นักศึกษา (บ้า) ฝึกงานปี 59 รุ่น อันตรายเพื่อนนะ!!!

12661766_992667127454390_6821484070849987146_n

>>>   แนะนำนักศึกษา(บ้า)ฝึกงาน 59 รุ่น อันตรายเพื่อนนะ!!!     <<<

พวกเรามากัน 27 คนกันเลยทีเดียว มาเต็ม!

1.

เพชร

ข้อมูลส่วนตัว

สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อนางสาวกิ่งเพชร แก้วสังข์ ชื่อเล่น เพชร อายุ 22 ปี

กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ   ชั้นปีที่ 4 คณะสังคมศาสตร์

เอกการพัฒนาชุมชนเมือง เกิดเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2536 กรุ๊ปเลือด เอ สัญชาติไทย    เชื้อชาติไทย

ปัจจุบันอาสัยอยู่บ้านเลขที่ 95/47 ซ.บุญศิริ 14 ถ.สุขุมวิท ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ      เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ 088-6248287

E-mail : petchkingpetch@gmail.com

Facebook : Kingpetch Kaewsung

ID Line : Kingpetch

บิดาชื่อ นายสุพร แก้วสังข์       มารดาชื่อ นางฉวีวรรณ แก้วสังข์

เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อฉุกเฉิน 086-5565224 (นางฉวีวรรณ แก้วสังข์)

อาหารที่ชอบ : แกงเหลือง แกงจืด

สีที่ชอบ   : สีขาว สีดำ และสีเหลือง

คติประจำใจ : ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่นั่น

ความคาดหวังกับมูลนิธิกระจกเงา

สิ่งที่ดิฉันคาดหวังกับมูลนิธิกระจกเงาคือ   การเรียนรู้ระบบการทำงาน NGO ขององค์กรที่ประชาชนมักได้ยินจากสื่อต่างๆ ว่ามีระบบการทำงานอย่างไรถึงมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลต่อการพัฒนาสังคม และสามารถนำความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ดังกล่าวไปใช้ในการปฏิบัติงานจริงหลังจากสำเร็จการศึกษา

ความรู้สึกที่มีต่อมูลนิธิกระจกเงา

ความรู้สึกที่มีต่อมูลนิธิกระจกเงา คือ ดิฉันรู้สึกว่าองค์กรแห่งนี้มีความพยายามทุกวิถีทางในการพัฒนาชุมชนอย่างแท้จริง โดยองค์กรได้มีการออกแบบและวางแผนออกมาเป็นโครงการต่างๆที่ครอบคลุมการพัฒนาในระดับชุมชนและขยายผลไปสู่ระดับจังหวัดแต่ละประเทศต่อไป นั่นแสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ขององค์กรนี้มีความเข้มแข็งและเต็มใจในการที่จะเห็นสังคมไทยเรามีการพัฒนาเท่าเทียมกับนานาประเทศ

ความรู้สึกก่อนเข้ามาฝึกงานในมูลนิธิกระจกเงา

ดิฉันรู้จักมูลนิธิกระจกเงา จังหวัดเชียงรายจากรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย 3 คน ซึ่งทั้ง 3 คนได้มาฝึกงานที่นี่ผ่านการนำเสนอที่น่าสนใจและกลายเป็นแรงดึงดูดให้ดิฉันมาฝึกงานที่นี่ โดยเนื้อหาของการนำเสนอของพี่ๆได้นำเสนอการใช้ชีวิตของนักศึกษาฝึกงานตั้งแต่อาหารการกิน การเดินทาง การทำงาน หรือการใช้เวลาว่างหลังเลิกงานในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือเรียนภาษากับเจ้าของภาษาที่เป็นชาวต่างชาติซึ่งถือเป็นการแลกเปลี่ยนภาษาและวัฒนธรรมในเวลาเดียวกัน อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ดิฉันอยากมาฝึกงานที่นี่คือ ความต้องการมองหาประสบการณ์ใหม่ให้คนเมืองอย่างดิฉันได้สัมผัสกับธรรมชาติและความสงบในพื้นที่ชนบท ทำให้เราสามารถรู้จักและปรับตัวกับสภาพแวดล้อมรวมถึงผู้คนในภูมิภาคที่แตกต่างจากเราอีกด้วย แต่ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือ การได้เรียนรู้กระบวนการและวิธีการทำงานขององค์กรพัฒนาเอกชนหรือที่เรามักเรียกจนติดปากว่า เอ็นจีโอ (NGO) ว่ามีวิธีการทำงานเป็นอย่างไรในการพัฒนาและช่วยเหลือสังคมและชุมชนในด้านต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับสาขาวิชาที่ดิฉันเรียนมาคือ การพัฒนาชุมชนเมือง ภาควิชาสังคมวิทยา ที่เน้นการศึกษาเรียนรู้การทำงานและวิถีชีวิตของคนหมู่มากและหลากหลาย แต่สาขาวิชาที่ดิฉันเรียนจะเน้นงานพัฒนาเมืองมากกว่าชนบท นั่นเป็นเพียงความแตกต่างระหว่างพื้นที่เท่านั้น แต่กระบวนการและเครื่องมือที่ใช้เป็นไปในลักษณะเดียวกัน แต่การที่จะนำกระบวนการและเครื่องมือแบบไหนมาใช้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย ในความจริงแล้วดิฉันได้ยินชื่อเสียงของมูลนิธิกระจกเงาจากสื่อโทรทัศน์และอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะการทำเรื่องคนหาย ที่ช่วงหนึ่งกลายเป็นประเด็นใหญ่โตเกี่ยวกับคดีน้องการ์ตูนเด็กผู้หญิงที่ถูกลักพาตัวและถูกข่มขืนในเวลาต่อมา ทางมูลนิธิกระจกเงาเป็นองค์กรแรกๆที่เรามักได้ยินข่าวในกรณีคนหายช่วยเหลือด้วยกาารแชร์ข่าวคนหายทางโลกโซเชียลจนสามารถช่วยกัาจับคนร้ายได้สำเร็จและในอีกหลายคดี นี่เป็นหลายๆเหตุผลล้วนแล้วแต่เป็นเส้นทางที่พาดิฉันเข้ามาฝึกงานที่นี่

ความรู้สึกเมื่อเข้ามาฝึกงานในมูลนิธิกระจกเงา

เมื่อทางมูลนิธิกระจกเงาตอบรับดิฉันเป็นนักศึกษาฝึกงานของที่นี่แล้ว แต่การเดินทางทำให้ดิฉันรู้สึกตื่นเต้นมากกว่าเพราะเป็นการเดินทางไปต่างอยู่ต่างจังหวัดเพียงลำพังและมีผู้ติดตามมาด้วยคือเพื่อนอีกหนึ่งคน เราสองคนไม่รู้เลยว่าเส้นทางข้างหน้าที่มุ่งไปยังมูลนิธิกระจกเงาเป็นอย่างไร แต่คำตอบหนึ่งได้ปรากฏขึ้นในใจของดิฉันคือ หลังจากที่ขึ้นรถแท็กซี่ไปแล้วสีหน้าของคนขับรถแท็กซี่มีสีหน้าไม่เต็มใจไปส่งเรานัก “พี่คะ มีอะไรรึเปล่าคะ?” ดิฉันถามด้วยความสงสัย “กระจกเงาไกลนะน้อง อยู่สุดถนน มันเปลี่ยวนะ มีแต่ชาวเขาทั้งนั้น” พี่คนขับพูด แต่สุดท้ายพี่แท็กซี่ไปส่งเราจนได้ สำหรับดิฉันแล้วระยะทางและลักษณะถนนลูกรังไม่ได้เป็นอุปสรรคเลยแม้แต่น้อย ในสมองคิดอย่างเดียวคือ ถ้าอยากเปลี่ยนตัวเองต้องยอมรับกับการเปลี่ยนแปลงและประสบการณ์ให้ได้ ช่วงที่ดิฉันเริ่มฝึกงานเป็นช่วงจัดเตรียมงานวันเด็กพอดี พี่ๆเรียกใช้อะไรดิฉันพร้อมช่วยเพื่อแลกกับการได้รับประสบการณ์ใหม่และพร้อมน้อมรับคำแนะนำต่างๆที่พี่ๆมอบให้อย่างเต็มใจ ถึงแม้ว่าจะเป็นสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อนก็ตาม ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ^^.

 

2.

พร

 

ข้อมูลส่วนตัว

นายกฤตพร เนาวพันธ์ (พร) อายุ 22 ปี

คณะรัฐศาสตร์ สาขาวิชาการปกครอง ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

Facebook : Krittiporn Naowapan

เบอร์โทรศัพท์ : 081-3686703

ที่อยู่ : 216 หมู่ 1 ต. หนองกลับ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย 64110

โครงการที่สังกัด : ครูบ้านนอก

ความคาดหวัง : หวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งในองค์กรที่ช่วยเหลือสังคม นำความรู้ความสารถที่มีมาเป็นประโยชน์เพื่อเพื่อนมนุษย์บ้าง

ความรู้สึก : สนุกและมีความสุขในการร่วมจัดงานวันเด็ก และได้ช่วยเหลือสังคม

ความรู้สึกก่อนก้าวเดินออกจากบ้านมาที่กระจกเงา

การก้าวเดินออกจากบ้านอีกครั้ง ต่างจากเมื่อ 4 ปีก่อนที่ออกจากบ้านเพื่อไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี การเดินทางครั้งนั้นให้ความรู้สึกต่างกันกับการมาที่กระจกเงามาก การออกจากบ้านครั้งนี้ด้วยความหวังและภาพในความคิดที่เคยเห็นในละคร โดยการมีครูที่มีจิตใจอาสา ขึ้นไปสอนหนังสือเด็กๆชาวเขาที่ไม่สามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา หรืออาจจะขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนการสอน ภาพเหล่านี้ยังคงอยู่ในความทรงจำเสมอมา และก็ยังมีความตั้งใจที่จะหาโอกาสสักครั้งในชีวิตที่จะได้ทำอะไรเพื่อตอบแทนสังคม และเพื่อนมนุษย์บ้าง การเดินทางมาที่กระจกเงาจึงเป็นการมาเพื่อทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริง นอกเหนือไปจากการสหกิจศึกษาเพื่อจบการศึกษา หวังการพัฒนาตัวเองในการกล้าแสดงออก การพูดต่อหน้าคนเยอะๆที่จะประหม่าทุกครั้งที่ทำ ไม่ใช่แค่งานเอกสาร ไม่ใช่แค่งานในสำนักงาน แต่ต้องการทำงานเพื่อเพื่อนมนุษย์

ความรู้สึกเมื่อมาอยู่ที่กระจกเงาในตอนนี้

งานแรกที่ได้เข้าร่วมกับมูลนิธิกระจกเงาคือ มหกรรมวันเด็ก ตั้งแต่การเตรียมงาน จัดของขวัญเป็นชุดให้กับเด็ก ได้ทำงานร่วมกับเพื่อนต่างมหาวิทยาลัย มาจากหลากหลายภาคของประเทศ รวมไปถึงยังมีอาสาสมัครต่างชาติ ที่เข้ามาช่วยกันจัดงานวันเด็ก ในบทบาทของนักศึกษาฝึกงานมีหน้าที่ช่วยงานพี่เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิทุกงานเท่าที่จะสามารถช่วยได้ แต่ละคนก็จะแยกกันไปทำงานที่ตัวเองถนัด ทุกงานที่ทำต้องลงแรงอย่างมาก ทุกคนเหนื่อยแต่สิ่งที่ทำมันก็ประสบความสำเร็จ ทุกคนที่นี่มีความสุขที่ได้ทำเพื่อเด็กๆโดยไม่หวังผลตอบแทน การทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มกับเพื่อนที่ไม่เคยรู้จัก ปรับตัวเพื่อสามารถทำงานร่วมกับเพื่อนกลุ่มใหม่ที่เราไม่รู้นิสัย การที่จะพูดเล่นหยอกล้อกันก็จะเป็นที่จะต้องระวังคำพูด เพื่อให้ทำงานร่วมกันได้อย่างสบายใจ โดยรวมแล้วรู้สึกดีมากๆที่ได้มาอยู่ที่นี่

 

3.

อารีนี

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อนางสาว อารีนี อักษรวัฒนา ชื่อเล่น นี อายุ 22 ปี เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4

ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี คณะรัฐศาสตร์ สาขาการปกครอง

เกิดเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2536 สัญชาติไทย   เชื้อชาติไทย ศาสนา อิสลาม

เบอร์สามารถติดต่อได้ : 087-8371937

E-mail : hanun_36@hotail.co.th

Facebook : Deep Person

ID Line : 2areenee2

กรุ๊ปเลือด : เอ

คติประจำใจ : ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วทุกวันจะเป็นวันที่ดี

สีที่ชอบ : แดง,ดำ,น้ำตาล

เลขที่ชอบ : “ 2 ”

นามแฝง : Red Diamond

อาหารที่ชอบ : ทุกอย่างเลย (กินง่ายอยู่ง่าย)

 

ความคาดหวังที่มีต่อมูลนิธิกระจกเงา

คาดหวังที่จะได้ประสบการณ์ทำงานที่มีรูปแบบหลากหลาย การทำงานที่มีความยืดหยุ่นสูงตลอดเวลา การปรับตัวกับความหลากหลายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบุคคล สถานที่และสถานการณ์ต่างๆและการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นท่ากลางความต่าง (ที่แตกต่างจากบ้านเกิดดิฉันที่มีความต่างเช่นกันแต่สามารถอยู่ร่วมกันได้ “สามจังหวัดชายแดนใต้”)

 

ความรู้สึก(อารีนี)

ตั้งแต่ปีที่แล้วที่เราติดตามมูลนิธิกระจกเงาเชียงราย เนื่องจากรุ่นพี่ในคณะได้มาสหกิจศึกษาที่นี่ การโพสเตตัสต่างๆผ่านเฟสบุ๊คของรุ่นพี่เกี่ยวกับประสบการณ์ต่างๆที่ได้จากที่นี่ทำให้เราสนใจและเกิดความคิดที่อยากจะมาสหกิจศึกษาที่นี่ด้วยเพราะดูแล้วมีเรื่องให้ตื่นเต้นตลอดเวลาและงานดูน่าสนุกดี นั้นก็คือจุดเริ่มต้นของการที่เราตัดสินใจมาสหกิจศึกษาที่นี่ ตอนนั้นเราศึกษาอยู่ปี 3 เทอม 2 ซึ่งมีเวลาอีก 1 ปีที่เราต้องสหกิจศึกษาแล้ว เวลาผ่านไปจนกระทั่งถึงเวลาตัดสินใจเลือกสถานที่ในการสหกิจศึกษาในตอนนั้นจิตใจเราโลเลมากเพราะตลอดเวลาก็ได้รับข้อมูลต่างๆเพิ่มขึ้นทำให้มีสถานที่ที่สนใจสหกิจเพิ่มมากขึ้นแต่ก็ไม่เคยลบมูลนิธิกระจกเงาออกจากความคิดเลยนะ เลือกไปเลือกมาก็เลือกมูลนิธฺกระจกเงาเชียงรายเหมือนเดิม ฮ่าๆๆ อิอิ ก็ลงชื่อทำหนังสือต่างๆเรียบร้อย แต่!! ไม่ได้ปรึกษาที่บ้านไว้ก่อนและพึ่งมาบอกทางบ้านหลังจากที่จัดการส่งหนังสือเรียบร้อยแล้ว เพราะตลอดมาถ้าเป็นเรื่องเรียนทางบ้านจะให้ตัดสินใจเองได้เลย แต่ว่าครั้งนี้มันไม่เป็นอย่างที่คิดเมื่อเราได้บอกพ่อว่าเราจะไปสหกิจที่กระจกเงาเชียงรายนะ พ่อตกใจแปปนึงแล้วถามว่าทำไมไปไกลขนาดนั้นแล้วทำแถวบ้านไม่ได้หรอ มันก็เหมือนกันนั้นแหละ เราก็ได้อธิบายเหตุผลไปว่า ที่เราอยากสหกิจศึกษาที่กระจกเงาเชียงรายเพราะเราอยากเรียนรู้งานนอกเหนือจากสายราชการก่อนเพราะยังไงๆเราจบไปก็ต้องทำงานที่เป็นสายราชการอยู่แล้วเนื่องจากสาขาที่เราเรียนคือรัฐศาสตร์การปกครอง เผื่อเราจะรู้ตัวเองว่าชอบงานแนวไหนและอีกเหตุผลนึงคืออาจารย์ที่ปรึกษาได้แนะนำไว้ว่าถ้าคุณไม่ได้ทำกิจกรรมในมหาลัยคุณควรมาที่นี่เพราะคุณจะสามารถทำงานเป็น นี่คือคำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษาเรา ซึ่งเป็นจุดพีคที่ทำให้เราตัดสินเลือกที่นี่เลย เพราะว่าเราอยู่มหาวิทยลัยเราไม่ทำกิจกรรมเลยนะ เรียนอย่างเดียวเลย เราจึงมีความกังวลในการทำงานเนื่องจากเราไม่มีประสบการณ์การทำกิจกรรมเลย เมื่อเราอธิบายพ่อจบ พ่อก็นิ่งไปและไม่พูดอะไรต่อเลย ซึ่งเรารู้ดีว่าพ่อไม่อยากให้ไปและถ้าพ่อไม่ให้ไปเราก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี เฮ้ออ เครียดนะตอนนั้น คิดแต่เรื่องนี้ตลอด แล้ววันต่อมาพ่อก็มาบอกเราว่าไม่ต้องไปหรอกหาที่อื่นเหอะมันไกลนะเอาแถวๆบ้านพอแล้ว เรานิ่งเลย มันเกิดขึ้นแล้ว พ่อไม่ให้ไปจริงด้วย ==” เราก็เงียบนะไม่พูดอะไร และ!!! และเราก็ไม่ได้แจ้งเปลี่ยนที่สหกิจด้วย แฮร่ ^^ เนื่องจากมีเวลาอีก 4 เดือนถึงจะไปสหกิจศึกษาและเรามีความหวังเล็กๆว่าพ่อจะต้องใจอ่อนให้เราไปอยู่แล้วละ #หวัง และแล้วเมื่อถึงเวลาที่เพื่อนๆที่ไปด้วยกันจองตั๋วเดินทางไปเชียงราย เราก็ใด้รวบรวมความกล้าพูดกับพ่ออีกครั้งหลังจากที่เงียบมาตลอดหลังจากที่พ่อให้หาที่สหกิจใหม่ คือตอนนี้พ่อไม่ได้อยู่บ้านหรอก พ่อเราไปอบรมงานที่กรุงเทพสองเดือนซึ่งเราจะติดต่อกันทางไลน์ซะส่วนใหญ่ เราก็ไลน์ไปบอกพ่อว่า เราขอเงินค่าตั๋วไปเชียงรายหน่อยและอธิบายไปว่าเราอยากไปสหกิจที่นั้นจริงๆ โอนเงินให้หน่อยนะ แล้วส่งสติ๊กเกอร์ทำหน้าอ้อนวอนไป 1 ตัว เรานั่งรอการตอบกลับของพ่ออย่างลุ้นละทึก รอแล้วแล้วรออีกพ่อก็ไม่อ่านจะโทรไปคุยเราก็ไม่กล้า เมื่อผ่านไปวันนึงพ่อเปิดอ่านแล้วแต่ไม่ตอบอะไรเลย ใจเราหวั่นมาก ต้องโทรไปหรอเนี่ย กลัวนะ แต่เราก็ตัดสินใจว่าถ้าถึงวันที่เราให้พ่อโอนเงินแล้วพ่อโอนให้ก็แสดงว่าพ่ออนุญาตแต่ถ้าไม่โอนก็อด และเมื่อถึงวันที่เราต้องใช้เงินไปเช็คในบัตรเอทีเอ็ม สรุปว่า…พ่อโอนเงินมาให้จ้า ฮ่าๆๆๆ โอนมาเกินที่ขอด้วย ดีใจมากๆ มากจริงๆ เรารีบโทรไปขอบคุณพ่อทันที อิอิ มีความสุขมากตอนนั้นเรากับเพื่อนๆวางแผนกันไม่เว้นแต่ละวันเลยในการเตรียมตัวไปกระจกเงาเชียงราย และแผนของเรากับเพื่อนๆก็คือเราจะเดินทางไปลงเชียงใหม่และอยู่เที่ยวก่อนหนึ่งวันแล้วค่อยต่อรถไปเชียงรายเพื่อไปมูลนิธิ เราต้องเริ่มสหกิจศึกษาวันที่ 12 มกราคม 2559 แต่พวกเราจะไปก่อนแล้วเลือกไปวันที่ 2 มกราคม เนื่องจากได้โทรมาถามพี่ๆกระจกเงาตลอดจึงตั้งใจจะมาช่วยงานวันเด็กด้วย ^___^ เมื่อการเดินทางเริ่มขึ้นเราตื่นเต้นมากและตลอดการเดินทางจากปัตตานีมาเชียงรายนั้นสนุกมากๆเนื่องจากตัวเราเองไม่เคยต้องเดินทางไกลๆและจากบ้านนานๆแบบนี้เลย(สี่เดือน) การเดินทางเข้ามาที่มูลนิธินั้นคือเรามาถึงก็ดึกแล้วเรานั่งรถเท็กซี่เข้ามา ทางมันมืดมากเรามองไม่เห็นข้างทางเลยและเมื่อรถขับมาถึงถนนลูกรัง ความรู้สึกเราตอนนั้นคือตื่นเต้นมาก ว้าว ทำไมบ้านนอกแบบนี้เนี่ยประกอบกับลุงคนขับรถบอกว่าถ้าเข้ามาแล้วสัญญาณโทรศัพท์จะไม่มีนะจะติดต่อคนภายนอกยากมาก คือความรู้สึกตอนนั้นเหมือนกำลังจะเข้าไปในที่ที่ชนบทมากๆ เราทุกคนบนรถต่างพากันโทรหาพ่อแม่พี่น้องปู่ย่าตายายแฟนเฟยต่างๆทันที และเมื่อถึงทางเลี้ยวเข้ามูลนิธิไฟรถได้ส่องไปที่ป้ายใหม่มูลนิธิ คือจะบอกว่ายิ่งเพิ่มความรู้สึกชนบทให้กับเราเข้าไปอีก ใจหวั่นๆแล้วละว่าจะอยู่ได้หรือเปล่าเนี่ย เมื่อเข้าไปถึงก็มีป้าทอร์และป้าจิ๋มรอรับอยู่และพาไปหาอะไรทานและเข้าที่พักและเรื่องสัญญาณโทรศัพท์นั้นน่าขำจริงๆ เราก็โทรบอกพ่อแม่อะไรหมดแล้วว่าติดต่อยากนะอย่างนู้นอย่างนี้แต่เมื่อเข้ามาจริงสัญญาณเต็มเลย ^_^   ความรู้สึกของคืนแรกคือ หนาววววววว หนาวมากๆ ไม่เคยหนาวอะไรอย่างนี้มาก่อนยิ่งกว่าอยู่ห้องแอร์อีก ตอนนั้นก็คิดไปถึงการทำงานแล้วละว่าอากาศขนาดนี้จะทำงานยังไงดี และเมื่อตื่นเช้ามาความหนาวก็ลดลงและเมื่อถึงกลางวันก็มีแดดแต่แดดที่นี้ไม่ร้อนเลย ไม่เหมือนที่บ้านเราเลยซักนิด เราต้องปรับตัวกับสภาพอากาศที่ต่างจากบ้านเราก่อนเลยยย เมื่อเจอพี่ๆก็รู้สึกตื่นเต้นมากๆและตลอดอาทิตย์ก็ช่วยงานมูลนิธิในการจัดงานวันเด็กมาตลอด ในแต่ละวันสนุกมากๆ ได้รู้จักคนใหม่ๆในสถานที่ใหม่ๆ ประทับใจที่นี่มากๆจนถึงเวลาเข้างานจริงๆ เราได้อยู่ในโครงการสัญชาติซึ่งพี่ๆหัวหน้าโครงการไม่อยู่อาทิตย์นึงเราจึงช่วยงานอย่างอื่นไปก่อนเรื่อยๆ มาอยู่ที่นี่เราได้ทำทุกอย่างเลย ที่นี่มีให้ทำทุกอย่างจริงๆ อยู่แบบช่วยๆกันในองค์กรซึ่งดูกันเองมากๆ เป็นองค์กรที่ดูมีความยืดหยุ่นสูง เรามองว่ามนุษย์สัมพันธ์เป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับที่นี่ สรุปว่าเราชอบที่นี่มากๆและจะตั้งใจทำงานและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่างๆให้ได้มากที่สุด

 

4.

ไก่

 

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อนางสาวศิริพร แสนโคตร (ไก่) เกิดวันที่ 3 ธันวาคม 2536 อายุ 22 ปี

เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คณะสังคมศาสตร์ ภาคสังคมวิทยา เอกการพัฒนาชุมชนเมือง

ชั้นปีที่ 4 ที่อยู่ปัจจุบัน 5/67 หมู่บ้านอมรพันธ์นคร ซอย สวนสยาม 26 แขวง/เขตคันนายาว กรุงเทพฯ 10230

เบอร์โทรศัพท์ : 098-0200092,083-1349284

E-mail : paris9943@gmail.com

Facebook : Kaisiriporn Sankote

ID Line : Punkberry701

เบอร์ติดต่อเวลาฉุกเฉิน : 087-5296028,086-8987251 (แม่และพ่อตามลำดับ)

สิ่งที่คาดหวังจะได้รับที่มูลนิธิกระจกเงา : ประสบการณ์ที่ใหม่ๆ ที่ไม่สามารถหาได้ในห้องเรียนและการได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาใช้ในการฝึกงานที่นี่ นอกจากนี้ คือ การเรียนรู้ในการปรับตัวให้เข้ากับที่ทำงานและเพื่อนร่วมงานและได้ทำงานร่วมกันทำให้เกิดเพื่อนใหม่ๆมากขึ้น

ความรู้สึกที่มาอยู่ที่มูลนิธิกระจกเงา

ตอนแรกๆมีอารมณ์เหงาๆเบื่อๆบ้าง เพราะไม่รู้จะพูดกับใคร และอากาศหนาวมาก รู้สึกไม่อยากตื่นเช้า แต่พออยู่ได้สักพักก็สามารถปรับตัวได้ มีเพื่อนๆใหม่ให้ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์สนุกดี ส่วนอากาศก็สามารถปรับตัวได้บ้าง และตื่นเช้าทุกวันตื่นติดต่อกันหลายวันและคิดว่าอยู่ที่นี่สุขภาพอาจจะดีขึ้น เพราะกินอาหารตรงเวลา และนอนไวตื่นเช้าค่ะ

ความรู้สึกทั้งหมด

ฉันชื่อ ศิริพร แสนโคตร ชื่อเล่นชื่อไก่ เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คณะสังคมศาสตร์ ภาคสังคมวิทยา เอกการพัฒนาชุมชนเมือง ชั้นปีที่ 4 ฝึกงานที่มูลนิธิกระจกเงาเป็นระยะเวลา 3 เดือน ในช่วงแรกที่มีการเลือกที่ฝึกงานได้มีความคิดที่จะมาที่มูลนิธิกระจกเงาเชียงรายอยู่แล้ว เพราะจากที่รุ่นพี่ได้ไปนำเสนอสถานที่ฝึกงาน ทำให้เราเกิดความสนใจและเลือกที่จะฝึกงานที่มูลนิธินี้ เพราะได้ลงมือทำกิจกรรมต่างๆมากมาย และได้ลงมือทำจริง และตรงกับที่ที่ตนเองสนใจในเรื่องของงานพัฒนาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว     ก่อนที่จะมาฝึกงานตื่นเต้นอย่างมาก เพราะไม่รู้ว่าจะต้องเดินทางไปยังมูลนิธิอย่างไร กลัวหลงทาง กลัวเข้ากับเพื่อนๆ ร่วมงานไม่ได้ และกลัวเข้ากับพี่ๆ ที่ทำงานไม่ได้ วันที่เดินทางมาถึงเชียงราย การเดินทางมาถึงมูลนิธิค่อนข้างห่างไกล ถึงแม้จะอยู่ในอำเภอเมืองก็ตาม เมื่อมาถึงก็แปลกที่แปลกทาง เพราะเห็นบ้านหลายหลัง และยังไม่รู้เหนือรู้ใต้ อาหารที่ทานก็จะเป็นผักเสียเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ต้องปรับตัวเรื่องการกิน และสภาพอากาศที่หนาวเย็นต่างจากกรุงเทพฯ ทำให้เกิดปรับตัวเรื่องการอาบน้ำและการเข้านอนอย่างยากลำบาก แต่พอมาอยู่ได้อาทิตย์หนึ่ง ทำให้เรารู้ว่าการเข้ากับเพื่อนเป็นเรื่องที่ง่ายมาก และทำให้เราได้รู้จักวัฒนธรรมอื่นๆ มากมาย เช่น เพื่อที่มาจากภาคใต้ อีสาน และเหนือ เกิดเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ดี ส่วนพี่ๆ ที่มูลนิธิน่ารักและเป็นกันเอง ทุกคนให้คำแนะนำในเรื่องที่ดีๆ ต่อการทำงานต่างๆ ทำให้ไม่เกิดอาการเกร็งเวลาทำงาน ในการลงพื้นที่เป็นงานออกแนวลุยๆ ทำให้ต้องปรับตัวเยอะถึงแม้จะทำงานลุยๆมาก่อน แต่การลงพื้นที่ที่นี่ค่อยข้างลุยเยอะมากๆ จึงต้องปรับตัวให้คล่องแคล่วอยู่ตลอดเวลา

ดังนั้นการฝึกงานที่นี่ถึงแม้จะอยู่ได้เพียงไม่นานก็ทำให้รู้สึกว่าที่นี่คือบ้านอีกหลังที่เราจะต้องกลับมาทุกครั้งที่เราออกไปข้างนอก เพื่อนๆ ทั้งไทยและต่างประเทศน่ารัก และเฮฮา และทำให้เกิดรอยยิ้มได้ตลอดเวลารวมถึงพี่ๆ เจ้าหน้าที่ที่น่ารัก และให้คำแนะนำในเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ทำให้มูลนิธินี้เป็นบ้านอีกหลังหนึ่ง

 

5.

แนน

 

ข้อมูลส่วนตัว

สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อนางสาว พรชนก นามสกุล ใจแก้ว ชื่อเล่น แนน (ตุ้ย) อายุ 21 ปี

กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย ชั้นปีที่4 คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ (เฉพาะกิจ) เกิดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2537   กรุ๊ปเลือด เอ   สัญชาติ ไทย เชื้อชาติ ไทย

ศาสนาคริสต์       ปัจจุบันอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 302 ม. 6 ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย 57100ฃ

เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ : 088-2252071,094-6303541,098-7780091 (ติดต่อได้ในปัจจุบัน)

E-mail : nantuii@hotmail.com

Facebook : nan pornchanok

ID Line : nanhimawari

บิดาชื่อ นายประมวล ใจแก้ว (เสียชีวิตแล้ว) มารดาชื่อ นางสมพร ใจแก้ว

เบอร์โทรศัพท์ติดต่อฉุกเฉิน : 083-5752808 (แม่)

มีพี่น้อง 2 คน เป็นพี่คนโต มีน้องชาย 1 คน

อาหารที่ชอบ : คั่วกลิ้ง,น้ำเงี้ยว,ต้มยำกุ้ง,ก๋วยเตี๋ยว

สีที่ชอบ ; สีเขียว, สีแดง

สิ่งที่กินไม่ได้ ไม่ดื่มพวกของมึนเมา ไม่ดื่มชา ไม่ดื่มกาแฟ

คติประจำใจ : ขอบคุณ ขอบใจ ไม่เป็นไร ขอโทษ

 

ความคาดหวังกับมูลนิธิกระจกเงา

สิ่งที่ดิฉันคาดหวังว่าจะได้รับที่มูลนิธิกระจกเงา คือ การพัฒนาความสมารถของตนเองในสายที่ตนเองได้เรียนมาและได้ช่วยเหลือทางมูลนิธิต่างๆได้บ้าง และได้รับการพัฒนาทัศนคติ มุมมองของการเรียนรู้งาน กลุ่มคนและชาติพันธุ์ต่างๆให้กว้างขึ้น ได้ลงมือทำงานปฏิบัติงานจริง ลงพื้นที่จริง

 

ความรู้สึกที่มีต่อมูลนิธิกระจกเงา

ความรู้สึกที่มีต่อมูลนิธิกระจกเงา หลังจากที่มาอยู่ในนี้ คือ ความรู้สึกที่อบอุ่นและได้ลงมือทำงานกิจกรรมต่างๆ ด้วยกำลังของตนเองได้ และโครงการทุกโครงการมีการดูแลในแต่ละส่วนได้เป็นอย่างดี ทำให้เห็นว่าการพัฒนาของสังคมข้างนอกต้องได้รับการช่วยเหลือได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน

 

6.

ตี๋

ข้อมูลส่วนตัว

ดิฉันนางสาว นิติมา ทับทิมไทย ชื่อเล่น ติ๊ดตี่ อายุ 22 ปี

เกิดวันเสาร์ ที่ 9 ตุลาคม 2536 (ปีระกา)

บ้านเลขที่ 203 ม.3 ต.ปากพะยูน อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง 93120 เรียนอยู่ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

บิดาชื่อ นายสุพล ทับทิมไทย อายุ 54 ปี อาชีพ ลูกจ้างของรัฐ โทร. 093-8538574

มารดาชื่อ นางดวงนภา ทับทิมไทย   อายุ 55 ปี อาชีพ ค้าขาย โทร. 091-3142501

มีพี่น้อง 2 คน เป็นคนที่ 2 ชาย 1 หญิง 1

พี่ชายชื่อ นายสุธี ทับทิมไทย อายุ 27 ปี อาชีพ ลูกจ้างของรัฐ โทร. 081-9574822

Facebook : ติ๊ดตี่ ณิ๊

ID Line : mitimaa36

 

ความคาดหวังที่จะไดรับ

ประสบการณ์ในการทำงานหลายๆด้าน ทั้งการทำงาน ความสัมพันธ์ของเพื่อนร่วมงานและบุคลากรของมูลนิธิ และความคาดหวังของการทำงานในด้านออกนอกพื้นที่ เยี่ยมและเข้าช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นความคาดหวังและอยากได้รับในความตั้งใจของตนเอง อาจจะไม่ตรงกับสายที่ได้เรียนมาแต่เป็นการฝึกสหกิจ (ฝึกงาน) ที่ได้มาแบบสบายใจไม่ใช่แค่ได้แต่ทำงาน แต่ได้ประสบการณ์มากกว่าฝึกงานทั่วไป

 

ความรู้สึกที่ได้มาอยู่ที่กระจกเงา

ดิฉันได้มีความรู้สึกที่อยากจะมาฝึกที่นี่นานแล้วตั้งแต่อาจารย์ได้ให้ไปคิดเลือกที่จะฝึก ตามความจริงดิฉันอยากจะฝึกที่ต่างประเทศแต่เนื่องด้วยสถานะทางการเงินของครอบครัวไม่มีกำลังมากพอ ดิฉันเลยตัดสินใจเลือกที่นี่ เพราะว่า ดิฉันเป็นคนที่ไม่ชอบงาน office ไม่ชอบผู้คนพลุ้งพล่าน ปัญหามากมาย ที่ได้มาฝึกที่นี่ก็ได้สอบถามรุ่นพี่ ปรึกษาอาจารย์และปรึกษาพี่ที่ดูแลฝึกสหกิจ ความรู้สึกแรกที่ได้มาบอกเลยว่าตื่นเต้นมาก และมีความรู้สึกอยากมาเที่ยวด้วย หาประสบการณ์ด้วยตัวเองด้วย พอมาถึงในเมือง ดิฉันและเพื่อนๆได้มาถึงค่ำมาก ไม่มีรถเข้ามาในมูลนิธิแต่ก็ได้ปรึกษารุ่นพี่ที่เคยมา ได้ให้เบอร์โทรศัพท์ของแท็กซี่ท่านนึงไว้ ดิฉันได้มาครั้งแรกไม่รู้ว่าเส้นทางการเดินทางระหว่างในเมืองจนมาถึงที่มูลนิธิเป็นยังไง แต่พอได้มาจนใกล้จะถึงคุณลุงขับแท็กซี่ได้เล่าว่าทางลำบาก แต่ดิฉันคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดิฉันชอบโดยส่วนตัวอยู่แล้ว และพมาถึงมีพี่จิ๋มและคนญี่ปุ่นมาต้อนรับพาไปที่พัก ดิฉันได้รู้เลยว่าที่นี่อบอุ่นแค่ไหน เพราะทุกคนต่างเชื้อชาติ ต่างที่มามีความเป็นกันเองมาก ดิฉันภูมิใจที่ได้เข้ามา พอได้อยู่ไปเรื่อยๆจนตอนนี้ใกล้จะครบ 1 เดือน ดิฉันมีความรู้สึกว่า อบอุ่นมากกว่าเดิม เพราะได้สนิทกับเพื่อนต่างมหวาวิทยาลัย และพี่ๆที่เป็นเจ้าหน้าที่ต่างเป็นกันเองมาก พอได้มีโครงการวันเด็ก ดิฉันก็ได้สัมผัสถึงความอบอุ่นและสามัคคีกันของทุกๆฝ่าย ทำให้ดิฉันรู้สึกดีมากกับที่นี่ จนอยากจะทำงานที่นี่ด้วยซ้ำ เพราะอยากทำงานที่ตนเองรักและธรรมชาติที่นี่ดีมาก ผู้คนก็ใจดี ไม่ว่าจะเป็นคนไทย ญี่ปุ่น ฝรั่ง หรือแม้แต่อาสาสมัครที่มาในตอนโครงการวันเด็ก พวกเราได้สนิทสนมกันดีและได้พูดคุยกันมาจากต่างจังหวัดแต่มาทำงานด้วยใจและความรักที่มีให้แก่เด็ก ทุกคนมีอุดมคติเดียวกันเอง คือ การได้ทำในสิ่งที่ตนเองรักและอยากจะทำ แต่พอได้ฝึกไปเรื่อยๆจนมาถึงตอนนี้ดิฉันรู้สึกดีมากกับสถานที่แห่งนี้ ผู้คนและกับทุกๆคน ได้เรียนรู้ภาษา วัฒนธรรมของแต่ละซีกโลกหรือแม้แต่ในประเทศ ทุกคนต่างมาทำด้วยใจ ทุกคนต่างมาทำเพื่อส่วนรวม และพอได้มาทำงานจริงๆ การทำงานต่างๆก็มีหลายๆด้าน ทั้งเอกสาร ใช้แรงงาน ถึงเหนื่อยแต่มีความสุขมากที่ได้ทำ และอยากจะได้ประสบการณ์จากที่นี่ให้มากที่สุด มาอยู่แค่ 4 เดือน แต่อบอุ่นเหมือนอยู่มานานโดยตลอด ที่นี่ต่างใส่ใจซึ่งกันและกัน ต่างหันหน้าเข้าคุยกัน ต่างปรึกษากันแล้วมาปรับปรุงให้เป็นสิ่งดีๆ นี้แหละสิ่งที่ดิฉันเรียกว่า ความสุข และ การฝึกความสามารถของตน เป็นการประทับใจในการได้มาอยู่ร่วมกันของหลายๆ มหาลัย ต่างสถานที่ต่างที่มา แต่มีความสันพันธ์ที่ดี จิตใจ ความเคารพซึ่งกันและกันของคนไทยและต่างชาติ ไม่ใช่แค่ฝึกงานธรรมดาแต่เป็นเหมือนบ้านหลังที่สอง เพราะอบอุ่นในทุกๆเรื่อง ทั้งความสนิทสนมและความรักที่พี่ๆมีให้น้องๆทุกคน

 

7.

ซะ

 

ประวัติส่วนตัว

สวัสดีค่ะ ชื่อนางสาวซันนีซะห์ สาและ ชื่อเล่น ซะห์   อายุ 22 ปี

กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ชั้นปีที่ 4 คณะรัฐศาสตร์ สาขาการปกครอง

เกิดเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2536 กรุ๊ปเลือด A สัญชาติไทย เชื้อชาติไทย ศาสนาอิสลาม

ปัจจุบันอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 46 หมู่ที่ 4 ต.ปุลากง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี 94150

สามารถติดต่อได้ : 088-3963988

E-mail : sarleah.zannee@gmail.com

Facebook : Sunny sah

ID Line : zanneezah

บิดาชื่อ นายมะลาเย็ง สาและ โทร. 089-8794345

มารดาชื่อ นางสาวรอซีดาห์ ลูโบะยาเซ็ง โทร. 093-6487793

อาหารที่ชอบ : แกงเผ็ดไก่ ข้าวคะน้าไก่กรอบและก๋วยเตี๋ยว

สีที่ชอบ : สี่ดำ สีเทา และสีขาว

คติประจำใจ : แค่คิด ชีวิตก็เปลี่ยน

 

ความคาดหวังกับมูลนิธิกระจกเงา

สิ่งที่ดิฉันคาดหวังกับมูลนิธิกระจกเงา คือ ต้องการเรียนรู้ระบบการทำงาน NGOที่นี่ ว่ามีระบบการทำงานอย่างไร ถึงมีประสิทธิภาพ มูลนิธิกระจกเงาถือเป็นต้นแบบขององค์กรพัฒนาเอกชน และเป็นตัวอย่าง NGO ที่ดี ซึ่งในปัตตานีก็มี NGO อยู่มากมายแต่ส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จ จึงคาดหวังว่าจะนำความรู้และข้อดีของมูลนิธิกระจกเงามาปรับใช้กับ องค์กรNGO ในปัตตานี และสิ่งสำคัญ คือนำประสบการณ์ที่ได้ไปปรับใช้ในการทำงาน และช่วยเหลือสังคมในอนาคต

 

ความรู้สึกที่ต่อกระจกเงา

ต้องกล่าวก่อนว่า ตอนแรกไม่รู้จักมูลนิธิกระจกเงาเลย ในตอนนั้นดิฉันคิดจะไปสหกิจที่สถาบันวิจัยจุฬาฯ จนอาจารย์มาแนะนำที่สหกิจจึงได้รู้จักแต่ในตอนนั้นเราก็ไม่เข้าใจว่ามูลนิธิระจกเงาเขาทำงานแบบไหนกัน และดิฉันก็มีความรู้สึกไม่ค่อยอยากมาสักเท่าไหร่นัก เพราะเป็น NGO ซึ่งในพื้นที่ปัตตานีก็มี หน่วยงานเหล่านี้มากพอสมควร จนกระทั่งพี่เจ้าหน้าที่ให้กรอกข้อมูลสหกิจเพื่อที่จะได้ทำหนังสือ ในตอนนั้นในใจของฉันกลับนึกถึงมูลนิธิกระจกเชียงราย และได้ไปลงชื่อด้วย ฉันไม่รู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันลงชื่อไปแบบนั้น ฉันรู้สึกกังวลมากเพราะยังไม่ได้ปรึกษาพ่อกับแม่เลย และไม่รู้ว่าท่านจะยินยอมให้ไปหรือเปล่า ฉันรู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก ในที่สุดฉันก็เข้าไปดูข้อมูลในเว็ป จนรู้ว่าองค์กรเป็นแบบไหน ทำงานเกี่ยวกับอะไร ในตอนนั้นมีเพื่อนไปลงชื่อสหกิจที่มูลนิธิกระจกเงาเชียงรายอยู่หลายคย จนฉันไปขอเปลี่ยนที่สหกิจ เพราะฉันไม่ชอบไปเป็นกลุ่มมากเท่าไหร่ ต่อมาเพื่อนและอาจารย์ก็ได้อธิบายเพื่อให้ฉันไม่ถอดชื่อ “อย่าถอนชื่อเลย ที่นั่นมีเสน่ห์มากและน่าจะเป็นที่เหมาะสำฟรับแกน่ะ” และอาจารย์ที่ปรึกษาได้พยายามเช่นกันโดยได้อธิบายถึงข้อมูลที่นี่ต่างๆนานา “อาจารย์คิดว่าซะห์น่าจะลองไป ที่นั่นมีอะไรดีๆมากมาย ซะห์น่าจะลองไปน่ะ ไปเรียนรู้อะไรใหม่ๆ” และอีกมากมาย ฉันจำไม่ค้อยได้แล้ว และแล้วฉันก็ตัดสินใจไปคุยกับพ่อถึงการสหกิจในครั้งนี้ ในตอนแรกพ่อไม่ค่อยเห็นด้วยสักเท่าไหร่นัก เพราะมันไกลมากๆ อาหารการกินสำหรับมุสลิมอย่างเราก็หายาก แต่ในที่สุดพ่อก็อนุญาตให้ฉันมา (นั่งคิดอยู่ว่าจะอยู่ได้หมเนี้ยะ) ก่อนมาที่นี่ประมาณเดือนหนึ่งก่อนหน้าที่จะมา ฉันรู้สึกกังวลมากมายในหลายๆเรื่อง ทั้งเรื่องการกิน ความเป็นอยู่ และค่าใช้จ่าย เพราะฉันมีภาระที่อยู่ข้างหลังอีกมาก ฉันหางานทำเก็บเงิน และก็ได้โทรไปสอบถามเจ้าหน้าที่ว่าค่าใช้จ่ายตกเดือนละเท่าไหร่ ที่อยู่จะจัดให่ไหม หรือเราจะต้องหาเอง

หลังจากได้โทรหาสอบถามข้อมูลแล้ว ฉันพอใจกับคำตอบ ฉันได้หาข้อมูลทุกอย่างงานและจนถึงวันที่จะไปฉันรู้สึกตื่นเต้นมากกกกกกกกกก เพราะไม่เคยไปไหนไกลๆ และนานๆ แบบนี้ก่อนจะขึ้นเครื่อง ผผผผผแนก็ยังคงกังวลอะไรมากมายเกี่ยวกับสหกิจในครั้งนี้อยู่

การเดินทางจากปัตตานีมาถึงเชียงใหม่เป็นอะไรที่แปลกใหม่สำหรับฉันนะ ฉันไม่เคยนี่นะ วันแรกพอมาถึงเชียงใหม่พวกเรา อ้อ ลืมบอกไปว่าพวกเรามากันทั้งหมด สิบสองคนจาก มอ.ปัตตานี และได้เป็น สองชุด ฉันเป็นชุดแรกมาก่อน ซึ่งมาก่อนล่วงหน้า พวกเรามากันในรอบแรกหกคน พอเครื่องลงจอด อราก็ไปหารถและตรงเข้าไปหาโรงแรมพัก และได้เดินออกไปยังถนนคนเดินเชียงใหม่ การเดินทางในคืนนั้นมันตื่นเต้นดีนะ มันเป็นครั้งในชีวิตที่ฉันออกนอกพื้นที่ ฉันต้องอยู่ให้ได้ ใจฉันคิดยังงั้นอยู่เสมอ

รุ่งเช้า พวกเราก็ไปเที่ยวก่อนและได้เดินมายังเชียงรายในตอนบ่าย พวกเราถึงเชียงรายประมาณเกือบสองทุ่มซึ่งไม่มีรถจะไปส่งที่มลนิธิกระจกเงาเลย ฉันนั่งเครียดมาก เพราะเมารถระยะทางจากเชียงใหม่ถึงเชียงรายมันไกลกันมาก ฉันรู้สึกอ่อนล้าและเพลีย พวกเราโทรหาพี่ๆ ซึ่งเคยมาสหกิจที่นี่ในปีที่ผ่านมา และในที่สุดพวกเราก็มีรถไปกระจกเงาเสีย ทุกคนลองนึกดูนะคะ พวกเรามากันหกคน ในท้ายรถเต็มไปด้วยกระเป๋า พวกเรานั่งเบียดกันและรถแท็กซี่ก็แล่นสู่มูลนิธิกระจกเงา บรรยากาศการเดินทางมันวังเวงมากเพราะข้างทางมันไม่มีไฟ อีกอย่างวันที่เรามาเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์

ระหว่างนั่งในรถเพื่อนๆก็ถามกัน ว่าเมื่อไหร่จะถึงเสียที จนสุดท้ายเราก็มาถึงมูลนิธิกระจกเงาแล้วววววววววว พอมาถึงฉันรู้สึกกลัวเล็กน้อยเพราะถนนหาทางมันห่างไกลกับตัวเมืองมาก และอากาศหนาวมากๆ ซึ่งฉันไม่เคยสัมผัส มันไม่อำนวยกับร่างกายเลย มันโคตรหนาวมาก

ในช่วงแรกๆที่มาอยู่นั้นฉันกังวลมากกลัวๆ กลัวไปหมดทุกอย่างเลย แต่พอได้อยู่ๆๆป ฉันพบว่าที่มฃนี่มีเสน่ห์มากๆ และน่าอยู่เป็นที่สุด ที่นี่ตั้งอยู่ท่ามกลางเขาล้อมรอบด้วยธรรมชาติที่สวยงาม ฉันรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก และพอได้มาเริ่มงานในส่วนของวันเด็กในช่วงแรกฉันเร็งมากๆ และพอหลังๆพี่เกือบทุกคนน่ารักมาก (มีพี่บางคนน่ากลัวโดยเฉพาะหน้าตาอิอิ) และพอได้ทำงานจริงๆ ฉันพบว่าความเดือดร้อนของคนที่นี่มันกระตุ้นให้ฉันอยากทำงานช่วยเหลือคน อยากเปลี่ยนสังคม อยากนำความรู้เหล่านี้ที่ได้จากการสหกิจไปใช้ในพื้นที่ตัวเอง ท้ายที่สุดแล้วฉันได้โครงการสังกัดโครงการสัญชาติ ดีใจที่ได้มาที่นี่ มีเพื่อนใหม่ๆให้ได้เรียนรู้กันเสมอทั้ง เพื่อต่างสถาบันและเพื่อนต่างชาติ มูลนิธิกระจกเงาอาจจะไม่ใช่สถานที่ที่ดีที่สุดแต่ฉันเชื่อว่าที่นี่จะสร้างคนให้เป็นคนจริงๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฉันเชื่อว่าคนจะพัฒนาได้ ต้องเกิดจากการเรียนรู้ การรียนรู้จะนาไปซึ่งประสบการณ์ ประสบการณ์จะทำให้เราเห็นคุณค่าและมีมุมมองที่ดี ขอบคุณค่ะ

 

8.

ดา

ข้อมูลส่วนตัว

สวัสดีค่ะพี่ๆทุกคน

ชื่อนางสาวนิเซาดาร์ อุสมันบาฮา   ชื่อเล่น ดา   อายุ 22 ปี

กำลังศึกษาที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ชั้นปีที่ 4 คณะรแขนงการปกครองท้องถิ่น   เกิดเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2536 กรุ๊ปเลือด B

บ้านเลขที่ 48/6 ซ.สันติ ถ.สามัคคี สายข. อ.เมือง จ.ปัตตานี 94000

เบอร์โทรศัพท์ : 098-8133201,089-6570258

บิดา ชื่อ นายอนันต์ อุสมันบาฮา   อาชีพ รัฐวิสาหกิจ โทร. 083-1926268

มารดา ชื่อ นางธันย์ภัคนันท์ อุสมันบาฮา อาชีพ ข้าราชการ โทร. 091-6390798

อาหารชอบ : ทุกอย่าง (รถจัด)

Facebook : Nisaoda Mikoh

ID Line : nisaoda

E-mail : dafunny_dada555@hotmail.com

คติประจำใจ: ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด 🙂

 

ความรู้สึกแรกที่จะมาฝึกงาน ณ มูลนิธิกระจกเงาเชียงราย

การที่ตัดสินใจมาฝึกงานที่มูลนิธิกระจกเงาเชียงรายก็ด้วยเหตุผลเพราะฟังจากอาจารย์ที่ปรึกษาพูดว่ามีที่ฝึกงานที่ไหนบ้างที่มีความน่าสนใจที่ไม่ใช่การฝึกงานในหน่วยงานที่เป็นส่วนราชการ แล้วอาจารย์ก็อธิบายถึงการมาฝึกที่มูลนิธิกระจกเงาว่าเหมาะกับคนที่ไม่เคยทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัยมากนักหากมาฝึกที่นี่ก็จะทำให้เราทำอะไรเป็นได้หลายอย่างมันจะทำให้เรามีประสบการณ์เกี่ยวกับการทำงานและการอยู่ร่วมกับผู้อื่นมากขึ้น ด้วยจากคำอธิบายของอาจารย์จึงทำให้มีความรู้สึกว่าอยากมาที่นี่ที่มูลนิธิกระจกเงา และด้วยอีกเหตุผลหนึ่งก็เป็นเพราะมีเพื่อนชวนมาฝึกด้วยกันที่นี่บวกกับคำบอกเล่าจากรุ่นพี่ที่เคยมาฝึกปีก่อนก่อนเล่าให้ฟังว่าตอนที่มาฝึกที่นี่ได้มาทำอะไรบ้างซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องราวที่มีความน่าสนใจไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโครงการต่างๆที่รุ่นพี่เคยได้เข้าร่วมทำกิจกรรม และอีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจก็คือการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ของที่นี่ ด้วยความที่ตัวเราเองเป็นคนที่นับถือศาสนาอิสลามจึงทำให้การเป็นอยู่ที่นี่ดูมีความน่าสนใจน่าตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุผลหลายข้อเหล่านี้ได้รวมเป็นความรู้สึกและเป็นแรงผลักดันให้มีความต้องการเป็นอย่างมากที่จะมาฝึกงานที่มูลนิธิกระจกเงาเชียงรายแห่งนี้จึงได้ตัดสินใจมา อยากจะบอกอีกว่าด้วยความรู้สึกที่อยากจะมาฝึกงานที่มูลนิธิกระจกเงาทั้งหมดนี้ ได้เกิดขึ้นเพียงวันเดียวเท่านั้นเราเองก็ตัดสินใจที่จะมาทันทีเลยอย่างไม่ลังเลใจโดยไม่ได้มองหรือคิดที่จะเปลี่ยนแปลงสถานที่ฝึกงานอีกก็กรอกรายละเอียดที่ฝึกงานเลย พอทางมูลนิธิส่งแบบฟอร์มตอบรับนักศึกษาฝึกงานมา แล้วเห็นว่ามีชื่อเราติดอยู่ในนั้นก็รู้สึกดีใจมากนะ หลังจากนั้นก็ข้อคิดเตรียมการมาโดยตลอดว่าพอมาฝึกที่นี่จะมาทำอะไรบ้าง ซึ่งเรื่องที่คิดเป็นสิ่งแรกเลยก็คือเรื่องเที่ยวนะแต่เที่ยวนั้นหมายรวมถึงตลอดการเดินทางมาฝึกงานเพราะเราเองอาศัยอยู่ที่ปัตตานีซึ่งเป็นภาคใต้ของประเทศไทยแล้วได้ไปใช้ชีวิตตั้ง 4 เดือนอยู่ที่ภาคเหนือของไทย แค่คิดมันก็สนุกแล้ว ก็ได้มีการเตรียมการเช่นการหาข้อมูลเกี่ยวกับงานของทางมูลนิธิว่ามีรายละเอียดอะไรบ้างบทบาทหน้าที่ขององค์กรเป็นอย่างไร พอศึกษาดูก็รู้สึกว่าเป็นงานที่น่าสนใจว่าแต่ละงานที่ทำล้วนเป็นการทำงานเพื่อส่วนรวมเป็นหลัก นอกจากนี้สิ่งที่คาดหวังว่าจะมาได้จากการฝึกงานที่มูลนิธิกระจกเงาเชียงรายแห่งนี้ก็คือ การที่ได้มาเรียนรู้การทำงานขององค์กรว่ามีระเบียบ แบบแผนการทำงานเป็นอย่างไร เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเข้าใจในงานและนำความรู้ความเข้าใจที่ได้ไปเป็นประสบการณ์ในการทำงานในระดับต่อไป และอีกสิ่งที่สำคัญที่ตั้งใจว่าจะมาฝึกงานที่มูลนิธิกระจกเงาเชียงราย ก็เพื่อเป็นการเรียนรู้ในหลายๆด้านไม่ว่าจะเป็นด้านการทำงาน การใช้ชีวิตอยู่ในสังคมร่วมกับผู้อื่นที่มีวิถีชีวิตและการทำงานที่มีความต่างกัน เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้ตนเองในการทำงานร่วมกับผู้อื่นให้ดีต่อไปทั้งในสังคมนี้และสังคมอื่นได้ เพื่อให้งานที่ทำออกมามีประสิทธิภพและประสิทธิผล และหวังว่าการมาที่นี้จะสามารถขัดเกลาหนูให้เป็นคนที่เก่งงานในทุกด้านพร้อมไปกับการทำงานด้วยหัวใจและการรู้จักให้

สุดท้ายนี้ แม้จะมาอยู่ที่มูลนิธิกระจกเงาเชียงรายได้ไม่นาน แต่ก็รู้ว่าคุ้มค่าแน่นอนที่ได้มา เพราะได้ทำงานทุกอย่างจริงๆ เป็นประสบการณ์ที่ดี ที่ได้มาฝึกงานที่มูลนิธิกระจกเงาเขียงรายแห่งนี้

9.

กอเซ็น

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อ กอเซ็ง มะยีแต   ชื่อเล่น เซน

คณะรัฐศาสตร์ สาขาการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

เกิดเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2536   อายุ 22 ปี

ที่อยู่ 2/17 ม.1 ต.ปิตูมุดี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี 94160

เบอร์โทร : 088-3970228

กรุ๊ปเลือด : A

Facebook : Sen sky

E-mail : ps_sen@hotmail.com

 

ความคาดหวัง

การมาที่นี้มีความคาดหวังว่าจะได้เรียนรู้งานจากองค์กรนี้ หาประสบการณ์และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อเพิ่มทักษะด้านต่างๆของตัวเอง อาทิเช่น การสื่อสาร การเข้าสังคม เป็นต้น และอีกอย่างชอบทำงานเกี่ยวกับงานอาสาด้วย

 

ความรู้สึกเมื่อได้มากระจกเงา

อัสลามูอาลัยกุม ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน สวัสดีครับผมชื่อ เซน ซึ่งผมก็เป็นคนที่จากบ้านไปไกลๆได้อยู่แล้ว แต่การจากบ้านที่เป็นเวลานานๆผมยังไม่เคยจาก ในการมามูลนิธิครั้งนี้ เป็นกาจากบ้านมาเป็นเวลาถึง 4 เดือนด้วยกัน นับว่าเป็นความท้าทายและได้เรียนรู้สึกใหม่ๆ

ก่อนที่จะเดินทางมาที่กระจกเงา ไม่ว่าจะเป็นผมหรือทางบ้านก็รู้สึกเป็นกังวลมากในเรื่องการกิน ความเป็นอยู่ เพราะผมนับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งมีข้อห้ามหลากหลาย ค่อนข้างที่จะยุ่งยากในการปรับตัว และอีกอย่างคืองาน เนื่องจากก่อนมาอาจารย์ก็ได้เน้นย่ำมาว่าพวกพี่คุณที่เคยมาสหกิจที่กระจกเงาทำไว้ได้ดี ทำให้ผมยิ่งกดดันเข้าไปใหญ่ พอใกล้ถึงวันมาก็รู้สึกตื่นเต้นและกังวลมากยิ่งขึ้นซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างที่จะพบเจอถือเป็นเรื่องใหม่ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสถานที่ เพื่อน พี่เลี้ยง และอื่นๆอีกมากมาย แต่พอก้าวเข้ามาอยู่ที่กระจกเงากลับรู้สึกว่าสิ่งที่เราคิดหรือวิตกกังวลมาตลอดนั้นหายไปเลย ผิดกับที่เราคิดไว้มากเนื่องจากพอมาอยู่จริงๆแล้วการปรับตัวก็นั้นง่ายกว่าที่คิดไว้เสียอีกไม่ว่าจะ เพื่อน พี่เลี้ยง อาหารการกิน ซึ่งผมคิดว่าผมปรับตัวได้เร็วนะครับ แต่การปรับตัวกับสภาพอากาศยังไม่ค่อยได้ แต่ก็จะพยายาม

การได้มาอยู่สัมผัสในองค์กรกระจกเงาแห่งนี้ถึงแม้จะเพิ่งมาอยู่เพียงแค่อาทิตย์เดียวผมก็รู้สึกได้ว่าที่แห่งนี้เมื่อมาอยู่แล้วมีความอบอุ่นมาก เพื่อนและพี่ๆทุกคนเป็นกันเองมากเหมือนเป็นครอบครัวใหญ่อีกหนึ่งครอบครัวเลยอยู่แล้วมีความสุขสนุกสนาน เรียนรู้อะไรได้หลายๆอย่าง สามารถที่จะหาประสบการณ์ใหม่ๆที่แม้แต่ในห้องเรียนยังไม่มีสอน ถือเป็นครูที่ดีที่สุดในการสอนการใช้ชีวิตของเรา ในการมาอยู่ที่นี้ผมกับเพื่อนก็ได้มีความคิดที่จะทำแปลงผัก เพื่อให้เกิดเวลาว่างที่เป็นประโยชน์ เลยช่วยกันทำแปลงผักใกล้สำนักงาน และอยากทำสิ่งอื่นๆที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กรและสังคม เนื่องจากผมเป็นคนที่ชอบงานอาสาอยู่แล้ว ผมคิดว่าการได้มาอยู่ที่นี้ถือว่าเป็นที่ฝึกงานที่ดีที่สุดแล้วสำหรับผม ผมหวังว่าการมาอยู่ที่ใหม่ๆเราจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆและเพิ่มทักษะหรือเปลี่ยนแปลงตัวเองในทางที่ดีขึ้น

สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณทางมูลนิธิที่เปิดโอกาสให้ผมและคนอื่นๆที่ได้มาสัมผัสและเรียนรู้การทำงานในสถานที่แห่งนี้ ผมจะทำงานที่ได้รับมอบหมายและงานอื่นๆที่สามารถช่วยได้ ก็จะพยายามทำเต็มที่และเรียนรู้ไปพร้อมกัน

เพราะเราไม่รู้ เราจึงต้องเรียนรู้ เพราะความผิดพลาดจากการเรียนรู้ เราจึงต้องนำมาเป็นบทเรียนในการเรียนรู้ในครั้งต่อไป

 

10.

โชค

 

ข้อมูลส่วนตัว

นายโชคอำนวย บัวนาค (โชค) เกิดเมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2536

ที่อยู่ 221 ม.8 ต.หัวนา อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู 39000

ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ คณะเศรษฐศาสตร์ สาขาเศรษฐศาสตร์

โทรศัพท์ : 062-3275337

 

เหตุผลที่มาฝึกงานที่มูลนิธิกระจกเงา

หลังจากที่ได้ศึกษาโครงการต่างๆของมูลนิธิกระจกเงา ผมรู้สึกว่าแต่ละโครงการมีความน่าสนใจมาก โดยเฉพาะโครงการ อีบ้านนอก ที่ผมเลือกผมคิดว่าเป็นโครงการที่น่าสนใจมาก หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จด้วยดีจะเกิดประโยชน์กับชาวบ้านทั่วๆไปและชาวเขา เนื่องจากโครงการนี้ช่วยเปิดช่องทางที่กว้างขึ้นสำหรับการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของชุมชน

 

ความรู้สึกที่มีต่อมูลนิธิกระจกเงา

ตอนที่ยังไม่มาที่นี่ผมก็หาข้อมูลเกี่ยวกับมูลนิธิกระจกเงามาบ้างว่าที่นี่เขาทำงานอะไร และมีโครงการอะไรบ้าง ซึ่งผมสนใจมากและคิดว่าการมาฝึกงานทีนี่คงได้อะไรมากมายกว่าแค่ทักษะด้านอาชีพผมคิดว่าการฝึกงานที่นี่มันเป็นเรื่องของการปรับสามัญสำนึกให้เป็นไปในทางทีดีมากยิ่งขึ้นและเป็นโอกาสสำคัญสำหรับช่วงวัยนี้ทีจะได้ทำงานในลักษณะของการทำงานเพื่อสังคมอย่างจริงจัง และผมคิดว่าการฝึกงานที่นี่คงได้เปิดโอกาสในเราได้ใช้ความรู้ความสามารถและความคิดมากกว่าองค์กรอื่นๆหรือธนาคารที่เพื่อนๆผมไปฝึกงานกัน

ครั้งแรกที่ผมมาถึงที่นี่โดยการนำทางของ GPS ผมก็รู้สึกตื่นเต้นและค่อนข้างทีจะประทับใจกับสถานที่ที่ห้อมล้อมไปด้วยธรรมชาติ แต่ที่คิดในใจก็คือคงไม่คอยมีใครมาฝึกที่นี่มากนักเพราะตั้งอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองมากและที่สำคัญคือตั้งอยู่บนดอย แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลยเพื่อนๆเยอะมากทุกคนตอนรับด้วยความอบอุ่น หลังจากที่ฝึกงานอยู่ที่นี่ไปได้สักสองสามวันผมประทับใจกับที่นี่มาก ทีนี่ให้อะไรมากกว่าที่คิดไว้เยอะการทีเราได้มาอยู่ร่วมกันกับคนหมู่มากที่มากจากที่ต่างๆทั่วประเทศ ทั้งเพื่อนมุสลิม คริสต์ พุทธและไม่นับถือศาสนาอะไรเลย เราได้มาแลกเปลี่ยนความคิดในมุมมองของแต่ละคนซึ่งเป็นอะไรที่น่าประทับใจมาก จากการที่เคยคุยแต่กับคนที่เรียนสาขาเดียวกับมีพื้นฐานความรู้ที่คล้ายๆกันซึ่งมันทำให้เรารู้สึกว่าน่าเบื่อมาก สำหรับที่นี่มีเพื่อนที่เรียนแตกต่างกันหลากหลายทำให้ได้มีมุมมองความคิดที่กว้างขึ้น ผมดีใจมากที่ได้มาฝึกงานที่มูลนิธิกระจกเงาแห่งนี้ เพราะถ้าหากผมไม่ได้มาฝึกงานที่นี่ผมคงเป็นเด็กฝึกงานขององค์กรไหนสักแห่งที่เช่าหอพักคนเดียวตื่นเช้าไปทำงานตอนเย็นกลับมาอยู่หอคนเดียว คุยแต่กับคนที่มีพื้นฐานความรู้แบบเดียวกัน

 

11.

อามีน

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อ หมัดอามีน   แวดือราโอะ   ชื่อเล่น อามีน

คณะรัฐศาสตร์ เอกการปกครอง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

เกิดเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2537 อายุ 21 ปี

ที่อยู่ปัจจุบัน 130/12 ม.7 ต.ปูยุด อ.เมือง จ.ปัตตานี 94000

เบอร์โทรศัพท์ ; 073-434313 โทรศัพท์มือถือ : 080-7032292

กรุ๊ปเลือด : A

Facebook : เพลย์บอย ฝึกหัด

E-mail : Min_za_15919@hotmail.com

 

ความคาดหวัง

ที่ผมมาที่นี่ก็เพื่อต้องการหาประสบการณ์ในการทำงานและทักษะการใช้ชีวิต เนื่องจากไม่เคยห่างจากบ้านเป็นเวลานานเลย ครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกและเนื่องจากเป็นคนขี้อายจึงไม่กล้าคุยกับคนแปลกหน้า ทักษะการสื่อสาร การเข้าสังคมจึงเป็นอีกอย่างที่ผมคาดหวังจะได้จากที่นี่ครับ

 

ความรู้สึกเมื่อได้มากระจกเงา

สวัสดีคับ ผมอามีนนักศึกษาฝึกงานปี 4 ผู้ไม่เคยจากบ้านหรือไปไหนไกลเป็นเวลานานๆ อันที่จริงผมเคยมาเชียงรายแล้วสองสามครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งใช้เวลาไม่เกิน10 วัน แต่การมาเชียงรายในครั้งนี้ผมต้องมาอยู่ที่มูลนิธิกระจกเงาเชียงรายเป็นเวลา ถึง4 เดือน จึงเป็นอะไรที่ใหม่และท้าทายสำหรับผมมาก

ก่อนเดินทางมากระจกเงารู้สึกตื่นเต้นและกังวลมาก ทั้งในเรื่องสถานที่ เพื่อน พี่เลี้ยง และงาน ทุกอย่างใหม่หมดสำหรับผม กังวลมากเรื่องความเป็นอยู่เนื่องจากผมนับถือศาสนาอิสลาม เรื่องอาหารการกินจะมีผลมาก ไม่สามารถใช้ครัวเดียวกันกับคนต่างศาสนา วัตถุดิบหลายอย่างก็ใช้ร่วมกันไม่ได้ จึงค่อนข้างยุ่งยาก เรื่องงานเป็นกังวลมากเป็นพิเศษ คิดอยู่ตลอดเวลาจะสามารถทำงานตามที่มูลนิธิกำหนดให้ทำได้หรือเปล่า และยิ่งกดดันเมื่อทราบว่ารุ่นพี่ที่เคยมาสหกิจที่นี้ ทำไว้ดีมาก เป็นที่ชื่นชมของพี่ๆอย่างมาก

หลังจากมาถึงมูลนิธิกระจกเงา ก็เป็นช่วงค่ำพอดี อย่างแรกเลยที่เจอที่เป็นปัญหาคือสุนัขที่มูลนิธิ ชาวมุสลิมจะไม่นิยมเลี้ยงสุนัขและห้ามโดนน้ำลายหรือตอนที่ตัวมันเปียก ต้องใช้เวลาสักพักจึงสามารถอยู่ร่วมกันได้ อีกสิ่งหนึ่งที่แปลกสำหรับผมนั้นคือ สภาพอากาศที่หนาวมากกกก ผมเคยเข้าค่ายนักศึกษาวิชาทหารตอนปีสี่ปีห้าที่เขาชนไก่และเจอกับสภาพอากาศที่หนาวอย่างนี้มาแล้ว แต่ก็ไม่ได้ใช้เวลานานขนาดนี้ กรมอุตุฯบอกว่าจะหนาวไปอย่างนี้อีกเดือนหนึ่ง (โอโห้ตายละ) เรื่องต่อมาก็เป็นเรื่องเพื่อนๆ ในช่วงแรกเป็นอะไรที่ทรมานมาก ปรับตัวกับเพื่อนไม่ค่อยได้ รับไม่ได้ในนิสัยหลายๆอย่าง มีทั้งน้อยใจ เสียใจ (ส่วนตัวเป็นคนคิดมาก) เครียดมาก แต่ด้วยผมตั้งเจตนาว่าจะมาเรียนรู้และอดทนกับสิ่งที่เข้ามาในชีวิต ผมจะต้องโตเป็นผู้ใหญ่ให้ได้ จึงพยายามปรับตัวและเรียนรู้สังคมรอบข้างให้มากขึ้น พี่เลี้ยงในตอนแรกๆจะรู้สึกกลัวมาก เกรงมากๆ เพราะได้ยินจากเพื่อนหลายคนว่าคนนี้โหดอย่างนู้น คนนี้ดุอย่างนี้ ผมกลัวมาก ทำอะไรไม่ค่อยถูก เลยดูตลกมากๆในช่วงแรก อย่างเช่นเข้าไปขอน้ำมันหอย จากพี่จิ๊ม พี่จิ้มบอกกับเพื่อนๆว่าผมเสียงเหมือนจะร้องไห้เลย แต่หลังจากได้คุยกับพี่บิ้ม พี่ได้แนะนำวิธีการปรับตัวและได้บอกอยู่เสมอว่า พี่ๆที่นี้เป็นคนดี เป็นคนใจดี ประกอบกับได้มีโอกาสเข้าคุยกับเจ้าหน้าพี่เลี้ยงคนอื่นๆมากขึ้นจึง ได้รู้จักพี่ๆเข้ามากขึ้น

ถึงแม้ในช่วงแรกจะเป็นความรู้สึกกลัวและไม่ค่อยดีแต่พอสามารถปรับตัวได้ในระดับหนึ่งแล้วทำให้ผมรู้สึกสนุกที่ได้มาฝึกงานที่นี้ เพราะพี่บิ้มจะมีกิจกรรมที่ทำให้เรารู้สึกผ่อนคล้าย สามารถระบายความรู้สึกต่างๆที่มีอยู่ และทำให้เรารู้จักและสนิทกับเพื่อนๆฝึกงานมากขึ้น นอกจากจะมีเพื่อนๆคนไทยแล้ว ยังมีชาวต่างชาติหลายๆประเทศมาอยู่ที่นี้ด้วย ทำให้ผมสามารถเรียนรู้แลกเปลี่ยนภาษาวัฒนธรรม เช่น เพื่อนชาวญี่ปุ่น มีชื่อว่า “โชมะ” เขามาจากญี่ปุ่น เขาเป็นคนอารมณ์ดีทำให้ผมรู้สึกสนุกสนานที่ได้คุยกับแก หลังผ่านวันทำงานที่เครียดมาแล้ว นอกจากนี้ตอนกลางคืนเราจะมีล้อมวงรอบกองไฟอยู่เป็นประจำ พวกเราจะแลกเปลี่ยนเล่าเรื่องราวต่างๆ ทำให้รู้จักนิสัยใจคอและสนิทมากขึ้น

สำหรับเรื่องงานเนื่องจากผมอยู่โครงการภัยพิบัติ ได้ยินมาว่า พี่โจ้(พี่เลี้ยงประจำโครงการ)ค่อนข้างที่จะเป็นคนเนี้ยบ ทำงานเปะ จึงยังรู้สึกกังวลอยู่บ้างว่าเราจะสามรถทำงานตามที่พี่โจ้หมอบหมายได้หรือไม่ ผมจะพยายามเรียนรู้และปรับตัวต่อไป อีกสามเดือนที่เหลืออยู่ผมจะกอบโกยความรู้และประสบการณ์จากทีนี้ให้มากที่สุด เหล่านี้คือความรู้สึกของผมครับ

 

12.

มี่

ข้อมูลส่วนตัว

นางสาวกรรณทิวา มุณีแนม ชื่อเล่น มี่     อายุ 22 ปี

เกิดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2536 อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ 5 ต.ระแว้ง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี 94160   กำลังศึกษาที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี คณะรัฐศาสตร์

สาขาวิชาการปกครองท้องถิ่น ชั้นปีที่ 4     คติประจำใจ : ความดีสามารถชนะได้ทุกอย่าง

Facebook : Kantiwa Psu

Line ID : Kantiwa 16

 

” การตัดสินใจ บนเส้นทางที่เลือก “

ท่ามกลางสังคมที่วุ่นวาย หลากหลายความเชื่อและอุดมการณ์หรือแนวคิดที่แตกต่าง แม้กระทำการแบ่งแยกเป็นกลุ่มต่างๆ ที่เกิดจากความคิดเห็นที่ไม่เหมือนกันก็สร้างความแตกแยกในสังคมได้ แต่ในขณะเดียวกันก็มีอีกหลายกลุ่มที่ไม่สามารถแสดงหรือจุดยืนได้ เพราะไม่มีสิทธิทางสังคมหรือตามกฎหมายรับรองได้ ฉะนั้นการตัดใจของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องการช่วยเหลือผู้อื่นและเลือกเส้นทางการสหกิจศึกษา(ฝึกงาน) ที่เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานเกี่ยวกับพัฒนาสังคมหลายๆด้าน นั้นก็คือ มูลนิธิกระจกเงา รวมถึงเด็กผู้หญิงคนนี้ต้องการเรียนรู้ทางด้านวัฒนธรรมที่แตกต่างจากตนเอง แต่ทั้งนี้การตัดสินใจในบางครั้งก็ต้องให้คนรอบๆข้างช่วยพิจารณาหรือชี้แนะแนวทาง โดยต้องยืดหลักความคิดและอุดมการณ์ที่ชัดเจนของตนเองเช่นกัน เพราะเมื่อได้ตัดสินใจทำไปแล้วจะได้มีความสุขในสิ่งที่ตนเองทำ เหมือนการเดินทางครั้งนี้ ถือเป็นการเดินทางครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งต้องเดินทางจากใต้สู่เหนือสยามพร้อมกับภาระหน้าที่ต้องปฏิบัติทางด้านการศึกษา รวมถึงต้องห่างจากครอบครัวเป็นระยะเวลา 4 เดือน

จุดเริ่มต้นในการตัดสินใจไปสหกิจศึกษาที่มูลนิธิกระจกเงาเป็นการตัดสินใจที่เกิดจากความตั้งใจที่ได้ตั้งตัวเลือกสองที่ คือ ถ้าไม่ไปที่ต่างประเทศ (ประเทศอินโดนีเซีย) ก็ที่ประเทศไทย (มูลนิธิกระจกเงา) ในระหว่างการตัดสินใจว่าจะเลือกสองที่ดังกล่าว ก็พยายามถามใจตนเองว่าต้องการเรียนรู้อะไร อะไรที่ทำไปแล้วมีความสุขพร้อมๆกับการทำประโยชน์ให้กับสังคมมากที่สุด เมื่อได้ตัดสินใจได้แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องให้ผ่าน คือ การต้องขออนุญาตจากครอบครัว เพราะตนเองเป็นเด็กที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ค่อยจะอนุญาตไปไหนที่ห่างไกลเกินไป แต่ด้วยที่ตนเองมีลักษณะนิสัยที่ดื้อในสิ่งที่ตนเองมุ่งมั่นและตั้งใจจริง รวมถึงการยึดหลักอุดมการณ์พร้อมกับการให้เหตุผลกับคุณพ่อคุณแม่ จึงต้องยอม แต่สิ่งหนึ่งก่อนจะอนุญาตให้ไปท่านทั้งสองได้ถามว่ามีเพื่อนที่สนิทไปด้วยหรือเปล่า? ตนเองตอบว่ามี จึงทำให้ท่านรู้สึกสบายใจและหายห่วง เพราะตนเองมักจะตามคนไม่ค่อยทัน ท่านเลยกลัวในสิ่งนี้ เมื่อทุกอย่างได้ลงตัวและทำให้ทุกฝ่ายสบายใจ ในช่วงเวลานั้นก็มีเรื่องที่เราคาดไม่ถึงได้เกิดขึ้น คือ ในระหว่างที่ตนเองอยู่อินโดในช่วงปิดภาคเรียน เพื่อนสนิทที่จะไปด้วย ได้โทรมาบอกว่าไม่ไปแล้วน่ะที่มูลนิธิกระจกเงาและได้อธิบายเหตุผลในระหว่างสนทนา รวมถึงได้ถามว่าจะย้ายไปกรุงเทพด้วยกันไหมจะได้ดำเนินการพร้อมกัน ตนเองจึงตอบไปด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิดหวังและได้ร้องไห้หลังจากสนทนาเสร็จ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นได้ตอบและยืนยันคำเดิมว่าไม่เปลี่ยนแปลงจร้า เพราะตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว รวมถึงได้บอกกล่าวว่าเราเข้าใจในสิ่งที่เพื่อนคนนั้นตัดสินใจและได้ทิ้งทายว่าขอให้มีความสุขกับงานที่ทำน่ะ สู้ๆน่ะคร๊า ^^ แต่ใครจะไปรู้ว่าบางครั้งเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการทดสอบว่าจิตใจของเรามีความเข้มแข็งพอไหม? ที่จะพึ่งพาด้วยตนเอง อีกอย่างยิ่งนับวันก็ยิ่งโตและมีอายุมากขึ้นจะให้คนรอบๆข้างดูแลและปกป้องไปตลอดคงเป็นไปไม่ได้ ฉะนั้นต้องพึ่งพาตนเองให้ได้ พร้อมกับการให้กำลังใจตนเองว่า สู้ๆๆ น่ะมี่ ^^ สุดท้ายเพื่อนได้โทรมาบอกข่าวดีว่าตกลงเขาไปที่เดิมน่ะ ถือว่าเป็นเรื่องดีและโชคดีมากๆ เพราะจะได้ไม่ต้องกลับไปอธิบายให้คุณพ่อคุณแม่ฟังว่าเพราะอะไร? ที่เพื่อนคนนั้นไม่ไปด้วย เมื่ออุปสรรคทุกอย่างผ่านไปด้วยดี การเตรียมพร้อมเดินทางไปมูลนิธิกระจกเงาก็เริ่มขึ้น พร้อมกับความรู้สึกที่ประทับใจ คือ ในความคิดช่วงแรกก็คิดไว้อยู่ในใจว่า ” น่าจะเป็นสถานที่มีภูเขาล้อมรอบ ท่ามกลางธรรมชาติที่มีเสียงสัตว์ต่างๆนานๆพันธุ์อาศัยอยู่ อากาศที่บริสุทธิ์ที่เย็นสบายตัว แต่ไม่หนาวหรือเย็นมากจนเกินไป นอกจากนี้ยังมีผู้คนที่หลากหลายชาติพันธ์อยู่ร่วมกัน ภาษา วัฒนธรรม และลักษณะนิสัยของผู้คนที่นี้ใจดี เป็นมิตรและน่าจะเอ็นดูเด็กผู้หญิงคนนี้ รวมถึงเพื่อนๆที่มาด้วยกัน ที่มีความแตกต่างจากผู้คนที่นี้ (ถึงจะต่าง แต่ไม่เคยแตกแยกน่ะคร๊า ^^ ) ” ซึ่งมันก็เป็นอย่าที่คาดหวังอยู่ในใจตลอดการเดินทาง เมื่อมาถึงและใช้ชีวิตที่แห่งนี้ แม้อาจจะมีความรู้สึกหนาวและเย็นมากเวลานอนตอนกลางคืน แต่พยายามปรับตัวให้เข้ากับอากาศที่นี้ให้ได้ โดยการอาบน้ำวันละครั้งหรือสองครั้งและช่วงเย็นจะเล่นกีฬากับเพื่อนๆ เพื่อที่เวลาไปอาบน้ำจะได้ไม่รู้สึกหนาวหรือเย็นมากเกินไป นอกเหนือบรรยากาศที่นี้แล้ว มีพี่ๆเพื่อนๆที่นี้ทุกคนใจดี มีน้ำใจ และเข้าใจในความแตกต่าง รวมถึงยอมรับและเข้าหาซึ่งกันและกัน ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ดีที่ทุกฝ่ายเปิดใจที่จะเรียนรู้เข้าหากัน เพราะตนเองได้มองสะท้อนไปว่า “สังคมปัจจุบันที่มีความแตกแยกกัน ” เกิดจากการไม่ยอมรับหรือไม่รู้จักที่จะปรับตัวพูดคุยให้เข้าใจ ทำให้สังคมวุ่นวายมากขึ้น และมีปัญหาต่างๆ รวมถึงทำให้ผู้คนเป็นทุกข์มากขึ้นตามมา ซึ่งวันแรกที่มาถึงมีพี่จิ้มและป้าทอ แม่ครัวผู้แสนดีที่คอยช่วยเหลือพวกเราในเรื่องการทำอาหารที่ต้องแยกเครื่องทำครัวและเครื่องปรุงบางอย่างจากเพื่อนๆคนอื่นๆ อีกทั้งเตรียมจัดที่นอนให้กับพวกเรา รวมถึงคอยชี้แนะและให้คำปรึกษาในการปรับตัวเข้าหาผู้คนที่นี้ ^^ และเพื่อนต่างชาติชาวญี่ปุ่น ชื่อ “โชว์มะ” เป็นคนมีน้ำใจ อารมณ์ดีตลอดเวลา รู้จักที่จะเข้ามาพูดคุยกับเพื่อนๆ แม้เวลาสื่อสารจะคนละภาษา แต่โชว์มะก็พยายามที่จะฝึกพูดภาษาไทยกับเพื่อนๆ ให้เข้าใจ นอกจากผู้คนแล้วก็ยังมีสิ่งมีชีวิตอย่างหนึ่งที่เราต้องปรับตัวเข้าหาและคิดสักว่าเป็นเพื่อนเราเช่นกัน นั้นก็คือ “สุนัข” ที่นี้ที่ชอบเล่นกับคน ยิ่งเวลาไปทานข้าวในห้องครัว สุนัขเหล่านี้ชอบมาอยู่ใต้โต๊ะหรือชอบเดินตาม ทำให้รู้สึกแกร่งและกลัวว่าจะถูกกัด เพราะถ้าถูกสุนัขกัดในขณะที่ตัวมันเปี๊ยกหรือถูกน้ำลายของมัน ตามหลักศาสนาอิสลามต้องล้าง 7 น้ำ ที่ใช้น้ำดิน 1 น้ำ กับน้ำเปล่า 7 น้ำ ซึ่งมันทำให้รู้สึกวุ่นวายที่จะต้องไปหาน้ำดินเลยพยายามอยู่ห่างจากสุนัข แต่พอนั่งคิดและนึกได้ว่าเราต้องใช้ชีวิตที่นี้ 4 เดือน ดังนั้นต้องทำตัวให้ชิน และอย่าแกร่งหรือกลัวมัน เพราะสุนัขที่นี้ตัวมันจะแห้งตลอดเวลา ตรงกันข้ามข้อดีของมันว่าเป็นยามที่ดีคอยดูแลผู้คนที่นี้และนำทางเรากับเพื่อนๆเวลาเดินเล่นออกจากมูลนิธิ นี้อาจเป็นเพียงเรื่องราวบางส่วนที่มีความรู้สึกประทับใจ เพียงแค่ระยะเวลา 2 อาทิตย์กว่า ก็สร้างความผูกพันที่มีความรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่แห่งนี้และจะรู้สึกดีตลอดไป

การเดินทางมาใช้ชีวิตในระยะเวลาและหน้าที่ที่ได้กล่าวมาข้างต้น แน่นอนทุกคนที่มาล้วนอยากเก็บเกี่ยวประสบการณ์และองค์ความรู้ต่างๆจากที่นี้ให้ได้มากที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละคนที่ปฏิบัติหรือแสดงความสามารถให้พี่ๆที่นี้ได้เห็นว่าตนเองทำได้และพร้อมที่จะร่วมงานและสร้างประโยชน์ให้กับสังคมไปพร้อมๆกัน โดยไม่หวังผลตอบแทนที่เป็นเงินตรา แต่เป็นเพียงรอยยิ้มและความสุขจากการเป็นผู้ให้คนอื่นมากกว่าที่จะเป็นผู้รับ ส่วนองค์ความรู้และประสบการณ์ที่พี่ๆถ่ายทอดนั้นเป็นผลพลอยที่พี่ๆทุกคนอยากเห็นนักศึกษาทุกคนที่มาสหกิจศึกษา รวมถึงเหล่าผู้ที่มีจิตอาสาทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ดอยโอกาสต่างๆ ให้เขาได้รับโอกาสและสิทธิต่างๆที่จะได้รับ เสมือนทุกคนในประเทศอย่างเท่าเทียมกัน อีกทั้งยังมีกิจกรรมหรือโครงการต่างๆที่เป็นประโยชน์สู่ชุมชนและสังคมให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น และในวันข้างหน้าสามารถจะต่อยอดองค์ความรู้ และประสบการณ์ในการช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างสุดความสามารถ เป็นต้น

 

13.

พีท

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อ: นายกษิติธร ยิ้มมาก

วัน/เดือน/ปี เกิด :   4 พฤศจิกายน 2535

ที่อยู่ : 130/135 หมู่ 1 ซอยวัดโพธิ์ 23

ถนนวัดโพธิ์-บางใหญ่ ตำบลมะขามเตี้ย

อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84000

อีเมล: kaweepete@gmail.com

โทรศัพท์มือถือ :081-6779792

เชื้อชาติ :ไทย

สัญชาติ :ไทย

ศาสนา :พุทธ

สถานะภาพ : โสด

การศึกษา :ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 หลักสูตรไทยศึกษาบูรณาการ สำนักวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช

ประสบการณ์ทำงาน : มิถุนายน – กรกฎาคม พ.ศ.2557 พนักงานช่วยขายร้าน CPS-CHAPS

ที่ Central Plaza Suratthani

กรกฎาคม – สิงหาคม พ.ศ.2557 พนักงานช่วยขายร้าน JASPAL

ที่ Central Plaza Suratthani

นิสัยประจำตัว : ใจดีกับคนรอบข้าง, ขี้น้อยใจ

คติประจำใจ : กับเพื่อนให้เต็มร้อยอยู่ที่ว่าใครจะทำให้มันลดน้อยลงมา

ความรู้สึกเมื่อมา “มูลนิธิกระจกเงา”

ก่อนจะมาเหยียบย่างสู่ที่นี่                            เพื่อนน้องพี่บอกว่ามันไกลหนา

อันตัวเราก็ดิ้นรนที่จะมา                              จวบจนถึงเวลาส่งรายงาน

เดินทางมาเหนือสุดของประเทศ                      ช่างวิเศษสุขใจสนุกสนาน

ตัวคนเดียวเดินทางมาเพื่ออยู่นาน                     ต้องจากบ้านจากไกลใจจำจร

มูลนิธิกระจกเงาที่แห่งนี้                              คือแหล่งรวมน้องพี่คอยพร่ำสอน

ทั้งสุราษฎร์นครศรีและอุดร                          ไม่เคยพบมาก่อนปัตตานี

มีเชียงใหม่เชียงรายเจ้าของถิ่น                       ไม่สูญสิ้นน้ำใจไม่หลบหนี

เพื่อนแม่โจ้มมส.ก็มามี                               สุดโชคดีมศวก็มาไกล

ได้ทำงานที่รอคอยสมใจดั่ง                           คือภวังค์ความเป็นจริงที่สดใส

เริ่มงานแรกทำสัญชาติด้วยหัวใจ                     ถนัดมั้ยไม่เลยแต่ชื่นทรวง

ได้ทำงานฟรีสคูลทำเพื่อเด็ก                          เพื่อน้องเล็กเด็กดอยบนเขาหลวง

น้องบางคนเฝ้ารอโชคเฝ้ารอดวง                     ใจก็ห่วงอยากให้น้องได้ก้าวไกล

สองเดือนหลังก่อนกลับครูบ้านนอก                 อยากจะบอกรองานนี้ไม่เหลวไหล

ครูบ้านนอกงานอาสาจากแดนไกล                   จะตั้งใจทำให้ดีบอกตนเอง

มีงานดีมีเพื่อนดีชีวิตสุข                              ไม่มีทุกข์สุขจิตไม่ข่มเหง

ไม่ระรานก้าวก่ายไม่นักเลง                          ช่างครื้นเครงเสียจริงนี่กระไร

ที่แห่งนี้คือหุบเขาแห่งความรัก                       ที่ประจักษ์แท้จริงอย่างแจ่มใส

แอบรักคนคนหนึ่งอยู่ใกล้ใกล้                        แต่แล้วใจก็กลัวมิตรขาดกัน

เมื่อมาอยู่ไม่ถาวรก็ต้องกลับ                         ไม่จากลับจากลาไม่สุขสันต์

กระจกเงามิตรภาพที่มีกัน                            สุขใจพลันจะไม่ลืมมันแน่เอย

กษิติธร ยิ้มมาก

19 มกราคม2559

 

14.

เตย

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อนางสาวนลิน รัตนเดชากร     ชื่อเล่น เตย

วันเดือนปีเกิด 8 ธันวาคม 2536

เบอร์โทรศัพท์ 090-1989884

Facebook :Eiizbaiteiy

ID Line :Seeteiy

กำลังศึกษาที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ สาขาไทยศึกษาบูรณาการ คณะศิลปะศาสตร์

คติประจำใจ ทำวันนี้ให้ดีที่สุด

 

ความรู้สึก

เช้าตรู่ที่ฉันเตรียมตัวกับการฝึกสหกิจวันแรก วันนี้ฉันกับแม่ได้นัดกับลุงแท็กซี่ไว้ให้มารับ ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเพื่อเดินทางไปกระจกเงา ระหว่างทางรู้สึกตื่นเต้นมาก คิดทุกอย่าง วาดฝันวาดภาพไว้ทุกอย่าง จะเข้ากับเพื่อนได้ไหม ของเอามาเยอะขนาดนี้ต้องไม่มีที่วางแน่ๆ คิดสารพัด

ตึก…ตึก…ตึก เสียงกระแทกของรถกับถนนที่เป็นทางไม่ค่อยสู้ดีนัก

ครั้งแรกที่มาเห็นสถานที่น้ำตาแทบไหล กลัวจะอยู่ไม่ได้ ด้วยความที่ไม่เคยมาอยู่ไกลบ้านขนาดนี้ แต่มีโอกาสมาเที่ยวเชียงรายบ่อยๆ ทำให้รู้สึกรักที่นี่ ก่อนจะมาคิดไว้ว่าจะทำอย่างไรให้ได้กลับมาที่เชียงรายอีก จึงเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้เลือกที่นี่ “มูลนิธิกระจกเงา”

ความรู้สึกหลังจากได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ จากที่เป็นคนทำอะไรไม่เป็นก็มีโอกาสได้รับการสอนงานจากพี่ๆโครงการ พี่ๆเจ้าหน้าที่ของที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นการส่งแฟกซ์ ติดต่อประสานงาน และอีกหลายอย่างที่ไม่ใช่แค่การทำงานแต่ยังได้ทราบเรียนรู้ถึงประสบการณ์ การใช้ชีวิต การปรับตัวเข้าหากัน ที่นี่ให้อะไรหลายๆอย่าง ความรัก ความรู้ ความเข้าใจ การใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น ไม่ว่าจะปรับตัวเข้าหาพี่ๆเจ้าหน้าที่หรือเพื่อนที่มาจากต่างมหาวิทยาลัยก็ตาม

เนื่องจากเรามาในช่วงกิจกรรมก็จะมีอะไรที่น่าตื่นเต้น ท้าทาย และเรื่องราวอันน่าประทับใจตลอด เช่น วันคริสต์มาสก็จะมีชาวบ้านที่เราไม่รู้จักมาร้องเพลงขอบคุณพวกเรา เป็นภาพที่น่าประทับใจที่ได้เห็นและมีส่วนรวมกับชาวบ้าน กิจกรรมวันเด็กซึ่งมูลนิธิฯเราจัดให้กับเด็กที่ไม่กล้าแสดงออก ไม่กล้าแสดงความสามารถ เด็กๆที่มาสามรถเข้าร่วมได้ทุกซุ้ม ทุกกิจกรรมอีกทั้งยังได้ของขวัญกลับไปทุกคน ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องราวน่าประทับใจอีกเรื่องหนึ่งที่ ทำให้ร่างกายที่หายเหนื่อยกลับมีแรงฮึดขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของเด็กๆ กิจกรรมต่างๆสอนให้รู้จักการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ความสามัคคี ความมีน้ำใจ และที่ขาดไม่ได้สำหรับการทำงานที่นี่ก็คงเป็นการมีจิตสาธารณะ

 

15.

ซัลมา

 

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อ นางสาวซัลมา           นามสกุล หลำเบ็ลส๊ะ       ชื่อเล่น ซัลมา

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี      คณะ รัฐศาสตร์       สาขา การปกครอง   ชั้นปีที่ 4

คติประจำใจ : ชีวิตไม่สิ้นต้องดิ้นต่อไป

 

ความรู้สึกที่ได้มาฝึกงาน ณ ที่นี่

ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่า มูลนิธิกระจกเงา เชียงราย เป็นสถานที่แรกที่ดิฉันนึกถึง เมื่อต้องเลือกสถานฝึกงาน (สหกิจศึกษา) ตอนแรกที่ขออนุญาตที่บ้านมาฝึกงานที่นี่ พ่อกับแม่ก็ไม่ยอมให้มา บอกว่ามันไกล และไม่ตรงกับสาขาวิชาที่เรียนมา พ่อกับแม่อยากให้ฝึกงานที่หน่วยงานรัฐใกล้บ้านมากกว่า แต่ดิฉันก็รบเร้าจนที่บ้านยอมให้มา   ซึ่งเหตุผลที่ดิฉันอยากมาฝึกงานที่นี่ ก็เพราะดิฉันชอบงานกิจกรรมจิตอาสาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ตอนอยู่มหาวิทยาลัยก็ได้เข้าร่วมทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวมหลายอย่าง เพราะกิจกรรมเหล่านี้นอกจากดิฉันจะได้ทำเพื่อผู้อื่นแล้ว ดิฉันยังได้ทำเพื่อตัวเองอีกด้วย   ดิฉันเชื่อว่า การเรียนไปด้วย และทำกิจกรรมไปด้วย เป็นตัวกระตุ้นความรับผิดชอบของตัวเราได้ดีกว่าการตั้งหน้าตั้งตาเรียนอย่างเดียว การทำกิจกรรมสอนอะไรเราได้หลายอย่าง ให้อะไรเราได้มากกว่าความรู้ที่มีสอนในตำราเรียน ให้ทั้งมิตรภาพ เสียงหัวเราะ หรือบางกิจกรรมอาจเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา แต่ทว่าทุกกิจกรรมล้วนหล่อหลอมให้ดิฉันรักที่จะทำงานเพื่อผู้อื่นแทบทั้งสิ้น   และนี่ก็คือเหตุผลที่ มูลนิธิกระจกเงา แห่งนี้ สามารถตอบโจทย์ความชอบของดิฉันได้

ดิฉันไม่ชอบทำงานที่อยู่นิ่งกับที่ วันทั้งวันมีแต่โต๊ะ เก้าอี้ จอคอมพิวเตอร์ และเอกสารกองพะเนินเทินทึก มันน่าเบื่อ ดิฉันอยากทำงานลุย ๆ บุกป่าฝ่าดง อยากไปในสถานที่แปลกใหม่ไกล ๆ (ยิ่งกันดารยิ่งชอบ) ได้พบปะกับผู้คนที่หลากหลาย ได้เรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมใหม่ ๆ ชอบบรรยากาศความเป็นธรรมชาติ ป่าเขา ลำเนาไพร ซึ่งความรู้สึกแรกที่ได้มาเหยียบเท้าลงบนสถานที่แห่งนี้ รู้สึกเลยว่าบรรยากาศมันใช่เลยอย่างที่วาดฝันเอาไว้ ถนนลูกรัง อากาศหนาว มีภูเขาล้อมรอบ ผิดคาดแค่นิดเดียว ตอนแรกคิดว่าจะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ แต่พอมาถึงที่นี่สัญญาณเต็มซะงั้น (ตอนอยู่บนรถอุตส่าห์โทรบอกแม่ไว้ซะดิบดีว่าอีกอาทิตย์นึงค่อยคุยกัน ไปหาสัญญาณโทรศัพท์ก่อน ฮ่า ๆ)

การได้มาฝึกงานที่นี่ ถือว่าเป็นการได้ทำความฝันสำเร็จอีกหนึ่งเรื่อง แม้ว่าจะต้องมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้อีกหลายอย่าง แต่ก็รู้สึกมีความสุข ได้รู้จักเพื่อนใหม่ ๆ จากต่างมหาวิทยาลัย ได้พูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ได้ทำกับข้าวร่วมกัน เพื่อนที่มาจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน ที่จากเดิมแค่เดินผ่าน ทักทายกันเฉย ๆ กลับกลายมาเป็นสนิทกันมากขึ้น ดิฉันรู้สึกมีความสุขที่ได้ทำงานเพื่อผู้อื่น แม้อาจจะเหนื่อยกาย แต่มันก็ปริ่มใจ….

 

16.

ฮากิม

 

ชื่อ นายอับดุลฮากีม         นามสกุล เซะแง

ชื่อเล่น ฮากิม    มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

คณะ รัฐศาสตร์       สาขา การปกครอง     ชั้นปีที่ 4

คติประจำใจ : ไม่ถึงต้องเขย่ง ไม่เก่งต้องขยัน

เกิดเมื่อวันที่ 12 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2536

ที่อยู่ตามสำเนาทะเบียนบ้าน 21/3 หมู่ที่ 3 ตำบลบันนังสาเรง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา 95000

เบอร์โทรศัพท์ 086 295 0335 หรือ   098 059 7473

Facebook :   hakim กันเอง

Id. Line :     hakim_msy

Email :       hakim-9991@hotmail.com

 

ทำไมถึงเลือกมามูลนิธิกระจกเงา?

มูลนิธิกระจกเงาเป็นที่ที่ผมอยากมาสหกิจศึกษาเป็นอย่างมากด้วยเหตุผลก็คือมันตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงรายอยู่ภาคเหนือของประเทศ อีกอย่างก็มีรุ่นพี่เคยมาสหกิจที่นี่มาหลายรุ่นเลยได้ถามรูปแบบการฝึกงานคราวๆ รุ่นพี่ก็แนะนำว่าถ้าชอบรูปแบบการทำงานแบบลงพื้นที่แบบลุยๆก็ที่นี่ สนุก สอนอะไรหลายอย่าง รวมถึงผมก็ได้ติดตามการอัตเดพของรุ่นพี่จากการโพสรูปในfacebook line ได้เห็นบรรยากาศการลงพื้นที่ บรรยากาศวิวสวยๆจากแหล่งท่องเที่ยว ของภาคเหนือ และผมก็ได้สอบถามเรื่องอาหารการกินของมุสลิม การละหมาดวันศุกร์ว่าเป็นอย่างไร ก็ได้คำตอบว่าพี่ๆที่มูลนิธิเขาใจดีเข้าใจในความแตกต่าง เรื่องการกินสามารถทำอาหารกินได้เอง ส่วนวัตถุดิบขอพี่ๆแม่ครัวได้ ในเรื่องของการละหมาดวันศุกร์(ขออธิบายละหมาดวันศุกร์คือในช่วงเที่ยงของทุกๆวันศุกร์ชายมุสลิมต้องไปละหมาดที่มัสยิด) รุ่นพี่บอกว่าสามารถขอลาช่วงนั้นขับรถไปละหมาดที่มัสยิดได้ตามปกติเพราะพี่ๆเขาเข้าใจและเราต้องอธิบายให้เข้าใจ ด้วยสิ่งเหล่านี้มันทำให้ผมอยากมาสหกิจที่นี่ เนื่องด้วยเราสามารถคลายความกังวลกับปัญหาที่เรากังวลอยู่ ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกินก็ดี การออกไปละหมาดวันศุกร์ก็ดี รวมกับการที่เราอยากมาลองสัมผัสกับอากาศหนาวให้ช่วงต้นปีและเป็นพื้นที่ที่ห่างไกลจากบ้านมาก มีประเพณีวัฒนธรรมที่ต่างกัน สังคมที่ต่างกัน ภาษาการสื่อสารที่ต่างกัน สิ่งเหล่าเป็นอะไรที่ท้าทายสำหรับผมเป็นอย่างยิ่งทั้งหมดเป็นสิ่งที่ผมตัดสินใจมาอยู่มูลนิธิกระจกเงา ผมกับเพื่อนๆประมาณห้ามีการวางแผนการเดินทางล่วงหน้าหนึ่งเดือนในการจองตั๋วเครื่องบิน ซึ่งมาวันที่6โดยขึ้นเครื่องที่สนามบินหาดใหญ่ลงสนามบินดอนเมืองต่อเครื่องจากดอนเมืองมาลงที่เชียงรายและต่อรถแท็กซี่มาถึงที่มูลนิธิ เมื่อถึงที่สนามบินเชียงรายประมาณทุ่มครึ่ง ผมก็ได้สัมผัสถึงลมเย็นๆของอากาศที่นี่เพื่อนที่มาถึงก่อนได้จองแท็กซี่ให้เราขึ้นจากสนามบินถึงเชียงรายขึ้นรถมาเรื่อยๆก็เข้าในเขตตำบลแม่ยาวมาเรื่อยๆยิ่งเข้าชุมชนก็ยิ่งมืดไฟฟ้าบนถนนไม่มีในใจผมก็มีความหวาดระแวง แอ่ะ!!มาถูกหรือป่าว จนเข้าถึงถนนดินแดงในใจผมก็คิด (มันใช่หรอ) ผมก็ได้ถามคนขับว่า อีกไกลไหมพี่ พี่ตอบว่าจะถึงเห็นป้ายมูลนิธินั้นไหม(ถึงสามแยกเลี้ยวเข้ามูลนิธิพอดี)ผมตอบพี่คนขับไปว่า อ่อครับ(ในใจรู้สึกโล่งอก)เพราะมันเป็นเวลากลางคืนกับที่ที่เราไม่เคยมาไม่รู้จักทาง จนถึงที่มูลนิธิประมาณสองทุ่มก็มีเพื่อนจาก มอ.ปัตตานีที่มาถึงก่อนสองสามวันกับเพื่อนที่ต่างสถาบันสองสามคนมาตอนรับและเตรียมอาหารค่ำให้เราด้วย และเราก็ได้กินอาหารค่ำเป็นอาหารมื้อแรกของที่นี้พร้อมกับอากาศหนาวๆอุณหภูมิประมาณ20องศาซึ่งมันก็หนาวสำหรับผม ในการกินเพื่อนก็ได้บอกกฎระเบียบการใช้ชีวิตที่นี้คราวๆมีการแบ่งเวรช่วยแม่ครัวทำอาหารเช้าและต้องเข้าประชุมเช้าเวลาแปดโมงครึ่งทุกวัน พูดคุยสักพักจากนั้นเพื่อนก็พาไปบ้านพักเป็นบ้านกระท่อมทำจากไม้ไผ่ เช้าวันต่อมาทีมมุสลิมก็มีการทำอาหารร่วมกันจากนั้นก็มีการประชุมเช้าบอกคิวรถและได้มีการแนะนำตัวด้วย จากนั้นก็ได้ไปช่วยพี่ในการเตรียมงานวันเด็กที่ใกล้ถึงนี้ไม่ว่าจะเป็นแพ็คของรางวัล ขนเต็นท์ยกเต็นท์ ขนโต๊ะ จัดซุ้มของนักศึกษาฝึกงานและได้มีโอกาสสนิทกับเพื่อนต่างสถาบันมากขึ้น ก็ได้เห็นการร่วมมือร่วมแรงจากทุกคนไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา พี่ๆมูลนิธิ ครูอาสาที่ทำกิจกรรมกับเด็กๆถึงการเสียสละเวลาส่วนตัวหรือจะเป็นงานก็ตามในการทำงานเพื่อความสุขเด็กๆ และเด็กมากกว่าสองพันได้รับของรางวัลทุกคน เด็กๆมีรอยยิ้มมีความสุข ความเหนื่อยล้าก็หายพร้อมกับการได้มาซึ่งรอยยิ้มของเด็กๆที่มาจากบนดอยไกลๆ หลังจากงานวันเด็กก็มีการปฐมนิเทศนักศึกษาฝึกงานเมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา ก็ได้มีการแบ่งลงโครงการต่างๆ ซึ่งผมเลือกลงโครงการครูบ้านนอกเพราะอยากลงพื้นที่ทำกิจกรรมและหาประสบการณ์ใหม่เพื่อการเรียนรู้ของผม และผมคิดว่าการลงพื้นที่ทำกิจกรรมในชุมชนต่างๆที่มีทั้งวัฒนธรรมที่ต่างกัน ภาษาที่ต่างกัน ศาสนาที่ต่างกัน ไม่ว่าจะนอนเต็นท์หรือนอนบ้านชาวบ้าน และยังรวมถึงการพิสูจน์ตัวเราเองต่อการปฏิบัติและยึดมั่นต่อศาสนาในยามลำบากอีกด้วย

สุดท้ายจะขอขอบคุณพี่ๆมูลนิธิทุกคนที่พยายามเข้าใจในศาสนาอิสลามในความเป็นมุสลิมในเรื่องต่างๆไม่ว่าจะเรื่องแยกครัวเฉพาะมุสลิมก็ดี และในการละหมาดวันศุกร์ด้วยเช่นกันครับ ขอบคุณครับ

 

17.

ฝ้าย

 

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อ นางสาว พัทธ์วิรา รักมิตร (ฝ้าย)

วันเกิด 2 ตุลาคม 2536     อายุ 22 ปี

ที่อยู่ 224 ม.5 ต. นิคมสงเคราะห์ อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000

อีเมล: Pattwira_R1993@yahoo.com

โทรศัพท์: 098-5592479

กำลังศึกษาที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขา ภาษาอังกฤษธุรกิจ ปี4

 

ความรู้สึกก่อนจะมาฝึกงานที่นี้

รู้สึกตื่นเต้น และอยากมาเรียนรู้หาประสบการณ์ใหม่ๆ ลองใช้ชีวิตทำอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อน เช่นสอนหนังสือเด็ก อยู่ร่วมกับคนอื่น เที่ยววันหยุดในที่ที่ไม่เคยไปและอยากไป ได้ลองใช้ชีวิตในแบบเรียบง่ายสักครั้งให้เป็นประสบการณ์ชีวิต

ความรู้สึกในตอนนี้

 

แรกที่ยังปรับตัวไม่ได้ก็รู้สึกแย่นิดหน่อย แต่พอนานไปได้ทำอะไรหลายอย่างที่ไม่เคยทำ

 

ก็รู้สึกดี โอเค ที่นี้สอนและให้อะไรหลายๆทั้งในการทำงานและอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น การได้สอนหนังสือเด็ก ได้เป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ ได้รู้ว่าบางสิ่งบางอย่างที่ดูเล็กน้อยหรือไม่มีค่าสำหรับเรา อาจดูมีค่าและสำคัญสำหรับใครอีกหลายคน และดีใจที่ได้ร่วมแบ่งปันสิ่งที่มี เช่นความรู้แม้จะน้อยนิดให้แก่ผู้อื่น

 

18.

ก๊อต

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อ-สกุล : นาย วีรภัทร ปิยญาติ       ชื่อเล่น : ก๊อต

วันเกิด : วันเสาร์ที่ 26 มีนาคม พศ. 2537

ที่อยู่ : 3/181 หมู่1 ถนนจรูญสำราญ ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี 94000

เบอร์โทร : 097-2252725

E-mail : kot_freedom_justice@hotmail.com

Facebook : Kot-Weeraphat Kuriotes-Exousia

กรุ๊ปเลือด : B

โรคประจำตัว : ภูมิแพ้ฝุ่น,ควัน

บิดาชื่อ : นาย ยุระพัฒน์ ปิยญาติ เบอร์โทร : 088-7921758,089-5960393

มารดาชื่อ : นาง วรรณี ปิยญาติ เบอร์โทร : 085-0782679

งานอดิเรก : หาข้อมูลโมเดลกันดั้ม,เล่นอินเตอร์เน็ต,ฟังเพลง

สิ่งที่ชอบ : โมเดลกันดั้ม

 

ความรู้สึกที่ได้มาฝึกงานที่มูลนิธิกระจกเงาเชียงราย

ตอนที่เลือกสถานที่ฝึกงาน ข้าพเจ้าต้องการสถานที่ที่อยู่ห่างจากบ้านของข้าพเจ้าให้อยู่ห่างไกล เพราะข้าพเจ้าต้องการให้ครอบครัวของข้าพเจ้าเห็นว่าข้าพเจ้าสามารถอยู่ตัวคนเดียวได้ โดยที่ครอบครัวของข้าพเจ้าจะได้ไม่ต้องกังวลหรือเป็นห่วงในตัวข้าพเจ้า ครอบครัวของข้าพเจ้าจะได้มองข้าพเจ้าว่าข้าพเจ้าไม่ใช่เด็กอีกต่อไป เมื่อได้มาที่นี่ก็ต้องปรับตัวกับสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย อาหารที่ไม่คุ้นรสชาติ แต่ข้าพเจ้าก็ปรับตัวกับมันได้ และข้าพเจ้าก็ได้ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ๆและพี่ๆเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิกระจกเงานี้

สุดท้ายข้าพเจ้าก็คาดหวังว่าจะได้ประสบการณ์ในการทำงานต่างๆจากที่มูลนิธิกระจกเงานี้ ซึ่งมันคงเป็นประสบการณ์ที่ดีมากแน่ๆ

 

19.

จะเอ๋

 

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อ ณัฐฐินี   นามสกุล บุญญวงศ์       ชื่อเล่น จ๊ะเอ๋

อายุ 22 ปี      กำลังศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คณะ ศิลปศาสตร์ สาขา ภูมิภาคศึกษา-อาเซียนศึกษา เอก ภาษามาเลย์

ที่อยู่ หมู่บ้านเฮ้าส์แอนด์แลนด์ 39/51 ม.5 ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช 80000

ติดต่อ nuttinee.boon@gmail.com   หรือ 098-0727829

 

ความรู้สึกต่อมูลนิธิกระจกเงา

ก่อนที่จะต้องตัดสินใจเลือกสถานที่ที่ต้องมาสหกิจศึกษารู้สึกกังวล เพราะไม่รู้ว่าจะต้องไปที่ไหน หรืออยากไปที่ไหนจริงๆ แต่ก็เห็นชื่อ มูลนิธิกระจกเงาในรายชื่อของสถานประกอบการในบอร์ดประชาสัมพันธ์และเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับองค์กรนี้ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกที่จะมาที่นี่

เมื่อพยายามศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับองค์กรนี้รู้สึกว่าอยากจะตั้งใจจะมาฝึกงานที่นี่ตั้งแต่แรก เพราะรู้สึกชอบองค์กรนี้ โดยเฉพาะด้านการให้ความช่วยเหลือคนยากไร้ และเมื่อเข้ามาที่นี่ รู้สึกประทับใจกับพี่ๆที่นี่มาก ทั้งใจดี เป็นกันเอง ให้คำปรึกษาได้แทบจะทุกเรื่อง ชอบการทำงานของที่นี่โดยเฉพาะการทำงานที่มีความยืดหยุ่น ไม่เคร่งเกินไปจนรู้สึกอึดอัด ทำให้ทำงานได้อย่างเต็มที่

 

20.

ออย

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อ นางสาว มลิดา โพธิ์วงษ์    ชื่อเล่นออย

วันเกิดเกิดเมื่อวันที่ 14 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2536 ปัจจุบัน อายุ 22 ปี

มีพี่น้อง 2 คน

การศึกษาปัจจุบัน กำลังศึกษา อยู่ที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี สาขา ภาษาอังกฤษธุรกิจ

ที่อยู่ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่ 84 ม. 8 ตำบล นากว้าง อำเภอ เมือง จังหวัด อุดธรธานี 41000

เบอร์โทร 098-657 9190

อีเมล์malidaphowong@yahoo.com

Facebook :MalidaPhowong

เวลาว่างชอบฟังเพลง ดูหนัง เล่นเกมส์ และชอบอยู่กับธรรมชาติ เงียบๆ โดยช่วงปิดเทอม ปกติ จะไปนั่งกรรมฐาน อยู่ที่วัด

อาหาร ชอบอาหารอีสาน ยกเว้น พวกอาหารดิบ

เพลง ชอบฟังเพลงเพื่อชีวิต

สัตว์เลี้ยง ชอบเลี้ยงสุนัข รักสุนัข ขี้สงสารสัตว์

อุปนิสัย นิสัย ร่าเริง ยิ้มง่าย เข้ากับคนอื่นได้ง่าย ไม่มีปัญหา

สิ่งที่ไม่ชอบ ความไม่ยุติธรรม เอาเปรียบ และสังคมแก่งแย่งแข่งข

 

ความรู้สึก

ก่อนมาที่มูลนิธิกระจกเงา

ก่อนมามีความรู้สึก ตื่นเต้น วาดฝันและคิดไว้ว่า ที่นั่น คงอยู่ท่ามกลางภูเขา มีวิว ทิวทัศน์ ที่สวยงาม ดอกไม้หลากสี เยอะแยะ เป็นองค์กรที่ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม มีความรู้สึกอยากไปอยู่ที่นั่น เนื่องจาก ฝันไว้ว่า สักวัน จะไปเป็นครูอยู่บนดอย คอยสอนหนังสือให้เด็ก ยากไร้ ขาดแคลนทุนทรัพย์ และขาดโอกาส และไปอยู่ท่ามกลางหุบเขา ต้นไม้ อากาศเย็นๆ ซึ่งคงจะมีความสุขไม่น้อย ที่ๆ ที่เราคิดว่า จะมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่

หลังจากมาอยู่ในมูลนิธิกระจกเงา

แต่พอได้มาเจอครั้งแรก ก็ผิดกับที่คิดไว้เล็กน้อย เพราะความเป็นจริง มันอยู่ในหุบเขาแบบที่เดินทางเข้าเมือง ลำบาก อยู่แถบ ชนบทที่ไกลจากความเจริญมาก ที่อยู่ ทั้งในเรื่องอาหารการกิน ก็ไม่ค่อยโอเค เพราะเราไม่ชิน แต่ก็มีสิ่งที่ทำให้ประทับใจอยู่ คือ ที่แห่งนี้ ทำงาน เพื่อสังคม อยู่ในที่เงียบๆ ตามที่คิดไว้ และที่สำคัญ งานที่เราได้รับมอบหมายนั้น คือ ออกไปสอนหนังสือ เด็กๆ บนดอยบ้าง อยู่ตามโรงเรียนที่เขาขาดแคลนบุคลากรบ้าง ซึ่งมันเป็นไปตามความฝันเราที่ตั้งไว้ อีกทั้งที่นี่ ยังมีกิจกรรมมากมาย ที่ให้เราได้มีส่วนร่วม กับคนในหมู่บ้านละแวกนี้ อาทิ เช่น งานวันเด็ก หรือแม้แต่วันคริตมาส เขาก็เชิญเราไปกินข้าวเย็นด้วย ทำให้เราได้เห็นวัฒนธรรมที่แตกต่างจากบ้านเรา และที่สำคัญ มีเพื่อนนักศึกษาฝึกงานมาจากภาคใต้ ซึ่งเขาก็นับถือ ศาสนา อิสรามกัน ด้วยศาสนาของเขาเคร่งมาก มันก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้เราได้เห็นการใช้ชีวิตที่แตกต่างไปจากวัฒนธรรมแถวบ้านเรา แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาในการอยู่ร่วมกันของพวกเรา เพราะพวกเราเป็นเพื่อนกันได้ และยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน สิ่งที่ประทับ และมีความสุขที่สุด ตั้งแต่ได้มาอยู่ที่นี่ คือ การที่นั่งรถออกไปสอนตอนเช้าๆ เพราะเราได้ชมวิว อันสวยงาม ของธรรมชาติ และภูเขา มันเป็นสิ่งที่เรารักและปรารถนา และเราได้มีความตั้งใจไว้ว่า เราจะมาอยู่เชียงราย อยากมีบ้านที่นี่ อยากมาทำงานที่นี่ เราชอบงานในมูลนิธินี้ เพราะไม่ต้องนั่งอยู่ในออฟฟิต แต่ได้ออกไปทำงานข้างนอก และยังได้ทำอะไรๆ เพื่อสังคมอีกด้วย

สุดท้ายนี้ ก็ต้องขอขอบคุณ พี่ๆ ทุกคน ทุกโครงการที่ ทำให้หนู ได้มีโอกาสมายืน อยู่ในจุดนี้ ได้มาเปิดโลกกว้าง เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง ที่ไม่เหมือนบทเรียนในห้องเรียน ที่หนูไม่เคยได้เรียนมาก่อน ทำให้หนูได้เห็นอะไรอีกมากมาย นอกจากปัญหาของการทำงานแล้วนั้น ยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับคน เกี่ยวกับการเอาตัวรอดในสถานการณ์ต่างๆ ได้อีกด้วย

 

21.

แอม

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อ:   นางสาวกาญจนา สายศรีโกศล

วัน/เดือน/ปี เกิด :   24 มิถุนายน พ,ศ.2536

ที่อยู่ :               261 หมู่ที่ 2 ตำบลพะวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา 90100

อีเมล:       Kanchana.Saisrikosol.gmail.com

โทรศัพท์มือถือ :     089-7334570, 099-2391136 , 093-1794221

เชื้อชาติ :           ไทย

สัญชาติ       :    ไทย

ศาสนา       :     พุทธ

สถานะภาพ :         โสด

การศึกษา :   ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 หลักสูตรอาเซียนศึกษา สำนักวิชาศิลปศาสตร์

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช

ภาษา :     ภาษาเวียดนาม , ภาษาอังกฤษ

ประสบการณ์ในการเรียน : ได้ไปศึกษาเล่าเรียนภาษาเวียดนามที่ประเทศเวียดนามเป็นเวลา 6เดือน

นิสัยประจำตัว : ใจดีกับคนรอบข้าง, ขี้น้อยใจ,เป็นคนตลก, โกรธง่ายหายเร็ว

คติประจำใจ : ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จก็อยู่ที่นั่น

 

ความรู้สึกที่มามูลนิธิกระจกเงา

ในการฝึกงานครั้งนี้ตัวหนูเองตั้งใจที่จะมาฝึกที่กระจกเงาจังหวัดเชียงราย โดยในความคิดแรกของหนูกระจกเงาได้มีอยู่2 จังหวัดคือจังหวัดกรุงเทพมหานครและจังหวัดเชียงราย ซึ่งในตัวหนูเองหนูได้คิดตั้งแต่ตอนแรกว่าจะมาฝึกงานที่นี้จังหวัดเชียงราย เพราะหนูไม่ชอบการใช้ชีวิตในกรุงเทพมหานครเพราะมันวุ่นวาย ผู้คนก็มากมายหลายตาหลายนิสัย หนูเลยตัดสินใจมาฝึกงานที่กระจกเงาจังหวัดเชียงราย โดยทั้งๆที่ทางบ้านหนูไม่อยากให้หนูมาฝึกเพราะหนูมาฝึกคนเดียว โดยทางบ้านก็เป็นห่วงเพราะมาฝึกไกลจากบ้านมาก แต่แล้วหนูก็เลยขอขัดใจกับครอบครัวของหนู จนได้มาฝึกงานที่กระจกเงาเชียงราย

ครั้งแรกที่ได้ย่างก้าวเท้าเข้ามา ดูจากทางเข้าหนูคิดว่าตัวหนูเองจะอยู่ได้ไหม และจะไปหาอาหารอร่อยๆที่กินได้ที่ไหน ถ้าออกไปจะมีรถไหม ความคิดต่างๆนานาก็เข้ามามากมายเมื่อมาถึงกระจกเงา แต่เมื่อหนูมาถึงความคิดเรานั้นก็ได้หายไปอย่างไร่ร่องรอย ทำให้หนูกลับคิดว่าที่นี้ยังมีอะไรที่จะทำให้เราได้พิสูจน์ตัวเองได้อีกหลายอย่าง สอนให้เราเป็นคนสู้ต่องาน อดทน เข็มแข็งทุกอย่าง ตรงต่อเวลา ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยวันแรกที่หนูมาหนูก็ได้มาพักบ้านเขียวซึ่งเป็นบ้านที่รอบล้อมไปด้วยผึ้งมากมาย มาถึงก็ได้มีพี่ๆแม่บ้านที่น่ารักและเพื่อนที่อยู่บ้านเขียวได้ต้อนรับกันเป็นอย่างดี แต่แล้วเมื่อมีพบก็ต้องมีการจากลา เพื่อนๆทั้งสองก็ได้กลับมาหาลัยกัน และพวกเราก็ได้อยู่กัน 4คนได้ใช้ชีวิตกันอย่างคุ้มค่ามากและภายในไม่กี่เดือนเพื่อนๆต่างมหาลัยต่างๆก็ได้มาถึงกันไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, มหาวิทยาราชภัทรอุดรธานี, มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ทำให้สถานที่ตรงนี้กลับมามีสีสันอีกครั้ง สนุก เฮฮา หัวเราะ ช่วยเหลือกันทุกอย่าง ได้โดยหนูได้ลงโครงการภัยพิบัติภายในเวลา 2เดือน โดยหนูได้รับประสบการณ์ต่างๆมากมาย ได้ใช้ชีวิตคุ้มค่า ได้ช่วยเหลือน้อง ได้ทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำ ได้รู้ในสิ่งที่เราไม่เคยรู้มาก่อน และในอีก2เดือนหลังก็ได้ลงโครงการ scpp จะเป็นโครงการอีกอย่างหนึ่งซึ่งจะมีความแตกต่างจากโครงการภัยพิบัติมากซึ่งในโครงการscppจะเป็นงานประเภทด้านเอกสารข้อมูลมอบสิ่งดีๆให้กับน้องๆ

ความประทับใจรู้สึกดีใจมากที่ได้จะได้ฝึกงาน เพราะจะได้ประสบการณ์จริง ปฏิบัติจริง แล้วเราจะได้รู้เรื่องเกี่ยวกับการพิมพ์เอกสาร การถ่ายเอกสาร การส่งเอกสาร ได้ลงพื้นที่ครูบ้านนอก สอนหนังสือเด็กๆการจัดค่ายต่างๆ งานในด้านช่วยเหลือคนที่เดือนร้อน งานในด้านลงแรงใช้แรง งานด้านครัว ฯลฯ และมันจะทำให้เราได้เรียนรู้ในสถานที่จริง จะได้รู้ว่าการทำงานที่จริงนั้นมันเป็นยังไง มีอุปกรณ์อะไรบ้างในการฝึกงานจริง แล้วฉันคิดว่าการฝึกงานท่าทางจะสนุก ไม่เครียดจนเกินไป และมีพวกพี่ๆ ที่ฝึกงานคอยให้ความปรึกษา แนะนำเราในการฝึกงานให้ดีขึ้น และการที่พวกเราได้ไปฝึกงานจริง เราจะมีความรู้มากมายเกี่ยวกับการทำงานของพวกพี่ๆที่กระจกเงาเชียงรา

สิ่งที่คาดว่าจะได้รับ : คือ การมีความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการฝึกงาน ได้ทักษะจากการฝึกงาน สามารถนำไปใช้ได้จริงในการทำงานของเราได้ มีความรู้มากมายจากการที่เราได้ประสบกาณ์จริง และนำความรู้เหล่านี้ไปทำงานจริงๆได้ด้วย

 

22.

นุช

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อ:   นางสาวนุชนาถ คงสรรพ

วัน/เดือน/ปี เกิด : 12 มีนาคม พ.ศ.2536

ที่อยู่ :           157/21 ม.2 ต.บางจาก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

โทรศัพท์มือถือ :   0901745062

เชื้อชาติ :         ไทย

สัญชาติ     :     ไทย

ศาสนา     :     พุทธ

สถานะภาพ :       โสด

การศึกษา : ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4คณะรัฐศาสตร์ สาขาวิชาการปกครองมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

 

ความรู้สึกที่มามูลนิธิกระจกเงา

ความรู้สึกที่ได้มาสหกิจศึกษาที่มูลนิธิกระจกเงา จังหวัดเชียงราย รู้สึกตื่นเต้นที่ได้เลือกมาที่นี่เพราะเป็นการเดินทางที่แปลกใหม่เนื่องจากไม่เคยเดินทางมาภาคเหนือ และถือได้ว่าเป็นการเดินทางคนเดียวครั้งแรกที่ไกลที่สุด อยากสัมผัสอากาศหนาว อยากอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ โดยการเดินทางในครั้งนี่ได้พักที่เชียงใหม่เป็นเวลา 1 คืน และเดินทางต่อมายังเชียงรายโดยรถบัสมายังขนส่งเชียงราย จากนั้นก็นั่งรถตุ๊กๆต่อมายังมูลนิธิ ความรู้สึกเมื่อรถขับผ่านตัวเมืองมานานแต่ก็ยังไม่ถึง ทางเข้าเป็นถนนคอนกรีตและที่ประหลาดใจคือถนนลูกรังทางเข้ามา สีหน้าขณะนั้นกังวลว่าพี่โชเฟอร์ขับหลงทางหรืออาจจะพาออกนอกเส้นทาง และถ้าหากเป็นเช่นนั้นจะกลับได้อย่างไรมางออกไปถึงถนนใหญ่ก็ไกลมาก จนพี่โชเฟอร์หันมาถามว่าไกลไหม จึงได้แต่อมยิ้ม เมื่อมาถึงมูลนิธิมองภาพบรรยายกาศครั้งแรกประทับใจในภูมิทัศน์รอบๆ บ้านพักที่เป็นกระท่อมอยู่กลางหุบเขา

หลังจากนั้นได้มีโอกาสรู้จักกับเพื่อนๆที่มหาวิทยาลัยอื่นที่มาสหกิจศึกษาที่เดียวกัน เป็นการทำความรู้จักที่สนิทสนมกันรวดเร็วมาก และได้ทำกิจกรรมงานวันเด็กร่วมกัน ได้มองเห็นการทำงานกันอย่างมีระบบ ช่วยเหลือกัน และมีภาพความสนุกสนานของเด็กๆที่เข้ามาร่วมกิจกรรม ถือได้ว่าการเข้ามาสหกิจศึกที่ที่มูลนิธินี้เปรียบเสมือนการเข้ามาอยู่ในครอบครัวที่อบอุ่น ครอบครัวที่สอนให้รู้จักการให้ ความเสียสละ และในขณะเดียวกันก็มีความเป็นอิสระที่อยู่ในขอบเขตอย่างลงตัว

 

23.

มาซา

ข้อมูลูลส่วนตัว

ชื่อ นางสาวมาซายา สาคอมะแซ     ชื่อเล่น ซา   อายุ 21 ปี

กำลังศึกษา คณะรัฐศาสตร์ สาขาการปกครอง ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

ที่อยู่ 90/8 หมู่ที่ 4 ตำบลลำใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา 95160

กรุ๊ปเลือด A เกิดเมื่อวันที่ 01 เมษายน 2537

E-mail       dorajang_08@hotmail.com

Facebook     Masaya haji’zakaria

ID line       Masaya_hajizakaria

เบอร์โทรศัพท์ 088-3981969

สหกิจศึกษา โครงการครูบ้านนอก             ระยะเวลาสหกิจ 4 เดือน

เริ่ม   11 มกราคม 2559     สิ้นสุด 29 เมษายน 2559

ที่ตัดสินใจเลือกสหกิจศึกษาที่มูลนิธิกระจกเงา จังหวัดเชียงรายแห่งนี้เพราะมีรุ่นพี่ ( แบฟาริด,แบกีกี้ )แนะนำให้เลือกสหกิจศึกษาที่นี่ สถานที่ที่ให้มากกว่าประสบการณ์ การฝึกฝน เรียนรู้ สู่การเติบโตด้วยตัวเอง เพื่อพัฒนาศักยภาพในด้านต่างๆ อีกอย่างก็ไกลบ้าน มันท้าทายดีอีกทั้งยังวัดอีหม่ามในตัวเราได้อีกด้วย เมื่อตัดสินใจเลือกสหกิจที่มูลนิธิกระจกเงาแล้ว ก็กลับไปขออนุญาตพ่อกับแม่ ท่านสนับสนุนเต็มที่ถ้าเป็นเรื่องการเรียน จากนั้นก็ปรึกษาพี่ๆเกี่ยวกับการเตรียมตัวเข้าโครงการเบื้องต้น การจัดเตรียมอุปกรณ์ สัมภาระ เสบียง และสิ่งของที่จำเป็นต้องใช้ต่างๆนานา

แรกๆก่อนเดินทางมาเชียงราย ก็กังวลกับสิ่งที่ต้องเผชิญ เพราะอยู่ไกลจากบ้านมาก สภาพอากาศก็ต่างจากบ้าน สถานที่ที่หลากหลายวัฒนธรรม แต่แล้วพอมาถึงเชียงราย เดินทางสู่มูลนิธิ เวลาประมาณ 2 ทุ่มก็ตกใจเล็กน้อยกับเส้นทางและป้ายบอกทางเข้ามูลนิธิ และตกใจอีกครั้งเมื่อเพื่อนจาก มอ.ปัตตานีมารอรับไปยังที่พัก ( บ้านกระท่อม ) อิอิ วันนั้นที่มาถึงก็ยังไม่ชินกับสถานที่ สภาพอากาศที่หนาวมาก พลอยทำให้คืนนั้นนอนไม่หลับอีกด้วย แต่ผ่านไปสักประมาณ 2-3วัน เริ่มชินกับสถานที่และเพื่อนๆในระดับหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่ชินกับสภาพอากาศ เพราะอากาศที่หนาวมาก แบบไม่เคยเผชิญมาก่อน โดยปกติภาคใต้ก็มีหน้าหนาวแต่ไม่ถึงขนาดนี้ค่ะ สำหรับงานแรกที่ได้รับมอบหมาย คือ ช่วยพี่จัดงานวันเด็ก ก็มีการเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ เป็นงานชิ้นแรกที่นักศึกษาฝึกงานต้องช่วยกันดำเนินการ มีความสุขมากค่ะ เพราะเป็นงานที่ทำด้วยแรง ด้วยใจ เป็นการทำงานเพื่อมอบความสุขแก่เด็กๆและผู้ปกครองโดยไม่หวังผลตอบแทน หลังจากงานวันเด็ก พี่ก็ได้แบ่งโครงการ หนูได้อยู่โครงการนักศึกษาฝึกงานครูบ้านนอก ส่วนตัวก็อยากเข้าโครงการนี้อยู่แล้ว เพราะเป็นโครงการที่ทำกิจกรรม ลงพื้นที่สักส่วนใหญ่ นี้ก็ 2 สัปดาห์กว่าๆที่ได้ใช้ชีวิตในมูลนิธิกระจกเงาแห่งนี้ รู้สึกว่าปรับตัวได้มากขึ้นแล้ว เพราะพี่ๆและเพื่อนๆต่างมหาวิทยาลัยเป็นกันเองมาก การเดินทางสหกิจศึกษาของหนูครั้งนี้ หนูคาดหวังหลายๆสิ่งคือ ต้องการประสบการณ์ องค์ความรู้ใหม่ๆที่นอกเหนือไปจากห้องเรียนสี่เหลี่ยม ต้องการที่จะฝึกฝน ศึกษา เรียนรู้ด้วยตนเอง เพื่อพัฒนาศักยภาพของตัวเองในด้านการใช้ชีวิตในสังคมที่กว้างขึ้น สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น ทุกรุ่น ทุกวัยได้ ชอบและปลื้มการทำงานที่นี่มากค่ะ และหวังว่าวันเวลาฝึกงานที่เหลือหลังจากนี้ หนูจะขอเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้มากที่สุดค่ะ

 

24.

มุตา

ข้อมูลส่วนตัว

นางสาววิภาดา อาจน้อย ชื่อเล่น มุตา

เกิดเมื่อวันที่ 9มีนาคม 2537อายุ 21 ปี

บ้านเลขที่ 59/22 หมู่ 8 ต.สำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง21130

กำลังศึกษาที่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม คณะวิทยาการสารสนเทศ

สาขานิเทศศาสตร์ เอกการประชาสัมพันธ์ ชั้นปีที่ 4

คติประจำใจ : อยู่กับปัจจุบัน

Facebook :Vipada Artnoi

Line ID : 0928819922

เสียงหัวใจที่ดังขึ้น

การที่ได้มาฝึกงานที่มูลนิธิกระจกเงาเป็นความฝันที่เป็นจริง เพราะยากมากในการที่จะมาที่นี่เพราะทางครอบครัวค่อนข้างเป็นห่วงเนื่องจากเป็นลูกคนเดียว ท่านไม่อยากให้เดินทางไกลแต่เพราะท่านเห็นว่าเราต้องฝึกงานท่านเลยให้โอกาสและเราก็หาเหตุผลจนท่านฟังและอนุญาตให้มาฝึกงาน พอทางครอบครัวได้อนุญาตแล้วด่านต่อไปก็เป็นทางมหาวิทยาลัยซึ่งอาจารย์ท่านเซ็นต์อนุญาตไปแล้วหนึ่งคนแต่อีกท่านหนึ่งยังไม่อนุญาต สุดท้ายก็หาเหตุผลจนได้มาฝึกงาน     ที่มูลนิธิกระจกเงา

มูลนิธิกระจกเงา(เชียงราย) มุตาได้ยินมาจากรุ่นพี่ที่รู้จักกันเล่าให้ฟังในการมาฝึกงานที่นี่ว่าได้ประสบการณ์มากมายรวมถึงได้ใกล้ชิดธรรมชาติ ได้อยู่บนเขาบนดอยซึ่งเป็นอะไรที่มีความสุขมาก พี่เค้ารู้ว่าเราชอบการทำงานแบบนี้เลยแนะนำให้มาเราก็เลยตั้งใจมุ่งมั่นเต็มที่ส่งมาฝึกงานที่มูลนิธิกระจกเงาอย่างเดียวเลย

และนี่คือเหตุผลจากหัวใจทั้งหมดที่มีอยู่เยอะมากแต่อธิบายไม่ถูก รวมๆแล้วสิ่งที่ได้มาก็คือความสุขที่เราได้รับทางใจ ได้รับความคิดดีๆ ประสบการณ์มากมายและมิตรภาพ

 

ความคาดหวังที่จะได้รับ

ความคาดหวังที่จะได้รับจากการฝึกงานที่มูลนิธิกระจกเงา คือ ประสบการณ์และมิตรภาพ

 

ความรู้สึกที่ได้มาอยู่

ตื่นเต้นดีใจรู้ดีและมีความสุขมาก เป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ได้แต่อิ่มใจมาก ที่ได้มาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติกับกลุ่มคนที่น่ารัก ขอบคุณค่ะสำหรับโอกาศในการได้เข้ามาฝึกงานที่่นี่

 

25.

เมบ์

ข้อมูส่วนตัว

นางสาว สมฤทัย เกตุเส็ง   ชื่อเล่น เมย์ อายุ 21 ปี

เกิดวันที่ 18 เมษายน 2537 ราศี เมษ ศาสนาคริสต์

มีพี่น้องทั้งหมด 2 คน เป็นลูกคนที่ 2

ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย คณะมนุษยศาสตร์

วิชาเอก ภาษาอังกฤษ (เฉพาะกิจ) วิชาโท ภาษาญี่ปุ่น

คติประจำใจ : Work hard, Play hard

Facebook : Nobuta Yuki’zz

Line ID : nobuta1412

 

” การตัดสินใจ บนเส้นทางที่เลือก “

จุดเริ่มต้นที่ทำให้ฉันได้มาฝึกงานในมูลนิธิกระจกเงาแห่งนี้ เพราะคิดว่าครั้งนึงในชีวิต อยากจะขอทำงานอะไรซักอย่างเพื่อสังคม ไม่อยู่ในกฎเกรณที่เคร่งครัด และได้ทดลองทำอะไรใหม่ๆ อยากใช้ชีวิตบ้านๆติดดิน และในที่สุดก็ได้มาทำในสิ่งที่อยากทำ รู้สึกประทับใจมากเพราะผู้คนที่นี่ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน รวมถึงเพื่อนๆที่ฝึกงานรุ่นเดียวกัน ถึงแม้เราจะอยู่กันคนละที่ คนละจังหวัด แต่เมื่อพวกเราได้ทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน แม้เป็นช่วงเวลาสั้นๆก็ทำให้พวกสนิทกันเร็วมาก สุดท้ายนี้ ฉันก็หวังว่าการทำงานในกระจกเงาของฉันตลอดระยะเวลาสามเดือนจะฝึกให้ฉันมีความอดทนและได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆมากกว่าที่เป็นอยู่

 

26.

น้ำ

น้ำ

27.

ดรีมดรีม