ฟันเฟืองขับเคลื่อนสังคม

      การเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางครั้งแรกของฉัน ในการไปจัดโครงการงานวันเด็กตามดอยต่างๆครั้งแรกที่รู้ก็รู้สึกดีใจและตื่นเต้นมากที่ได้ไปร่วมกิจกรรมนี้ด้วย เหมือนได้ไปทำงานและไปเที่ยวในเวลาเดียวกันเหมือนกับคำพูดที่ว่า  “ควรทำทุกที่ที่ทำงานให้เหมือนที่เที่ยว”  เราจะได้มีความสุขไปกับมันก่อนการเดินทางเราต้องมีการประชุมถึงกิจกรรมและหน้าที่ของของแต่ละคนมันสอนให้ฉันทำงานเป็นระบบและรู้จักการวางแผนก่อนการลงมือทำอะไรสักอย่างสอนให้รู้จักการทำงานเป็นทีมช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการเตรียมของขวัญเพื่อไปให้น้องถึงมันจะเหนื่อยและมีความวุ่นวายแต่ก็มีความสุขอย่างบอกไม่ถูกเพราะเราเปรียบเสมือนตัวกลางในการส่งมอบความสุขระหว่างผู้ให้และผู้รับซึ่งทำให้ฉันรู้ว่ายังมีคนอีกจำนวนมากที่อยากส่งต่อความสุขให้กับเด็กๆดูได้จากของบริจาคที่ทุกคนส่งมาร่วมกับโครงการถึงจะเป็นเพียงสิ่งเล็กๆแต่เป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่ของผู้รับการเดินทางไปบ้านห้วยศาลาสถานที่แรกถึงจะมีอุปสรรคทั้งลมทั้งผมถึงจะเหนื่อยแต่ก็มีความสุขและสนุกมากๆ

      เมื่อไปถึงบ้านห้วยศาลาเด็กๆน่ารักเป็นกันเองยิ้มเก่งมากบรรยากาศดีมากข้างหลังเป็นภูเขาในยามเช้าจะมีหมอกบางๆสดชื่น  เด็กๆที่นี้มีหลายชนเผ่าหลากหลายวัฒนธรรมหลากหลายภาษาทำให้ฉันได้เห็นอะไรใหม่ๆได้เจอประสบการณ์ใหม่ๆ วันนั้นได้เจอคุณยายแต่ตัวชนเผ่ามาส่งหลานที่โรงเรียนถึงคุณยายจะพูดภาษาไทยได้เล็กน้อย แต่คุณยายก็พยายามพูดคุยกับพวกเราอย่างสนุกสนานและเป็นกันเอง  เมื่อถึงเวลากิจกรรมที่เด็กรอคอเด็กๆให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมกันเป็นอย่างดีทุกคนได้รับของกันทั่วหน้าเด็กๆหน้าตาเบิกบานเห็นแล้วชื่นใจมีความสุข  “ที่ได้เป็นฟันเฟื่องเล็กๆในการขับเคลื่อนสังคม”  ถึงจะเป็นฟันเฟื่องเล็กแต่ถ้าทุกฟันเฟื่องเล็กๆช่วยกันทำงานทำหน้าที่ของตนและหันมาช่วยกันทำงานเพื่อสังคมกันมากขึ้นก็จะทำให้ประเทศของเราก้าวหน้าต่อไปไม่ติดกับดักประชากรเมื่อเสร็จกิจกรรมจากบ้านห้วยศาลา ก็เดินทางต่อไปที่บ้านถ้ำผาน้อย (สันมะกอกหวาน) เป็นหมู่บ้านชาวไทยใหญ่ ทางเข้าค่อนข้างลำบากชาวบ้านมีวิถีชีวิตทำไร่แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของสวนมีนายทุนเป็นเจ้าของและคนที่นี้อีกหลายคนที่ยังไม่ได้รับสัญชาติซึ่งยังเป็นปัญหาของคนที่นี้แต่คนที่นี้น่ารักใจดีมีการตอนรับเป็นอย่างดีดูแลพวกเราเป็นอย่างดีมีการหาที่นอนอาหารให้ถึงพวกเขาจะจนแต่พวกเขาก็ไม่เคยจนน้ำใจเด็กที่นี้น่ารักให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมเป็นอย่างดีผู้ใหญ่ที่นี้ก็มาร่วมงานกันดูแล้วทุกคนมีความสุขถึงจะมีความวุ่นวายในการแจกชองขวัญบ้างแต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดีเพราะเกิดจากความร่วมมือของทุกคนที่ช่วยกันจากกิจกรรมบ้านถ้ำผาน้อยทำให้ฉันเกิดข้อคิดใหม่ให้กับตนเองว่า

       “เราไม่ได้มาเป็นผู้ให้แต่เรามาเป็นผู้รับจากชาวบ้านมากกว่า  มารับความสุข ความสนุกสนานความมีน้ำใจความเป็นกันเองวัฒนาธรรมและวิถีชีวิตความเป็นอยู่การรู้จักช่วยเหลือผู้อื่น ความสุขนั้นไม่ได้กับเราเพียงคนเดียวแต่ยังเกิดกับสังคมที่เราอยู่” เมื่อเสร็จกิจกรรมก็เดินทางไปโรงเรียนห้วยห้อมคุณครูที่นี้ให้การตอนรับเป็นอย่างดีและเด็กที่นี้ยังขาดอุปกรณ์ในการเรียนเช่นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีแต่ใช้การไม่ได้และคุณครูก็มีจำนวนไม่เพียงพอแต่ได้ความช่วยเหลือจากมูลนิธิกระจกเงาในการให้คุณครูจากโครงการฟรีสคูลเข้าไปสอนการที่เด็กมีความรู้ก็จะทำให้เขาพัฒนาตนเองและเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคตเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศซึ่งเป็นความตั้งใจของมูลนิธิที่อยากให้ทุกคนได้รับสิทธิในสังคมอย่างเท่าเทียมกัน 

      ในการร่วมกิจกรรมเด็กดูมีความสุขสนุกสนานกับกิจกรรมพวกเราเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของเด็กๆเท่านี้พวกเราชาวมูลนิธิกระจกเงาและครูอาสาทุกท่านก็หายเหนื่อยแล้วก็ได้เวลาเดินทางต่อไปบ้านแม่ฝางหลวงวิวสองข้างทางสวยมากเมื่อรถไต่ไปตามเขาได้ทั้งความตื่นเต้นและกลัวไปในเวลาเดียวกันเมื่อถึงที่นี้อากาศตอนบ่ายจะร้อนตอนกลางคืนจะหนาวมากและได้รับการตอนรับเป็นอย่างดีจากคุณครูและชาวบ้านทุกคนที่นี้มีการนับถือความเชื่อแบบดั่งเดิมมีการนับถือผีและมีผู้นำทางความเชื่อทางจิตวิญญาณที่ทุกคนในหมู่บ้านให้ความเคารพนับถือแต่เป็นความเชื่อที่ดีที่สอนให้คนไม่ผิดลูกผิดเมียผู้อื่นสอนไม่ให้ขโมยใครที่ทำผิดผู้นั้นจะโดนไร่ออกจากหมู่บ้านจึงทำให้ชาวบ้านอยู่กันอย่างสงบสุขไม่มีปัญหา  ส่วนเศรษฐกิจที่นี้ค่อนค้างดีชาวบ้านมีการทำไร่ทำนาทำสวนเป็นของตัวเองสามารถดูแลตนเองได้ในบางส่วนนี้คือสุดเด่นของหมู่บ้านชาวละหู่ก่อนเดินทางกลับฉันได้ยินคำกล่าวที่ว่า “เราคือโจรที่ชอบปล้นความทุกข์จากชาวบ้าน”  ทำให้ฉันอยากเป็นจิตอาสาแบบนี้ต่อไปเลื่อยๆหลังจากนั้นก็ได้เวลาขบวนความสุขกำลังขับเคลื่อนไป

      โรงเรียนห้วยทรายเส้นทางคดเคี้ยวไปตามเขาขับกันไปอย่างสนุกสนานตามเส้นทางเป็นป่าไม้ที่ร่มรื่นชื่นใจและที่สำคัญหมู่บ้านนี้ไม่มีไฟฟ้าใช้และชาวเขาอีกจำนวนมากไม่มีสัญชาติเด็กๆและผู้ปกครองก็มาร่วมกิจกรรมกันมากมายจากกิจกรรมสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้ผู้คนที่นี้อย่างมีความสุขได้เวลาคาระวาลส่งต่อความสุขก็ได้เคลื่อนย้ายขบวนไปโรงเรียนไร่ส้มเป็นพื้นที่ที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าคนในสังคมเรายังมีคนอีกมากมายที่เสียสละความสุขสบายส่วนตัวเพื่อมาช่วยเหลือสังคมอย่างเช่นครูดาวที่นำเด็กๆไร้สัญชาติมารสอนหนังสือเพียงหวังแค่ให้เขาอ่านออกเขียนได้ช่วยเหลือตัวเองได้เท่านั้นก็พอในช่วงแรกๆอาจโดนต่อต้านจากชาวบ้านแต่ปัจจุบันได้รับการยอมรับและมีการจัดตั้งเป็นโรงเรียนจากกิจกรรมนี้สอนให้ฉันรู้ว่า  “จงทำตัวให้เป็นอิฐก้อนแรก”  การเดินทางครั้งนี้ให้ประสบการณ์อันล้ำค่าให้กับสอนวิธีการคิดและการดำเนินชีวิตใหม่ๆให้กับฉันเพราะการเดินทางคือการเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่ ของคุณมูลนิธิกระจกเงาที่ยิบยื่นโอกาสดีๆแบบนี้ให้พวกเราชาวนักศึกษาฝึกงานทุกคน

 

ภาพ/เรื่อง เล่าโดย  : บิว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *