รุสมีณี เจะอามะ

เมื่อเด็กใต้(แดนข้าวยำ) มาฝึกงานภาคเหนือ(แดนข้าวซอย)

myhome_22ก่อนอื่นก็ต้องบอกเลยว่าไม่เคยรู้จักมูลนิธิกระจกเงามาก่อนเลยว่า  ทำงานอย่างไร? ทำงานเพื่ออะไร? และตั้งอยู่ที่ใดบ้าง? มารู้จักอีกทีก็ตอนเพื่อนชวนไปฝึกงานด้วยกัน และในช่วงนั้นก็กำลังหาที่ฝึกงานอยู่พอดี โดยเราได้ตั้งเงื่อนไขในการฝึกงานไว้ว่า ต้องไกลบ้าน (ภาคเหนือก็ได้ ต่างประเทศก็ดี) ต้องไม่แบ่งกะ (เวลาทำงาน) และไม่สวมชุด Uniform ทำงาน และมูลนิธิกระจกเงา จังหวัดเชียงราย ก็ตอบโจทย์เงื่อนไขในการฝึกงานของเราได้ดี จากการที่ได้หาข้อมูลจากเว็บไซต์ของมูลนิธิกระจกเงา และสอบถามจากรุ่นพี่ที่เคยมาฝึกงานที่นี่ เนื่องจากว่าเราเป็นมุสลิม จึงค่อนข้างจะลำบากเรื่องอาหารการกิน แต่รุ่นพี่เขาได้บอกเราว่าเรื่องอาหารการกินไม่เป็นอุปสรรคเลย เพราะว่าที่นี่ได้แยกครัวมุสลิมไว้ต่างหาก และที่นี่มีความเคารพสิทธิของแต่ละศาสนาได้อย่างดี ก็ทำให้เรายิ่งอยากมาฝึกงาน และอีกอย่างถ้าหากไม่มาภาคเหนือในช่วงฝึกงาน ก็ไม่รู้ว่าเมื่อใดจะได้มีโอกาสมาอีก ก็เลยถือโอกาสนี้มาเที่ยวเชียงรายด้วย พอได้มาสัมผัสกับที่นี่แล้ว ความรู้สึกแรกคือ “นี่แหละ คือบรรยากาศ และสถานที่อยากมาอยู่สักครั้งในชีวิต” เนื่องจากบ้านเราอยู่ภาคใต้ ติดกับทะเล และปลูกบ้านติดๆกัน ไม่ค่อยมีต้นไม้ จึงไม่ค่อยได้รับบรรยากาศแบบธรรมชาติสักเท่าไหร่นัก คือทีนี่ยิ่งตอบโจทย์ชีวิตเราไปอีก วันแรกของการฝึกงานเป็นวันปฐมนิเทศเพียงแค่ครึ่งวันและตอนบ่ายพี่เขาก็ส่งเข้าโครงการ ซึ่งที่นี่มีหลายโครงการและโครงการที่เราอยู่คือ Eco-tour คือโครงการท่องเที่ยวชนเผ่า ซึ่งโครงการนี้จะทำงานร่วมกับอาสาสมัครชาวต่างชาติ และต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งกังวลมากเพราะทักษะการพูดภาษาอังกฤษของเราอ่อนมากกลัวว่าจะทำให้เขาเสียงาน โครงการ Eco-tour จะแบ่งเป็นสองประเภทคือ Indoor และ Outdoor และเราได้เลือกลง Indoor ก่อนแล้วค่อยสลับไป Outdoor ซึ่งงาน “Indoor” จะเป็นงานที่ต้องใช้ความคิดและความรู้ที่ได้เรียนรู้มาใช้จริงลักษณะของงาน Indoor ก็จะเป็นล่ามแปลภาษาให้กับอาสาสมัครชาวต่างชาติที่ไปสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียน, โรงพยาบาล และศูนย์เด็กเล็กต่างๆ ซึ่งงานลักษณะนี้จะต้องควบคุมเด็กหลายช่วงอายุต้องใช้หลากหลายวิธีการในการควบคุม และจะมีการทำกิจกรรมสันทนาการกับเด็ก เด็กๆมีหลายชนเผ่า ภาษาที่พูดก็จะแตกต่างกันแต่ละชนเผ่าเราได้เรียนรู้ภาษาเพิ่มเติมจากการสื่อสารและทำกิจกรรมกับเด็ก โดยกิจกรรมลักษณะนี้จะกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเด็ก, นักศึกษาฝึกงาน และอาสาสมัครชาวต่างชาติร่วมกัน งานลักษณะนี้จะเป็นงานที่ทดสอบความสามารถด้านภาษาอังกฤษของเรามาก ซึ่งเราต้องแปลสิ่งที่อาสาสมัครชาวต่างชาติสอนให้กับเด็กฟังเพื่อให้เข้าใจ และยังเป็นงานที่เราชอบ เป็นงานที่ท้าทายดี ตอนแรกเราคิดว่ายากนะ เพราะกังวลว่าฟังชาวต่างชาติพูดไม่เข้าใจ แต่พอได้ทำแล้วก็ไม่ได้กดดันอะไรมากมายนัก ไม่มีใครกดดันเรา ไม่มีใครมาสั่งให้เราทำ ทุกอย่างดูง่ายดายไปหมด งานทุกอย่างที่ได้ทำราบรื่นดี เราชอบมากกับการทำงานในลักษณะนี้ คือเราสามารถที่จะจัดการได้เองว่าอะไรที่เราควรทำ หลังจากนั้นก็สลับไป Outdoor ซึ่งงาน Outdoor ต้องใช้แรงและกำลังเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งงานลักษณะนี้จะเป็นงานเชิงพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่ตามหมู่บ้านต่างๆ เป็นงานที่มีความท้าทายกับชีวิตเรามากคือเราได้ทำอะไรหลายอย่างที่เราไม่เคยทำ ได้พบเจออะไรหลายอย่างที่เราไม่เคยเจอ งาน Outdoor จะมีการสื่อสารกับอาสาสมัครชาวต่างชาติมากกว่า Indoor เพราะเราต้องอยู่กับเขาตลอด เราต้องอธิบายในสิ่งที่เขาไม่รู้ เพื่อให้เขาเข้าใจในวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมในแต่ละชนเผ่า ว่าสิ่งใดที่ควรปฏิบัติและสิ่งใดไม่ควรปฏิบัติ และเป็นล่ามแปลภาษาให้กับชาวบ้านให้เข้าใจในสิ่งที่ชาวต่างชาติพูด และเป็นล่ามให้ชาวต่างชาติเข้าใจในสิ่งที่ชาวบ้านพูด เพื่อให้เกิดความเข้าใจระหว่างกัน และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาฝึกงาน, ชาวบ้าน และอาสาสมัครชาวต่างชาติ

สุดท้ายเราอยากบอกว่า “ขอบคุณมูลนิธิกระจกเงามาก” ที่ให้ประสบการณ์ใหม่กับเรา สถานที่แห่งนี้สอนอะไรเราหลายอย่าง เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆมากมายจากการได้ฝึกงานที่นี่ มูลนิธิกระจกเงา จังหวัดเชียงราย เป็นสถานที่ที่ตอบโจทย์ชีวิตในการฝึกงานของเรามาก เราชอบที่นี่มาก

“ความรู้ ทำให้เราทำงานได้ แต่ประสบการณ์ ทำให้เราทำงานเป็น”