เด็ก ดอย คอย ครู อาสา

                ช่วงเวลาและห้วงแห่งความสุข 8-11 มิถุนายน 2560 ชีวิตนักศึกษาฝึกงานที่มูลนิธิกระจกเงาในโครงการครูบ้านนอกกับการลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือผู้คนในชุมชนต่างๆซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการฝึกงานของพวกเราและเมื่อรู้ว่างานสำคัญจะมาถึงเราจึงต้อง เตรียมตัวและจัดสรรสิ่งของเพื่อไปช่วยเหลือผู้คนในชุมชนทุรกันดาร วันแรกที่ก้าวลงจากรถเรามองเห็นเสาธงและอาคารหลังเล็กๆสองหลังกับสนามเด็กเล่นที่ว่างเปล่า  เราเตรียมเสบียงอาหารและสิ่งของมากมายเต็มคันรถเพื่อเด็กๆและผู้คนที่นี่ นอกจากพวกเราแล้วยังมีครูอาสาที่สมัครมาด้วยใจซึ่งมาจากต่างที่ต่างถิ่นแต่มีใจเดียวกัน คืออยากช่วยเหลือเด็กๆและผู้อื่น มาแบ่งปันความสุขและสิ่งที่เรามีให้กับคนที่เขายังขาด ภาพแรกที่เห็นเป็นภาพเด็กๆพร้อมสายตาที่รอคอยอย่างมีความหวังและครูอาสานั้นเองคือความหวังของเด็กๆ แล้วครูอาสาอย่างเราจะทำให้เด็กๆผิดหวังได้อย่างไร ด้านเหล่าครูอาสาก็แบ่งกลุ่มและให้เด็กเลือกว่าครูอาสากลุ่มไหนจะได้อยู่บ้านด้วยและแล้วเราก็ได้อยู่บ้านเด็กคนหนึ่งชื่อน้องปุ้มปุ้ยเด็กคนนี้ตัวอ้วนๆน่ารักและไม่ค่อยได้เห็นรอยยิ้มเขาบ่อยหนักด้วยเหตุผลใดเราไม่อาจรู้ได้  จากนั้นเราก็อยู่ในบ้านหลังนี้ซึ่งมีสมาชิกครูอาสาสามคน ปู่ ย่า และน้องปุ้มปุ้ย เรากลายเป็นครอบครัวใหญ่ กินข้าวพร้อมกัน เช้าเย็น เหล่าครูอาสาและเด็กที่ไร้รอยยิ้มนี้ก็ไปไหนไปด้วยกัน  คำแรกที่เด็กคนแรกถามเราคือ ไปอาบน้ำไหมคะที่ลำธาร ด้วยความห่วงใยของเด็กคนนี้และสายตาที่ตื้นเต้นของพวกเราทำให้เกิดมิตรภาพที่ดีและพวกเราได้ทำให้เด็กที่ไร้รอยยิ้มคนนี้ ยิ้มและหัวเราะได้บ่อยขึ้นและนี่รึเปล่าที่เขาเรียกว่า  รอยยิ้มบริสุทธิ์ไม่ต้องปรุงแต่งสิ่งใดก็สวยและเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขได้ จากนั้นพวกเราครูอาสาทุกคนก็ได้มีกิจกรรมพัฒนาที่แห่งนี้ ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา แม่ฟ้าหลวง บ้านห้วยทราย อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ โดยการสร้างรั้วแปลผักซึ่งทำจากไม้ไผ่จนได้รั่วไม้ไผ่ที่สมบูรณ์และได้ปรับปรุงแปลงผักเพื่อให้เด็กๆเมื่อไม่มีครูอาสาคอยทำกับข้าวให้ทานแล้ว เด็กๆก็ยังชาวเขาเหล่านี้จะได้ปลูกผักทำอาหารดูแลตัวเองได้อย่างสุขใจ อยากปลูกฝังสิ่งดีดี  คงต้องมีตัวอย่างให้เขาดูก่อน จากนั้นเหล่าครูอาสาก็ช่วยกันปรับปรุงสนามเด็กเล่นโดยการสร้างสีสันบนล้อรถยนต์ที่ใช้แล้วโดยทาสีเพื่อให้เด็กๆได้นั่งเล่น ความสวยงามไม่ได้เกิดจากสีเพียงอย่างเดียวแต่มันยังรวมถึงความตั้งใจที่ครูอาสาทำให้ ทุกอย่างสวยงามทั้งสายตาและจิตใจ เวลาเดินทางมาอย่างรวดเร็วจากวันแรกจนถึงวันสุดท้ายเด็กๆและครูอาสามีความสัมพันธ์จนเกิดเป็นมิตรภาพที่ดี หากเราใช้เพียงสายตามองเราจะเห็นแค่เพียงเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายแต่ถ้าเราใช้ใจมองให้ลึกไปกว่านั้นจะเห็นว่าพวกเราทุกคนคือ ครอบครัวเดียวกันไปแล้ว

  วันแรกที่ไป เราไปพร้อมความตั้งใจและความสุขและเมื่อถึงวันกลับเราจึงทิ้งทุกอย่างไว้ที่นั้น

ทิ้งไว้ให้เด็กๆและผู้คนที่นั้นได้สัมผัสกับมันดุจดั่งยังมีพวกเราอยู่ตลอดเวลาแต่สิ่งที่ฉันขอกลับมา

คือ ความทรงจำดีดีที่เกิดขึ้นที่นั่นและมันจะไม่มีวันจางหายไป

ครูบ้านนอกรุ่น 189  ”
                                                                                                                  นางสาวมาลากร  นอกพุดซา
                                                                                                          คณะวัฒนธรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

Posted in Uncategorized, บทความ.