จิราวรรณ บุญภา

13479355_706079969539045_1938219147_nความรู้สึกที่มีต่อ มูลนิธิกระจกเงา

            ครั้งแรกที่มาที่นี้ เหมือนมาโรงเรียนประจำ ทำให้ความรู้สึกเหมือน “ครั้งแรกที่ได้เข้า โรงเรียน” เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้ห่างจากบ้านมาไกลขนาดนี้ ไม่เคยคิดเลยว่าจะมาไกลถึงขนาดนี้ กลัวมากเพราะไม่รู้ว่าที่ที่เราจะมา ทุกคนในที่ทำงานจะเป็นอย่างไร เพื่อนร่วมงานของเราจะเป็นแบบไหน ความคิดในหัวมากมายเกิดขึ้น จนเคยคิดที่จะท้อว่าจะย้ายที่ทำงานดีไหม อยู่ไปเราจะมีความสุขหรือป่าว และสุดท้ายก็ตัดสิ้นใจที่จะฝึกงานที่นี้และวันแรกที่ได้มานอนที่บ้านเขียว นอนไม่หลับ และคืนพายุเข้า ฟ้าแลบแต่ล่ะครั้ง เหมือนเปิดไฟเลยทีเดียว ฟ้าร้องแต่ล่ะครั้ง เหมือนแผ่นดินสะเทือน เกือบรุ่งเช้า ทุกอย่างสงบลง แดดอ่อนๆตอนเช้า หมอกบางๆ อากาศเย็นจับใจ เป็นวันที่เริ่มต้นในการทำงานที่ดีจริงๆ

ประถมนิเทศครั้งแรก ฉันได้ทำงานฝ่าย ICT  และทำให้รู้จัเพื่อนใหม่มากขึ้น เราเริ่มสนิทกันมากมีอะไรเราก็จะมาร่วมพูดคุยกัน เริ่มมีเสียงหัวเราะ ใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม ที่ทุกคนมีรัก ความห่วงใยให้กันมากขึ้นมิตรภาพ ค่อยๆสร้างขึ้นมา เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนเมื่อเป็นคนในครอบครัวกัน ไม่ว่าจะกินข้าวด้วยกัน นอนด้วยกัน ไปเที่ยว ไปเต้น ทำงาน ลุยงานมาด้วยกันทุกอย่าง มันคือความสุขวันของฉัน ทำให้มีกำลังใจในการทำงานต่อไป ส่วนงาน ฝ่าย ICT นั้น ได้ทำงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เว็บไซด์นักศึกษาฝึกงาน เว็บกองทุนเด็กดอย และเว็บ 2519.net ส่วนใหญ่จะทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ไม่ค่อยได้ออกไปไหน นั่งง่วงอยู่ในสำนักงานทั้งวัน หลังเลิกงานก็จะชวนกันไปเล่นบอลเลย์บอล เต็มความแข็งแรงให้กบร่างกายของตัวเองแต่ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้ออกไปไหนหรอ ก็จะมีบ้างที่ได้ลงพื้นที่ ได้ไปสอนหนังสือเด็กๆตามโรงเรียน ตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองได้เป็นครูไปหนึ่งวัน ถึงแม้ว่าเด็กจะดื้อไปบ้าง สร้างความวุ่ยวาย แต่กลับมีรอยยิ้ม อย่างมีความสุข ออกพื้นที่ครั้งที่ 2 ได้ไปสร้างฝายร่วมกันที่หมู่บ้าน อันนี้ล่ะฉันชอบที่สุด เพราะว่ามันเป็นการไปลงพื้นที่กับเพื่อนๆครั้งแรกที่ไปด้วยกันเยอะที่สุด มันสนุกและมันส์มากที่สุดก็ตอนได้เล่นน้ำนี้ล่ะ เสียงหัวเราะดังไปทั่วป่า กับการเล่นน้ำช่ำเย็น มันคือความสุขที่เราทุกคนสร้างร่วมกัน และฉันเองก็เชื่อว่าทุกคนจะไม่มีวันลืม ครั้งที่ 3 เป็นการไปสร้างบ้านช่วยชาวบ้านที่ถูกภัยธรรมชาติ ถึงแม้จะเหนื่อยแต่ก็ภูมิใจมากที่ ได้ทำสิ่งดีๆ ได้ช่วยคนอื่นให้ได้มีความสุข และก่อนออกพื้นที่ครั้งสุดท้ายก็จะเป็นความทรงจำที่ได้สูญเสียเพื่อนร่วมงานที่จากไป โดยไม่มีวันกลับมาอีก เหมือนมันเป็นวันที่มีฝนและพายุเข้า แต่ฟ้าหลังฝนก็ย่อมสดใสเสมอ ครั้งสุดท้ายที่ได้ไปคือ ได้ไปในโครงการครูบ้านนอก ที่เชียงใหม่ บนดอยที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ แต่มันก็เป็นการเปลี่ยนชีวิตอีกอย่างหนึ่งไปในทางที่ดีขึ้น

พี่ๆที่กระจกเงาทุกคนเป็นเหมือนคนในครอบครัวที่ค่อยช่วยเหลือทุกอย่าง อย่างพี่สันไม่เข้าใจงานเรื่องอะไรก็จะค่อยให้คำปรึกษาที่ดี สอนทุกอย่างทุกเรื่องที่เราไม่รู้ก็อธิบายจนเราเข้าใจ พี่จะแสก็จะค่อยให้คำแนะนำในการใช้ชีวิต พี่บิ๋ม ก็จะเป็นที่ปรึกษาให้กับทุกๆคน ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรมา ไม่ว่าจะเป็นพี่แอน พี่สายลม พี่บอล และพี่ทุกๆคนในมูลนิธิ ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรพี่ก็จะช่วยเหลือเหมือนกับเราเป็นคนในครอบครัวเสมอมา พี่จิ๋มที่ทำกับข้าวให้ทานทุกมื้อ พี่นาทอ ที่สร้างเสียงหัวเราะให้เราตลอดมา ตอนที่ฉันตอบได้แล้วว่า สิ่งที่ฉันกลัวมาตลอด มันไม่ใช้อย่างที่คิดไว้เลย ที่นี้เป็นเหมือนบ้านอีกหลังที่อบอุ่น มีความรักที่คอยโอบกอดกันทุกคน ทุกๆคนที่นี้คือครอบครัว ฉันมีความสุขมาก และตัดสิ้นใจถูกแล้วที่เลือกมาฝึกงานที่นี้ “มูลนิธิกระจกเงา เชียงราย”