เกี่ยวกับเรา

slide-responsive-overlay

โครงการนักศึกษา(บ้า)ฝึกงาน

แนวคิด เปิดประตูสู่การเรียนรู้กับห้องเรียนทางสังคมที่เชื่อว่าการเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องอยู่กับที่และรู้อยู่เรื่องเดียว เพราะจุดมุ่งหมายของเราไม่ได้มุ่งหวังให้นักศึกษาได้รับการฝึกฝนแต่เพียงทักษะเฉพาะทาง แต่วาดหวังว่านักศึกษาจะได้รับประสบการณ์รอบด้านจากการใช้ชีวิตและทำงานเพื่อเด็ก และสังคม

   

กลุ่มงาน

SAM_1992 11407090_837428623014321_3672791990297785640_n IMG_20150306_164621SAM_2846        
  1. ร่วมปฏิบัติการและขับเคลื่อนงานกับพี่ๆ และทีมงานจากโครงการต่างๆ ของมูลนิธิตามความถนัดและสนใจ
  2. ร่วมกิจกรรมเวทีเรียนรู้เพื่อเปิดโลกทัศน์และมุมมองต่อสังคม
  3. เชื่อมรัก เชื่อมสามัคคี ด้วยกิจกรรมเสริมที่สร้างสรรค์ เช่น การทัศนะศึกษา การแข่งกีฬาเพื่อสุขภาพ หอบรักไปฝากน้องๆ อาสามาลุย
 

หลักสูตรการเรียนรู้…

หลักสูตรที่ 1: ชื่อชุด “นักศึกษา (บ้า) ฝึกงานบ้านนอก”

  • เข้าสู่ระบบการฝึกงานในโครงการที่นักศึกษาสังกัดตามระยะเวลาที่แจ้งเข้าฝึก
  • เรียนรู้ ศึกษารายละเอียดของงาน วิธีการและแนวคิดในการดำเนินงานของโครงการที่เข้าสังกัดจากหัวหน้าโครงการและทีมงานเจ้าหน้าที่ประจำโครงการเพื่อรวบรวมองค์ความรู้และประสบการณ์ในช่วงระยะเวลาที่ฝึกงาน
  • เสนอมุมมอง แนวคิดใหม่ๆ ในการดำเนินงานของโครงการที่เข้าสังกัดอย่างเต็มที่
  • สรุปบทเรียนที่ได้รับ และสิ่งทีได้เรียนรู้จากการฝึกงานในครั้งนี้ เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปเขียนบทความเผยแพร่/แบ่งปันองค์ความรู้ให้กับเพื่อนนักศึกษาและกลุ่มคนในสังคมผ่านสื่อ Online ทางอินเตอร์เน็ต

หลักสูตรที่ 2: ชื่อชุด “การเรียนรู้งานมวลชนด้วยจิตอาสา”

  • เรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับผู้อื่นที่ ร่วมกับบุคลากรภายในกระจกเงาและชุมชนในพื้นที่ทำงาน ที่ต่างวัฒนธรรม ต่างภาษา
  • ต่อยอดองค์ความรู้งานด้านการพัฒนา การทำงานด้วยจิตอาสา/หัวใจที่เสียสละเพื่อส่วนรวมและมวลชน และพร้อมที่จะเรียนรู้ในการทำงานร่วมกับสังคมระดับรากหญ้า
  • ศึกษาดูงาน/เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม/ปฏิบัติงานนอกสถานที่ร่วมกับองค์กรหรือหน่วยงานพัฒนาสังคมอื่น เพื่อสร้างพื้นที่ทำดีเพื่อสังคมร่วมกัน
  • เข้าร่วมเวทีประชุมนักศึกษา(บ้า)ฝึกงาน สัปดาห์ละ 1ครั้ง ในทุกวันศุกร์ เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่างๆ หรือเรื่องราวที่ประสบมาในแต่ละสัปดาห์สู่พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ และสอบถามสารทุกข์ สุขร่วมกัน ซึ่งจะเป็นเวทีเปิดกว้างให้กับนักศึกษาฯ ทุกคนได้แสดงความคิดเห็นและเสนอแนะ

หลักสูตรที่ 3: ชื่อชุด”ปฏิบัติการ การเรียนรู้อย่างไร้ขีดจำกัด ไร้พรมแดน”

  • เรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ อาชีพ ประเพณี ของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในพื้นทำงาน โดยการอาสาเข้าร่วมปฏิบัติงานกับโครงการอื่นๆ ของมูลนิธิฯ
  • ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และปฏิบัติงานร่วมกับกลุ่มอาสาต่างชาติ เพื่อแบ่งปันองค์ความรู้ วิถีชีวิต และวัฒนธรรม

กิจกรรมส่งเสริมทักษะความรู้ในด้านต่างๆ

  • ทุกบ่ายของวันอังคารและวันศุกร์จะเป็นกิจกรรมลงแรงซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทุกคนจะต้องทำร่วมกัน เป็นกิจกรรมที่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และเปิดกว้างให้นักศึกษาได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันกับเพื่อนต่างวัฒนธรรม เพื่อเป็นการฝึกฝนทักษะการทำงาน การแก้ปัญหา การใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น รวมถึงทักษะทางการสื่อสาร
  • เวทีพบปะหัวหน้าโครงการต่างๆ เพื่อเรียนรู้/ศึกษางาน และแนวทางวิธีการดำเนินงานของแต่ละโครงการ
  • วันเสาร์ร่วมกันออกแบบและทำกิจกรรมกับเด็ก
  • วันอาทิตย์เป็นวันพักผ่อน (นอกสถานที่แล้วแต่โอกาส)

คุณสมบัติของนักศึกษา (บ้า) ฝึกงาน มูลนิธิกระจกเงาเชียงราย

  • ศึกษาอยู่ระดับชั้นปีที่ ๑ ถึง ปีที่ ๘
  • มีระยะเวลาการฝึกงานกับมูลนิธิฯ ต้องไม่ต่ำกว่า ๑ เดือน
  • ไม่มีภาระการเรียนแก้เกรด ฯลฯ ในช่วงฝึกงาน
  • มีความพร้อมและเคารพกฎกติกาของมูลนิธิฯ
  • มีจิตอาสาที่ดี และมีความพร้อมในการทำงานในทุกๆ พื้นที่
  • มีวินัย ความรับผิดชอบ และกระตือรือร้นในการศึกษาเรียนรู้งานใหม่ๆ
  • มีหัวใจที่แข็งแกร่ง และเบิกบาน ไม่ปิดกั้นหรือล้อมกำแพงกั้นตนเอง
  • มีความพร้อมที่จะเรียนรู้ และสามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น ไม่ปิดกั้นหรือล้อมกำแพงกั้นตนเอง มีทัศนคติที่ดี
  • นักศึกษาจะต้องมีประกันอุบัติเหตุ หรือประกันสุขภาพ หรือประกันที่ทางมหาวิทยาลัยได้ทำไว้ให้
หมายเหตุ : ทั้งนี้เนื่องจากนักศึกษาฝึกงานทุกคนจะต้องพักอยู่ที่มูลนิธิฯ ตลอดจนครบระยะเวลาการฝึกประสบการณ์       ในส่วนค่าใช้จ่ายของนักศึกษา มูลนิธิฯ ไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายได้    เพราะฉะนั้นนักศึกษาฝึกงานทุกคนจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้วยตนเอง โดยนักศึกษาฝึกงานจะมีค่าลงทะเบียน (ค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าการจัดการ) คนละ 2,000 บาทต่อเดือน

คณะ สาขาวิชา ที่มูลนิธิฯ ต้องการ

ทุกคณะ ทุกสาขาวิชาชีพ สามารถเข้าร่วมฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ณ มูลนิธิกระจกเงาเชียงรายได้  ไม่จำเพาะเจาะจงเพียงแค่สาขาพัฒนาสังคม ( รวมถึงสาขาบริหาร  การเงิน การจัดการ การตลาด การออกแบบผลิตภัณฑ์ การท่องเที่ยว ผลิตสื่อ ฯลฯ )

การเตรียมความพร้อมก่อนเข้าฝึกประสบการณ์วิชาชีพ

  • ควรทำความรู้จักกับสถานที่ที่เราเข้าฝึกงานก่อน โดยสามารถศึกษาได้จาก bannok.com หรือ FB. มูลนิธิกระจกเงา@บ้านนอก  เช่น ข้อมูลเบื้องต้นขององค์กร  ลักษณะงานหรือโครงการของมูลนิธิ
  • ศึกษาและสอบถาม กฎระเบียบ วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ ข้อจำกัดของสถานที่ฝึกงาน และควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
  • ตรวจสภาพพื้นที่ ภูมิอากาศในแต่ละช่วงฤดูกาลที่ตรงกับช่วงเวลาการเข้าฝึกของนักศึกษา
  • ตรวจสอบเส้นทางและการเดินทางไป-กลับ
  • ประสานติดต่อ/จัดส่งเอกสารการเข้าฝึกและการตอบรับล่วงหน้าอย่างน้อย 1เดือน
  • ตรวจสอบวัน เวลา และสถานที่ในการรายงานตัวล่วงหน้า พร้อมกับเอกสารที่จำเป็นในการใช้ฝึกงาน รวมไปถึงการแต่งกายที่จะต้องสุภาพเรียบร้อยโดยเป็นไปตามรูปแบบขององค์กรด้วยเช่นกัน
  • เตรียมความพร้อมเพื่อทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมงาน โดยที่เราปฏิบัติตัวให้เหมาะสม สุภาพอ่อนน้อม ไม่ถือตัว

สิ่งที่น้องๆนักศึกษา (บ้า) ฝึกงานจะได้รับกลับไป

  1. ความรู้คู่ประสบการณ์ มิตรภาพอันไร้พรมแดน และความทรงจำที่งดงาม
  2. ใบประกาศนียบัตรเพื่อรับรองการผ่านการฝึกประสบการณ์วิชาชีพจากมูลนิธิฯ
  3. ความภาคภูมิใจในครั้งหนึ่งของชีวิตที่มีส่วนร่วมในพื้นที่ทำดีเพื่อสังคมร่วมกัน
  4. ทักษะและองค์ความรู้ต่างๆ จากการปฏิบัติงานจริง
 

กฎระเบียบ และ ข้อบังคับ

*กฎเหล็ก

หากนักศึกษาปฏิบัติตนเข้าข่ายกฎเหล็กข้อใดข้อหนึ่ง ถือว่าพ้นสภาพการเป็นนักศึกษาฝึกงาน โดยทางมูลนิธิฯ    จำเป็นจะต้องแจ้งให้ทางสถาบันและผู้ปกครองของนักศึกษารับทราบร่วมกัน  อีกทั้งจะไม่มีการประเมินผลการฝึก  ประสบการณ์ใดๆ ทั้งสิ้น
  1. ห้ามเล่นการพนันโดยเด็ดขาด (รวมถึงในหมู่บ้านและการลงพื้นที่ปฏิบัติงาน)
  2. ห้ามยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  3. ห้ามดื่มสุรา ไม่ว่าสถานที่หรือสถานการณ์ใดขอให้พึงระลึกไว้เสมอว่าคุณอยู่ในระหว่างการปฏิบัติงาน และ     คุณคือส่วนหนึ่งของมูลนิธิกระจกเงา เพราะฉะนั้นการมาฝึกงานมิใช่ว่าจะมาเพื่อเป็นการเปลี่ยนสถานที่ดื่มสุรา หรือการท่องเที่ยว
  4. ห้ามออกนอกสถานที่ในช่วงเวลาปฏิบัติงานก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ดูแล และได้รับความเห็นชอบจากหัวหน้าโครงการที่สังกัดอยู่
  5. ห้ามก่อการทะเลาะวิวาท หรือทำร้ายร่างกายและหัวใจกัน ไม่ว่าด้วยกรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  6. ห้ามล่วงละเมิดทางเพศและก่อเรื่องเชิงชู้สาว จนทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อองค์กรและชุมชน การชู้สาว…เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนในองค์กรตระหนักและต้องรับรู้โดยทั่วกัน การมีความรักไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องเป็นไปในทางที่ถูกต้องเหมาะสม รู้จักกาล เทศะ เวลา และเคารพสถานที่ โดยเฉพาะการเคารพซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรีของตนเอง
กรณี
  • มาฝึกงานเป็นคู่ (แฟน/คู่รัก)
  • ระหว่างนักศึกษาด้วยกัน
  • ระหว่างนักศึกษาและเจ้าหน้าที่
  • ระหว่างนักศึกษากับอาสาสมัคร ไม่ว่าทั้งไทยและต่างประเทศ
  • ระหว่างนักศึกษากับคนในชุมชน
ห้าม ! แสดงกริยาไม่สุภาพ ไม่เหมาะสม เช่น กอด จูบ จับมือถือแขน หรือการแสดงออกซึ่งความรัก ความต้องการ ความปรารถนาอันเกินงาม ไม่ว่าความรักจะเกิดขึ้นในสถานะใดก็ตาม หากมีการปฏิบัติผิดกฎเหล็ก ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น ถือว่านักศึกษา ได้พ้นสภาพ/สถานะนักศึกษาฝึกงาน โดยไม่มีการพิจารณาใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งหมายถึงจะโดนลงโทษทั้งสองฝ่ายถึงขั้นสูงสุด

*กฎระเบียบการอยู่ร่วมกัน

การลา
  • การลาป่วย จะต้องแจ้งให้เพื่อนร่วมห้องพัก หรือเพื่อนนักศึกษา หรือพี่ๆ เจ้าหน้าที่ทราบ เพื่อที่จะได้ทำการแจ้งให้หัวหน้าโครงการที่นักศึกษาสังกัดอยู่และส่วนกลางทราบ
  • การลากิจ หรือการลาต่อเนื่อง นักศึกษาฝึกงานไม่มีวันลา ยกเว้น การลาอันเกี่ยวเนื่องกับการศึกษา/ครอบครัว ซึ่งจะต้องมีการแจ้งจากสถาบัน หรืออาจารย์ ผู้ปกครอง เท่านั้น และจะต้องได้รับความเห็นชอบและอนุมัติจากผู้ดูแลโครงการนักศึกษา ซึ่งจะต้องทำการแจ้งให้ส่วนกลางทราบล่วงหน้า 3 วัน (ยกเว้นกรณีฉุกเฉิน)
ประชุมเช้า นักศึกษาฝึกงานจะต้องเข้าร่วมประชุมเช้าทุกวัน ในเวลา 08.30 น. ยกเว้น วันเสาร์และอาทิตย์ การบันทึกประจำวัน นักศึกษาฝึกงานทุกคน จะต้องทำการบันทึกงานประจำวันในสิ่งที่ได้ทำ โดยสิ่งที่ต้องบันทึกประกอบด้วย 3 สิ่งด้วยกัน คือ
  1. สิ่งที่ตนเองทำ (หน้าที่การปฏิบัติ) ว่าทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ต้องสื่อสารไม่ยาว ไม่สั้น สำคัญที่สุดคือประเด็น
  2. สิ่งที่เราคิด เนื่องจากในการกระทำหนึ่งๆ มันจะก่อความคิดของเราขึ้นมา เช่น ทำแล้วพบว่ามีปัญหา/อุปสรรคอะไร ในความคิดของผู้เขียนเองเห็นว่าควรแก้ไขปัญหาอย่างไร หรือทำแล้วได้เรียนรู้อะไรเพิ่มเติม สิ่งนี้ทำให้คนอ่านมองเห็นพัฒนาการทางความคิดหรือทิศทางความคิดของคนๆนั้น
  3. สิ่งที่รู้สึก ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์ สุข เศร้า เหงา เจ็บปวด บางครั้งดูจะรุนแรงกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่กระจกเงาต้องไม่ใช่องค์กรที่เปราะบาง หากเปิดเผยความรู้สึกต่อกันบ้าง อย่างไรก็ตาม การเขียนความรู้สึกควรมีขีดจำกัดของมันในระดับหนึ่ง และให้ความสำคัญกับเนื้อหาสาระและเหตุผลให้มากขึ้น เพราะความรู้สึกมันหาจุดลงตัวได้ยาก แต่เป็นสิ่งที่สื่อสารสะท้อนอารมณ์ออกมาได้
หมายเหตุ การบันทึกล่าช้า สามารถทำได้ไม่เกิน 1 วันทำการ ยกเว้นกรณีเกิดปัญหาทางด้านเทคนิค หรือการลงพื้นที่ปฏิบัติงานนอกสถานที่ นักศึกษาจะต้องทำการบันทึกย้อนหลังหรือมีการสรุปกิจกรรมนั้นๆ

การใช้สถานที่
การเข้า – ออก  นักศึกษาฝึกงานทุกคนไม่สามารถออกนอกสถานที่ได้ ยกเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้ดูแล /เห็นชอบจากหัวหน้าโครงการ  ยกเว้น กรณีที่ต้องออกปฏิบัติงานนอกพื้นที่เท่านั้น
  • เสาร์-อาทิตย์ หากออกนอกพื้นที่ เพื่อความปลอดภัยของนักศึกษาเอง นักศึกษาควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ หรือเพื่อนนักศึกษาที่พักอยู่ในมูลนิธิฯ ทราบทุกครั้ง และควรจะต้องกลับเข้าศูนย์ไม่เกินเวลา  21.00 น.  หากเข้าออกเกินเวลาที่กำหนด หรือมีความจำเป็นฉุกเฉินอื่นใด ให้โทรแจ้งกลับมาที่เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลนักศึกษา
  • กรณีมี เพื่อน ญาติ ผู้ปกครอง หรือคณะอาจารย์ เข้ามาพักค้างแรม จะต้องแจ้งและขออนุมัติจากเจ้าหน้าที่ส่วนกลางหรือเจ้าหน้าที่ที่พักอยู่ในศูนย์ทุกครั้ง ซึ่งจะต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าในที่ประชุมเช้าด้วย
การใช้เสียง หลัง 22.00 น.  ลดการใช้เสียงที่ดังรบกวน การดื่มสุราหรือการจัดปาร์ตี้ ห้ามดื่มสุราในสถานที่ทำงาน(สำนักงาน) รวมถึงบ้านพักโดยเด็ดขาด หากมีการจัดปาร์ตี้จะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่พักอยู่ในศูนย์ทราบก่อนและต้องได้รับการอนุมัติทุกครั้ง ซึ่งการจัดปาร์ตี้จะต้องอยู่ในขอบเขตและปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่าเคร่งครัด

เวลาปฏิบัติงาน
  • จันทร์ – ศุกร์ เริ่มงานตั้งแต่เวลา 08.00 น.–16.00 น.
  • วันหยุด เสาร์ –อาทิตย์

การใช้อุปกรณ์
  • ให้แต่ละโครงการทำระเบียบการยืม และให้โครงการผู้ขอยืมใช้อุปกรณ์ปฏิบัติระเบียบของโครงการผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สินด้วยความรับผิดชอบอย่าเคร่งครัด
  • กรณีของหาย บุคคลหรือโครงการผู้ทำการใช้ของ เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง
  • กรณีความเสียหายที่มีความคาบเกี่ยวกันระหว่างโครงการและตัวบุคคล ให้ตกลงกันเป็นกรณีไป โดยดูที่เหตุและองค์ประกอบของความสูญเสียนั้น ว่ามีเหตุมาจากความสุดวิสัย หรือบุคคลละเลย หรืออื่นๆ
การใช้รถ
  • รถยนต์ ไม่อนุญาตให้นักศึกษาฝึกงานใช้ ยกเว้นกรณีฉุกเฉินที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน แต่ต้องเป็นนักศึกษาที่มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์และอยู่ในสภาพที่พร้อมเท่านั้น
  • รถมอเตอร์ไซค์ ต้องแจ้งข้อมูลการใช้ให้เจ้าหน้าที่ส่วนกลางทราบ และจะต้องได้รับการอนุมัติหรือเห็นชอบจากหัวหน้าโครงการทุกครั้ง หากมีเวลาที่แน่นอนให้แจ้งที่ประชุมเช้าทราบล่วงหน้า เพื่อการจัดสรรเวลาในการใช้งานให้ลงตัวและเหมาะสม โดยเฉพาะการใช้งานที่ต้องใช้รถทั้งวัน
  • กรณีใช้ส่วนตัว : คิดกิโลเมตรละ 3 บาท
ข้อบังคับการใช้รถ
  • กรณีใช้ส่วนตัว ห้ามนำไปค้างคืน
  • ดื่มสุรา หรือเครื่องดื่มมึนเมา ห้ามใช้เด็ดขาด
  • จดตัวเลขระยะทาง ไมล์ และภารกิจการใช้งานทุกครั้ง
  • บุคคลที่สามารถขับขี่ได้คือ บุคคลที่มีใบอนุญาตขับขี่เท่านั้น
  • หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น หรือรถพังอันเกิดมาจากการใช้งานส่วนตัว หรือการละเลย การปฏิบัติผิดกฎจราจร/ความประมาท ผู้ใช้รถจะต้องรับผิดชอบโดยตรง

การเข้าร่วมกิจกรรมขององค์กร
เจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร นักศึกษาฝึกงาน ทุกคนมีหน้าที่เข้าร่วมกิจกรรมขององค์กร ดังนี้
  • จันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30 น. ทุกคนต้องเข้าร่วมประชุมเช้า
  • ทุกวันพุธแรกของทุกเดือน จะมีเวทีประชาคม
  • ทุกวันอังคารและวันศุกร์ เวลา 14.00 น. มีกิจกรรมลงแรง กรณีมีภารกิจเร่งด่วนหรือจำเป็นที่ทำให้ไม่สามารถเข้าร่วมได้ ให้แจ้งต่อหัวหน้าโครงการ เพื่อที่หัวหน้าโครงการจะได้แจ้งที่ประชุมให้รับทราบ
  • นักศึกษาฝึกงานทุกคนจะมีหน้าที่รับผิดชอบเวรครัวร่วมกันสัปดาห์ละ 1 วัน เฉพาะมื้อเช้าเท่านั้น โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 06.00 – 08.00 น.

สวัสดิการ
  1. มูลนิธิฯ มีบ้านพักและเครื่องนอน แยกโซน ชาย / หญิง ให้นักศึกษาฝึกงานทุกคน
  2. มีอาหารให้ทานอิ่ม นอนหลับ ตลอดทั้งสามมื้อ วันจันทร์ – ศุกร์ มีแม่ครัวทำอาหารให้ สำหรับวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ นักศึกษาฯ จะต้องรับผิดชอบตนเอง
  3. มีรถส่วนรวม ที่นักศึกษาสามารถใช้เข้าออกได้ เมื่อมีความจำเป็นต้องเข้าเมือง
  4. มีพื้นที่กว้างขวางให้ได้ออกกำลังกาย (สำหรับคนที่รักสุขภาพ และชอบออกกำลังกาย)
  5. มีผัก ผลไม้ ให้สามารถเก็บกินได้ตลอดระยะเวลาการฝึก
  6. มีธรรมชาติที่งดงาม และอากาศที่บริสุทธิ์ ให้ได้ชื่นชมและสูดเต็มปอด
  7. มีมิตรภาพอันไร้พรมแดนต่างวัฒนธรรม ต่างศาสนา  ให้กับนักศึกษาทุกคนที่พร้อมเปิดใจรับ และมูลนิธิฯ ยังมีบ่อน้ำขนาดใหญ่ให้นักศึกษาฝึกงานได้อาบ ได้เล่น และผ่อนคลาย

การเดินทาง (เริ่มนับจาก กทม.)

รถโดยสารประจำทาง

  • มีรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศของ บ.ข.ส. และของเอกชน ไปเชียงรายทุกวัน สอบถามรายละเอียดได้ที่ สถานีขนส่งสายเหนือ กรุงเทพฯ โทร. 0 2936 2852-66
  • บริษัท สยามเฟิร์สทัวร์ กรุงเทพฯ โทร. 0 2954 3601-7
  • บริษัท สมบัติทัวร์ โทร. 0 2936 2495
  • บริษัท อินทราทัวร์ โทร. 0 2936 2492
  • บริษัท คฤหาสน์ทัวร์ โทร. 0 2936 3531
  • บริษัท นครชัยแอร์ โทร. 0 2939 4999 ต่อ 1123 1126  หรือ Call Center 1624

เครื่องบิน

  • บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปเชียงราย สอบถามรายละเอียด โทร. 1566, 0 2280 0060, 0 2628 2000, 0 2356 1111 หรือ thaiairways.com
  • สายการบินไทย แอร์ เอเชีย บริการเที่ยวบิน กรุงเทพฯ -เชียงราย สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 2515 9999 หรือ airasia.com
  • สายการบิน นกแอร์ บริการเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-เชียงราย สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 1318 หรือ nokair.com
  • สายการบินบางกอกแอร์เวย์ โทร 1771  หรือ 02-2706699
  • สายการบินไลอ้อนแอร์  กรุงเทพฯ-เชียงราย  โทร 02-5299999  หรือ www.lionairthai.com
 

รถไฟ

  • มีรถไฟจากสายใต้ สถานีสุไหงโกลก,ยะลา ,หาดใหญ่สู่สถานีกรุงเทพฯ(หัวลำโพง)
  • ต่อด้วยรถไฟสายเหนือ จากสถานีกรุงเทพถึงสถานีเชียงใหม่(หลังจากนั้นก็ต่อรถทัวร์จาก บขส.เชียงใหม่(อาเขต) สู่เมืองเชียงราย)
  • **สำหรับนักศึกษาฝึกงานจากทางภาคใต้ จะมีเที่ยวบินของสายการบินแอร์เอเชียบินตรงจากหาดใหญ่สู่เชียงใหม่ หลังจากนั้นก็ต่อรถทัวร์จาก บขส.เชียงใหม่(อาเขต) สู่เมืองเชียงราย หรือนั่งรถทัวร์จากภูเก็ตหรือสุราษฎร์ธานีสู่จังหวัดเชียงรายโดยตรง   **สำหรับนักศึกษาฝึกงานจากทางภาคอีสาน จะมีเที่ยวบินของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ และ นกแอร์ บินตรงจากอุดรธานีสู่เชียงใหม่ หลังจากนั้นต่อรถทัวร์จาก บขส.เชียงใหม่(อาเขต) สู่เมืองเชียงราย หรือนั่งรถทัวร์ สมบัติทัวร์ สายอีสานสู่เชียงรายโดยตรง สมบัติทัวร์ โทร 0-2269-6999  

    จากเมืองเชียงราย เข้ามายังมูลนิธิกระจกเงา

    *หากมาคนเดียว หรือไม่เกิน 4 คน แนะนำให้ใช้บริการรถ taxi  (ราคาคิดตามมิทเตอร์ และบวกเพิ่มอีกไม่เกิน 80 บาท) เนื่องจากอยู่นอกเขต *กรณีมากันเกิน 4 คน แนะนำให้ใช้บริการรถสองแถว หรือ รถตุ๊กๆ  (ราคาอยู่ที่ความสามารถในการต่อรอง) แต่หลักๆ ประมาณนี้.. – จากสนามบิน   ราคาประมาณ 250 บาท (คิวรถจะอยู่บริเวณลานจอดรถหน้าอาคารผู้โดยสาร  อย่าใช้บริการ taxi ของสนามบิน เนื่องจากราคาจะแพงม๊ากกก) – จากสถานีขนส่ง (ใหม่) ราคาประมาณไม่เกิน 300 บาท  

    เบอร์ taxi เชียงราย  โทร 053-773477

    การเตรียมความพร้อมก่อนเข้ามาฝึกงานและสหกิจศึกษา

    • ควรทำความรู้จักกับสถานที่ที่เราจะเข้ามาฝึกงานหรือสหกิจศึกษาก่อน โดยสามารถศึกษาได้จาก www.bannok.com หรือ Facebook : มูลนิธิกระจกเงา@บ้านนอก เช่น ศึกษาข้อมูลเบื้องต้นขององค์กร ศึกษาลักษณะงาน • ตรวจสอบเส้นทางและวางแผนการเดินทางไป-กลับ • ตรวจสอบสภาพพื้นที่ ภูมิอากาศในแต่ละช่วงฤดูกาลที่ตรงกับช่วงเวลาการเข้าฝึกงานหรือสหกิจศึกษาของนักศึกษา • ควรศึกษาและสอบถาม กฎระเบียบ วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ ข้อจำกัดของสถานที่ และควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด • ตรวจสอบวัน เวลา และสถานที่ในการรายงานตัวล่วงหน้า พร้อมกับเอกสารที่จำเป็นในการใช้ฝึกงาน รวมไปถึงการแต่งกายที่จะต้องสุภาพเรียบร้อยโดยเป็นไปตามรูปแบบขององค์กรด้วยเช่นกัน • ติดต่อประสานและจัดส่งเอกสารการเข้าฝึกงานหรือสหกิจศึกษา และการตอบรับล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน • ควรจัดชุดเสื้อผ้าให้เหมาะต่อสภาพอากาศ ต่อลักษณะงานในการปฏิบัติ • เตรียมความพร้อมเพื่อทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมงาน โดยที่เราปฏิบัติตัวให้เหมาะสม สุภาพอ่อนน้อม ไม่ถือตัว • ที่สำคัญเตรียมร่างกายและหัวใจให้พร้อมสำหรับ ฝึกงานหรือสหกิจศึกษาที่มูลนิธิกระจกเงาแห่งนี้