บทเรียนบทใหม่แห่งชีวิต

          โลกใบนี้ถูกบรรจุทรัพย์สินมากมาย มีทั้งสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตปะปนกันไป ซึ่งตัวแปรสำคัญของโลกใบนี้ นั่นคือ ผู้คนที่มีมากหน้าหลายตาที่แตกต่างกันไป ด้วยความหลากหลายและความแตกต่างจึงเป็นตัวเชื่อมที่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีงาม เกิดการเรียนรู้ เกิดการแลกเปลี่ยน เกิดการแบ่งปัน แต่ในทางกลับกันก็อาจจะก่อให้เกิดความขัดแย้งในบางเรื่อง ซึ่งขึ้นอยู่กับตัวแปรนั้นๆ บริบทนั้นๆ ตัวฉันเองเป็นคนภาคใต้ ใต้สุดแดนสยาม

         ฉันอยู่ในพื้นที่สีแดง ที่ใครๆพูดขนานนามว่าเป็นสนามรบที่มีแต่สงคราม  แต่ฉันคิดว่าถ้าหากคนเราเข้าใจสัจธรรมแห่งความเป็นไป ชีวิตก็ไม่ได้อยู่ยาก แม้ว่าจะอยู่ที่ไหนๆย่อมมีปัญหาที่แตกต่างกันไป  แต่การเดินทางครั้งนี้มีหลายสิ่งที่สะดุดใจ ถือได้ว่าเป็นบทเรียนบทใหม่ของชีวิตที่ไม่เคยเรียนมาก่อน เพราะชีวิตแห่งความเป็นจริงยิ่งกว่าละคร เพราะละครบางเรื่องถูกสร้างมาจากชีวิตจริง

        ฉันเคยพลิกหนังสือเรียนเคยเปิดยูทูปดูสารคดีที่เนื้อหาในนั้นถูกบรรจุเรื่องราวของชาวเขา ชนเผ่ามาแล้วบ้าง แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก แค่รับรู้ว่าพวกเขาเป็นคนชาวเขาที่อาศัยอยู่บนดอยที่ห่างไกลจากความเจริญเรารับรู้แค่เพียงเท่านั้น ซึ่งการเดินทางในครั้งนี้เป็นการเปิดโลกทัศน์อีกใบหนึ่งให้กับตัวเองทำให้เราได้มองเห็นมุมมองอีกมุมหนึ่งที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ได้มีโอกาสจัดกิจกรรมวันเด็กสัญจรตะลอนดอย สุขสันต์วันเด็กแห่งชาติ ผู้ใหญ่ทุกคนล้วนเคยผ่านวัยเด็กมาก่อน วันนั้นทั้งวันเต็มไปด้วยความดีใจ ความน่าตื่นเต้น และเต็มไปด้วยรอยยิ้ม รอลุ้นรางวัลที่จะได้รับ ตามประสาเด็ก  แต่สำหรับเด็กดอย โอกาสที่เขาจะมีความสุขในวันเด็กแห่งชาติเปอร์เซ็นคงมีน้อยมาก “ ก็ฉันเป็นเด็กดอย ฉันอยู่บนยอดเขา ดูเหมือนว่ามีผู้คนมากมายที่จะมองเห็นฉัน เพราะฉันอยู่ในพื้นที่ที่สว่าง ที่มีพระอาทิตย์ส่องแสงลงมาก่อนใคร แต่ในความเป็นจริงฉันว่าฉันอยู่ในที่ไม่มีแสงไฟ ไม่มีพระอาทิตย์ส่อง ทุกทิศทางมีแต่ความมืดสนิท เงียบเหงา ว้าเหว่ เดียวดาย ไม่ต่างอะไรกับคนที่ถูกทอดทิ้ง ฉันก็เป็นเด็กที่ไร้เดียงสาที่รอคอยให้ผู้ใหญ่มาแต้มสีสันลงไป ”

 

เล่าเรื่องโดย : นางสาว การีหม๊ะ บาเหะ