ศัญญา คาวี

myhome_1   ทุกอย่างคือการเรียนรู้…ทุกประสบการณ์จะสอนให้เราแข็งแกร่ง การเดินทางออกหาประสบการณ์ให้ตัวเอง ไม่มีใครรู้ว่าหนทางข้างหน้าที่เราต้องไปพบเจอนั้น จะเป็นเช่นไร จะดีหรือไม่ จะมีอุปสรรคมากน้อยแค่ไหน หากเพียงคุณคิดที่จะเดินข้าไปหาสิ่งนั้นแล้ว เราต้องเตรียมความพร้อมเพื่อจะรับมือกับสิ่งนั้นๆให้ได้ คนทุกคนย่อมมีความหวัง แต่หากสิ่งที่คุณคาดหวังนั้นมันไม่ได้เป็นไปตามสิ่งที่คุณคาดหวังล่ะ คุณจะรู้สึกอย่างไร ที่มีอะไรที่เพรียบพร้อมไปทุกอย่าง สิ่งแรกที่มองเห็นเส้นทางที่จะมุ่งเข้าสู่สถานที่ฝึกงาน มองดูข้างทางมีแต่ ต้นไม้ ป่า และภูเขา พร้อมกับเส้นทางที่ขลุขละ ขณะที่นั่งอยู่บนรถความคิดในหัวก็เริ่มผุดขึ้น เราจะเจอกับอะไรบ้างก็ไม่รู้ เราจะอยู่ได้ไหม อาหารการกินจะเป็นเช่นไร จากนั้นการเดินทางก็ดำเนินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งรถได้มุ่งเข้าสู่ “มูลนิธิกระจกเงา” สิ่งแรกที่มองหา คือ มองหาที่พักของเด็ก เพราะคิดมาโดยตลอดว่าในมูลนิธิต้องรับเลี้ยงเด็กแน่นอน แต่กลับไม่ได้มีอย่างที่คิด ทำให้เกิดอาการงงว่า สิ่งคิดที่คิดมานั้นไม่มี เจอกับสถานที่ที่รอบข้างที่มีแต่ป่าเขา ที่อยู่สำหราตัวเรานั้นไม่ได้ลำบากอะไรมากมาย แต่กับคนอื่นจะเป็นยังไงเราไม่รู้ว่ามาเจอสภาพแบบนี้ว่าจะเรียกว่าลำบากมากหรือไม่ ในการใช้ชีวิตการเริ่มต้นการทำงานวันแรก จากการเข้ารับฟังจากการอบรมฝึกงานเสร็จแล้วนั้น พี่ได้มอบงานให้ไปลงพื้นที่ทันที ซึ่ง ณ ตอนนั้นตกใจเล็กน้อยที่มาถึงปุ๊บ ได้เริ่มทำงานได้เลย แต่ก็รู้สึกดีใจมากที่พี่ได้ให้โอกาสได้เรียนรู้งานที่เร็ว พอเราได้ลงปฏิบัติหน้าที่จากพื้นที่จริงๆนั้น มันมีทั้งความเหนื่อยและความสุขในเวลาเดียวกัน เหนื่อยจากการเดินทางขึ้นเขา พอถึงเวลาปฏิบัติงานจริงๆแล้วนั้นสิ่งที่ได้เจอมันกลับทำให้เราหายเหนื่อยขึ้นมาทันที จากที่เห็นรอยยิ้มและการต้อนรับจากเด็กๆเหล่านั้น ทำให้เราทราบทันที่ว่า พวกเขาเหล่านี้กำลังรอคอยเรา เด็กในโรงเรียนทั้งหมดล้วนเป็นบุคคลไร้สัญชาติสัญชาติทั้งนั้น เด็กเหล่านี้ทำให้เราคิดทบทวนมองดูตัวเราเองแล้วทำให้รู้ว่าชีวิตที่เราบอกว่าเราลำบากนั้น มันยังน้อยกว่าที่เขาเหล่านี้ลำบากมากกว่า พวกเขาแทบจะไม่มีอะไรเลยด้วยซ้ำ เข้ารับการศึกษาได้ แต่จบมาไม่มีงานรองรับ ไม่มีใครอยากจะรับเข้าทำงาน เพียงเพราะเขาเหล่านี้เป็นคนไร้รัฐไร้สัญชาติ ซึ่งสาเหตุนี้อาจทำให้เด็กๆเหล่านี้ไม่มีกำลังใจแม้แต่จะเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น เพราะถึงแม้เขาจะเรียนจบไปแล้วก็ไม่สามารถได้ทำงานตามที่ต้องการเหมือนเดิม ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ยังมีเรื่องที่ทำให้เราประทับใจจบแทบจะต้องร้องไห้ออกมา สิ่งนั้นคือ ความคาดหวังของเด็กคนหนึ่งที่เขียนใส่กระดาษแผ่นเล็กๆว่า “อยากได้บัตรประจำตัวประชาชน” เมื่อเราได้ยินคำนั้นมันให้รับรู้ถึงความรู้สึกนั้นได้ทันที แม้กระทั่ง ณ ตอนนี้คำๆนั้นมันยังฝังอยู่ในความคิดอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเวลาที่ต้องลงพื้นที่ไปช่วยเหลือและให้ความรู้เด็กๆและชาวบ้านที่ยังคงไม่มีสัญชาติไทย ทุกครั้งคำพูดนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดเสมอมา จนกระทั่งการลงพื้นที่อีกครั้งมาถึง ซึ่งการไปในครั้งนี้ เราไปในนามของ “ครูบ้านนอก” หรือการไปเป็นครูอาสา ที่หมู่บ้านสันมะกอกหวาน ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีโรงเรียนที่เกิดสอนเด็กๆในหมู่บ้าน ครูอาสามาจากมากมายต่างที่หมายแต่มีปลายทางเดียวกัน และมีจิตใจพร้อมที่จะเข้ามาสานฝันให้กับโรงเรียนเล็กๆแห่งนี้ สิ่งเล็กๆน้อยๆสำหรับใครหลายๆคน แต่สำหรับใครบางคนสิ่งๆนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก ภาพรอยยิ้มของเด็กๆและชาวบ้าน ยังคงติดตาอยู่เสมอ เพียงระยะเวลาสั้นๆ ที่เราได้ใช้ชีวิตร่วมกับชาวบ้านและเด็กๆ เราสามารถสร้างความสุขให้กับคนเหล่านี้ จากสิ่งที่ทุกคนตั้งใจมอบให้ คนมอบหวังเพียงแค่ว่าสิ่งที่ทำนั้น จะทำให้เขาสามารถยิ้มอย่างมีความสุขได้ การเดินทางในครั้งนี้ ได้สอนอะไรหลายๆอย่างให้กับชีวิตของผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง ให้หัดที่จะก้าวเดินเปิดประสบการณ์ให้กับตนเองตลอดระยะเวลาที่ต้องเรียนการใช้ชีวิตฝึกงาน เพื่อฝึกประสบการณ์ของตัวเอง การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แน่นอนเราต้องเจอกับอะไรหลายๆอย่าง อาจเป็นทั้งสิ่งที่เราเคยทำหรือไม่เคยทำ เพราะฉะนั้นการเรียนรู้กับสิ่งรอบข้างนั้นเป็นสิ่งที่ดีมาก และสิ่งที่ทำมาตลอดระยะเวลาในการฝึกงาน จะยังคงอยู่ในความทรงจำของเราตลอดไป เพื่อเตือนให้ตัวเองรู้ไว้ว่า “ครั้งหนึ่งฉันเคยมาฝึกงานที่กระจกเงา”        

นางสาวศรัญญา  คาวี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *