ่อล้น บวกกับความรู้สึกใจหายที่เวลาที่เราได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันดูเหมือนจะเดินเร็ว จนคิดว่าถ้าเรามีพลังวิเศษได้ซักอย่าง อยากจะมีพลังวิเศษหยุดเวลาแห่งความประทับใจเอาไว้ที่ตรงนี้ ดอกไม้ดอกเล็กๆ หลายๆดอก ถูกส่งมอบให้ครูบ้านนอกทุกคน ดอกไม้ที่มาจากความตั้งใจของเด็กน้อยทุกคนที่อยู่ตรงหน้า และซึ่งวินาทีนั้นเอง น้ำตาของทั้งครูและเด็กก็เร่ิมไหลรินออกมาช้าๆ พรั่งพรูออกมาเหมือนกับสายน้ำ  ครูบ้านนอกค่อยๆปลอบและให้กำลังใจเด็กๆ ไปเรื่อยๆ ทีล่ะคน ทีล่ะคน ความอบอุ่นจากการโอบกอดของครูที่มอบให้เด็กน้อยเหล่านัน คงฝังตรึงตราตรึงใจแก่ครูผู้ไม่เคยคิดว่ามาเพียงแต่ตั้งใจจะให้ แต่กลับได้รับความผูกพันเหล่านี้ย้อนกลับไปแบบไม่ทันตั้งตัว นอกจากกอดของครูที่ให้กับเด็กๆแล้ว ครูบ้านนอกยังมอบอ้อมกอดอันอบอุ่นให้แก่กันและกัน เป็นของขวัญและกำลังใจที่มีค่ามากกว่าวัตถุหรือสิ่งของใดๆ  ในช่วงเวลาที่เราได้บอกลาเด็ก เราไม่อาจสัญญากับเด็กๆ เหล่านี้ได้เลยว่าจะกลับมาหาพวกเค้าอีกเมื่อไหร่ เราทำได้เพียงแค่บอกกับเค้าว่า เมื่อมีโอกาสเราอยากจะกลับมาพบหน้ากันอีกซักครั้ง  แต่ถึงแม้ว่าเราจะให้สัญญากับเด็กๆว่าจะกลับมาไม่ได้ แต่เราสัญญาได้อย่างแน่นอนว่า เราจะยังคงคิดถึงพวกเค้า คิดถึงเวลา รอยยิ้ม ความประทับใจ และสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นที่นี่ เพราะทุกสิ่งที่เกิดขึ้นที่บ้านผาแดงหลวงแห่งนี้ มีค่ามากมายต่อครูบ้านนอกอย่างเราจริงๆ

เราขอแต่เพียงว่าให้เค้า ตั้งใจเรียน เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เป็นเด็กดีของครู อาจารย์ เติบโตขึ้นเป็นคนที่ดีในอนาคตต่อไป ขอให้น้ำตาของครูบ้านนอกและเด็กที่รร.บ้านผาแดงหลวง เป็นเครื่องย้ำเตือนความทรงจำ ว่าครั้งหนึ่ง เราเคยได้พบกัน แม้ว่ามันจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่มีค่า และสุดแสนประทับใจ ขอให้ความรักที่เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ คงอยู่ตลอดไป และไม่ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร จะเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อย เราก็ยังมีกันและกันเสมอ ขอให้ความรักที่เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ คงอยู่ตลอดไป และไม่ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร จะเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อย เราก็ยังมีกันและกันเสมอ  ไม่น่าเชื่อว่าสายตาคู่นี้ที่เราได้สบกัน มันจะสามารถบอกความรู้สึกที่อยู่ในใจได้อย่างมากมายมหาศาล มันทำให้คนสองคนสัมผัสความรู้สึกกันได้ แม้ว่าจะไม่มีเสียงใดๆ เอื้อนเอ่ยออกมาให้ได้ยินเลยก็ตาม

และก็ไม่น่าเชื่อเหลือเกินว่า น้ำที่ไหลออกมาจากดวงตาคู่น้อยเหล่านี้มันจะไปสะกิดโดนหัวใจของครูบ้านนอกทุกดวงและทำให้การจากลาครั้งนี้ เป็นการจากลาที่แสนจะอบอุ่น เป็นการจากลาเพื่อจะมาพบกันใหม่ เป็นการจากลาที่มีความหมาย เพราะอย่างน้อยครูบ้านนอกก็ได้รู้แล้วว่า การเดินทางมาครั้งนี้ช่างมีความหมายมากเหลือเกินกับหัวใจดวงน้อยๆที่ รอคอยการกลับมาของพวกเราอีกครั้ง  ขอให้น้ำตาของเด็กๆ ที่โรงเรียนบ้านผาแดงหลวงทุกหยด เป็นพลังบวกให้กับครูบ้านนอกผู้มีหัวใจเดียวกันทุกดวง กลับไปดำเนินชีวิตของตัวเองในโลกที่วุ่นวาย โลกแห่งความเป็นจริง และก็ยังไม่หยุดคิดที่จะคงทำสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสังคมต่อไป ให้สมกับพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ว่า …..

ที่ยังมีอยู่อย่างบริบูรณ์ในจิตใจของคนไทยก็คือ “การให้”

การให้นี้…ไม่ว่าจะให้สิ่งใดแก่ผู้ใด โดยสถานใดก็ตาม เป็นสิ่งที่พึงประสงค์อย่างยิ่ง

เพราะเป็นเครื่องประสานไมตรีอย่างสำคัญ ระหว่างบุคคลกับบุคคล และให้สังคมมีความมั่นคงเป็นปึกแผ่น

ทิ้งท้ายวันแห่งการร่ำลานี้ด้วยรอยยิ้มกันดีกว่า เพราะเรารู้ดีว่าเราพบเพื่อจากลา เราจากลาเพื่อมาพบกันใหม่..
ปล. มาคราวนี้ได้ลูกลิงเพิ่มมาอีกหลายคนเลย ซนเอามากๆ และเด็กที่เราเจอกันตั้งแต่วันแรก ตั้งแต่วินาทีที่เดินเข้าหมู่บ้านมา ก็คือ ธีรเดช น้องน่ารักมากๆ น้องถามว่าครูจะกลับมาหาอีกมั้ยปีหน้า ครูก็ไม่รับปาก แต่ก็จะมาให้เห็นเมื่อมีโอกาส เป็นเด็กดีนะครับ ธีรเดช คิดถึงเรามากกกกกก  

 

 

เจอกันใหม่นะ….


ภาพ/เรื่อง Joon San