ข่าวสารจาก stateless4child.net

Subscribe to ข่าวสารจาก stateless4child.net feed
Updated: 31 min 24 sec ago

ปัญหาเจ้าหน้าที่อำเภอ..ปฏิเสธรับคำร้อง

Thu, 2017-09-28 15:08
การติดตามและหนุนเสริมผู้ทรงสิทธิ ตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง ที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิเสธรับคำร้องโดยเจ้าหน้าที่อำเภอ   เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2560 ณ หมู่บ้านเด่น ต.แม่ข่า อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ปัญหาสถานการณ์เจ้าหน้าที่อำเภอ ปฏิเสธรับคำร้อง โดยมีลักษณะดังต่อไปนี้   1.เจ้าหน้าที่อำเภออ้างว่าปลัดหัวหน้าฝ่ายทะเบียนและบัตรไม่อยู่ รับคำร้องไม่ได้ 2.เจ้าหน้าที่อำเภอมีการเรียกพยานบุคคล เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นหลักในการรับยื่นคำร้อง   ขอลงรายการสัญชาติไทย ตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4)    พ.ศ.2551 3. ผู้ใหญ่บ้านไม่ยอมเป็นพยานรับรอง อ้างว่าลูกบ้านไม่มีถิ่นที่อยู่ในพื้นที่ปกครอง ผู้ยื่นรายใดที่    ผู้ใหญ่บ้านให้การรับรองนั้น ต้องมีผ่านประชาคมก่อนซึ่งเป็นมติเจ้าหน้าที่อำเภอกับกำนัน บ้าน   ได้ตั้งขึ้น ส่วนรายที่มีการจ่ายเงินก็ให้การรับรอง    ทันทีโดยไม่มีข้อแม้นใดๆ 4. เจ้าหน้าที่อำเภอให้ผู้ทรงสิทธิยื่นคำร้องใหม่เสมอๆ ทุกครั้งที่อำเภอโยกย้ายคนทำงาน 5. เจ้าหน้าที่อำเภอชอบอ้างว่าเอกสารหาย เช่น ผลการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม มีการเรียกไป           ตรวจแล้วตรวจอีก โดยไม่มีหนังสือจากอำเภอส่งไป  6. เจ้าหน้าที่อำเภอมีการเรียกรับผลประโยชน์โดยผ่านผู้ใหญ่บ้าน 7.เจ้าหน้าที่อำเภอมีการตรวจสอบเอกสารให้ แต่ไม่ยอมรับคำร้อง    ที่มา :                สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2560 เจ้าหน้าที่มูลนิธิกระจกเงาได้พาผู้ปกครองและเด็กไร้สัญชาติ จำนวน 6 ครอบครัว ยื่นคำขอลงรายการสัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 ตามที่อำเภอได้แจ้งไว้ให้ผู้ประสบปัญหามายื่นคำร้อง ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่รับผิดชอบมีเพียง 1 คน อีก 1 คน อ้างว่าไม่มาทำงานปรากฏว่าเจ้าหน้าที่อำเภอพยายามดึงเวลาด้วยการรับเอกสารและตรวจสอบชาวบ้านรายที่มาติดต่อใหม่ ทำให้รายที่นัดหมายไว้ไม่สามารถลงรับคำร้องในคอมฯ ได้ พยานที่พามาส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่บ้านและเพื่อนบ้านอีก 1 ราย รวมเป็น 2 ราย พยานทั้งสองนั่งรอพร้อมที่จะเซ็นรับรองปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ก็พยายามบ่ายเบี่ยงและเดินเข้าห้องน้ำบ่อยครั้ง ทำให้พยานที่พามาหลายคนกลับไปหมด พอจะรับคำร้องก็โทรตามผู้ใหญ่บ้านกลับมาอีกครั้งก็ไม่รับอีกดึงเวลาไปหลายครั้ง บางรายทำงานอยู่ต่างจังหวัดได้ยื่นคำร้องหลายครั้งแล้ว รอผู้ใหญ่บ้านมาเซ็นรับรองการลงรับคำร้องในคอมฯ เพียงอย่างเดียวแต่ก็ไม่ได้ลงรับคำร้อง  ต่อมาเจ้าหน้าที่มูลนิธกระจกเงาจึงได้เข้าไปปรึกษาหัวหน้าฝ่ายทะเบียนและบัตรขอให้รับคำร้องท่านก็บอกว่ารับให้ได้วันละ 5 คำร้อง แต่ทางเจ้าหน้าที่อำเภอก็ไม่รับสุดท้ายจึงได้ขอเข้าพบนายอำเภอ
              ขณะที่รออยู่หน้าห้องนายอำเภอนั้นนก็มีเจ้าหน้าที่มาเรียกแล้วพาไปห้องฝ่ายมั่นคง ปรากฏว่ามีหัวหน้าฝ่ายทะเบียนและบัตร หัวหน้าฝ่ายมั่นคง พร้อมกำนันผู้ใหญ่บ้านอีกจำนวน 4-5 คน นั่งเป็นวงกลม แล้วเชิญไปนั่ง นายอนิรุจน์ พิมพ์สราญ หัวหน้าฝ่ายมั่นคง กล่าวว่ามีกำนันผู้ใหญ่บ้านหลายคนโทรมาแจ้งว่าทางองค์กรบังคับให้มาวันนี้ ที่เรียกมาจึงหาทางออกร่วมกัน กึ่งพูดดีกึ่งข่มขู่ บอกว่าทางมูลนิธิเป็นนิติบุคคลหรือไม่มีหนังสือมอบอำนาจทำการแทน ที่ทางองค์กรมาชาวบ้านเขาติดต่อทางช่องทางไหน เห็นมั้ยคนต่างด้าวเหล่านี้ค้ายาเสพติดล่าสุดวันก่อนทางปลัดและกำนันจับยาได้เป็นแสนเม็ด  ทำไม่ใช่คนไทยที่แม้แต่ห้องส้วมก็ไม่มี ที่องค์กรมามีผลประโยชน์ร่วมหรือเปล่า กำนันจึงเสนอว่าจะประชาคมให้ชาวบ้านรับรองว่าผู้ยื่นมีถิ่นที่อยู่ชัดเจนในหมู่บ้านหรือไม่  ถ้ารับรองกำนันผู้ใหญ่บ้านยินดีเซ็นรับรองให้ ส่วนทางหัวหน้าฝ่ายมั่นคงจะตรวจสอบการเดินทางออกนอกพื้นที่ของกลุ่มผู้ยื่นดังกล่าวว่าได้อนุญาตตามระเบียบหรือไม่    ภารกิจ : 1. สร้างความเข้าใจผู้มีสิทธิยื่นคำร้องขอลงรายการสัญชาติไทย ตามมาตรา 7 วรรค 2 ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 16 กพ.2560  2. สร้างความเข้าใจบทบาทหน้าที่ของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น อำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ทรงสิทธิ องค์กรเอกชน  3. ชี้แจงแนวทางการให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมาย และเรื่องการมอบอำนาจในการดำเนินการแทน และผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขี้นตามมาหลังจากดำเนินการตามกฎหมาย และแนวทางการป้องกัน 4. สอบถามความสมัครใจชาวบ้านเรื่องที่จะมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิกระจกเงาดำเนินการแทนในเรื่องการพิสูจน์สถานะบุคคล            เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2560 เจ้าหน้าที่มูลินิธิกระจกเงาภายใต้โครงการคุ้มครองสิทธิเด็กไร้รัฐไร้สัญชาติ ได้เข้ามาช่วยติดตามและหนุนเสริมผู้ทรงสิทธิ ตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสองที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิเสธรับคำร้องโดยเจ้าหน้าที่อำเภอปฏิเสธรับคำร้อง 

"548 รายปฏิญาณตนเป็นคนสัญชาติไทย"

Mon, 2017-09-18 11:08

ในปี 2560 รัฐบาลมีนโยบายที่จะให้สถานะบุคคลเเก่บุตรของกลุ่มชนชาติพันธุ์ หรือบุตรของผู้ที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรและเกิดในราชอาณาจักรไทย ได้สิทธิ์ขอมีสัญชาติไทยให้ถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมายสัญชาติไทย และเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงได้ขอความเห็นชอบต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้กระทรวงมหาดไทยสามารถอนุมัติให้บุตรของคนไร้รัฐ หรือไร้สัญชาติ ที่เกิดในราชอาณาจักรไทยและมีบิดามารดาได้อยู่อาศัยในราชอาณาจักรไทยติดต่อกันมาเป็นเวลานานไม่น้อยกว่า 15 ปี ได้สิทธิ์ขอมีสัญชาติไทยตามกฎหมายสัญชาติมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง

ต่อมา เมื่อ 12 กันยายน 2560 เวลา 09.30 น. นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีปฏิญาณตนเป็นคนสัญชาติไทย และมอบบัตรประจำตัวประชาชน สำหรับบุตรของชนชาติพันธุ์ หรือบุตรของผู้ที่อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่ก่อนปี 2542 และมีคุณสมบัติเป็นคนสัญชาติไทยตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนดดังกล่าวข้างต้น จำนวน 548 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียน นักศึกษา และบางรายได้รับทุนการศึกษาต่อต่างประเทศ กำลังจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศด้วย โดยปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวให้โอวาทแก่ผู้ได้รับอนุมัติสัญชาติไทยในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ณ ศาลาประชาคมอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยเน้นย้ำให้ผู้ได้รับสัญชาติไทยครั้งนี้ ตั้งใจเล่าเรียนศึกษา และประพฤติปฏิบัติตามกฎหมายตลอดจนศีลธรรมอันดีของสังคม เพื่อเป็นพลเมืองดีของชาติไทยต่อไป

ในการนี้ ผู้ได้รับอนุมัติสัญชาติไทยได้กล่าวคำปฏิญาณตนต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และร่วมร้องเพลงชาติไทย เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อประเทศไทยและสถาบันพระมหากษัตริย์

ในโอกาสนี้ นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ข้าราชการ และผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) จำนวน 6 องค์กร ได้แก่ มูลนิธิเครือข่ายสถานะบุคคล คสบ. (the Legal Status Network Foundation - LSNF) , ศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชน (the Development Center for Children and Community Network - DCCN) , โครงการพัฒนาสิทธิ์ในสังคม (the Social Life Project - SLP) , มูลนิธิพัฒนาลาหู่ในประเทศไทย (Thailand Lahu Development Foundation - TLDF) , องค์กรยุติธรรมนานาชาติ (the International Justice Mission - IJM ) , และคริสตจักรภาคที่ 19 สภาคริสตจักรประเทศไทย (the 19th District of the Church of Christ in Thailand) ที่ได้มาร่วมงานกับเจ้าหน้าที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนในการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลของนักเรียน นักศึกษาเหล่านี้ ก็ได้เข้าร่วมในพิธีดังกล่าวนี้ด้วยเป็นจำนวนมาก

 

แหล่งข้อมูล  : http://www.nationtv.tv/main/content/social/378569138/

ผลงานการแก้ไขปัญหาคนไร้รัฐไร้สัญชาติตามนโยบายรัฐบาลไทยที่จังหวัดแม่ฮ่องสอง มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด 548 คน

มท.กำหนดฐานะ-เงื่อนไขคนไร้สัญชาติอยู่ไทยไม่ผิดก.ม.

Tue, 2017-09-05 14:08
เมื่อวันที่ 4 ก.ย. นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้ออกกฎกระทรวงกำหนดฐานะและเงื่อนไขการอยู่ในราชอาณาจักรของผู้เกิดในราชอาณาจักรไทยซึ่งไม่ได้สัญชาติไทย พ.ศ.2560 ออกตามความในมาตรา 7 ทวิ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 ซึ่งลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนที่ 85 ก เมื่อวันที่ 17 ส.ค.  ที่ผ่านมา เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องสัญชาติและสถานะของเด็กและบุคคลผู้ไร้สัญชาติที่เกิดในราชอาณาจักรไทย โดยให้สิทธิอาศัยอยู่ในประเทศไทยได้โดยไม่ต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาเป็นคนต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยสาระสำคัญคือ กำหนดให้ผู้เกิดในราชอาณาจักรไทยซึ่งไม่ได้สัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ วรรคหนึ่ง ให้มีฐานะการอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยเช่นเดียวกับบิดาหรือมารดา โดยยกเว้น 2 กรณี คือ กรณีที่ 1 ผู้เกิดจากบิดาและมารดาซึ่งเป็นคนต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ให้มีฐานะเช่นเดียวกับบิดาและมารดา และผ่อนผันให้อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยได้เป็นกรณีพิเศษ เพื่อรอการส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักรพร้อมบิดาหรือมารดา กรณีที่ 2 เด็กกำพร้าซึ่งหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีหนังสือรับรอง ให้ได้รับการผ่อนผันให้อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยได้เป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย    ในกรณีที่ฐานะการอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยของบิดาและมารดา หรือบิดาหรือมารดา สิ้นสุดลง ให้ฐานะการอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยของผู้เกิดในราชอาณาจักรไทยซึ่งไม่ได้สัญชาติไทยนั้นสิ้นสุดลงด้วย เว้นแต่ผู้นั้นมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ให้คงฐานะการอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยต่อไปได้ ได้แก่ 1.มีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปี หรือบรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส 2.ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศที่บิดาหรือมารดามีหรือเคยมีภูมิลำเนาหรือเคยอาศัยอยู่ได้ตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด 3.มีผู้ปกครอง สามี ภรรยา หรือบุตร เป็นผู้มีสัญชาติไทย 4).มีภูมิลำเนาเป็นหลักแหล่งในราชอาณาจักรและพำนักอยู่ในราชอาณาจักรอย่างต่อเนื่อง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง5.อยู่ระหว่างการศึกษาในสถานศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการรับรอง 6.เป็นผู้ที่ได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคม       นอกจากนี้ ในกฎกระทรวงฯ ได้ระบุถึงลักษณะที่อาจทำให้ถูกเพิกถอนฐานะการอาศัยอยู่ในราชอาณาจักร ตามความในข้อ 4 ระบุว่า ผู้เกิดในราชอาณาจักรไทยซึ่งไม่ได้สัญชาติไทยและมีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปี อาจถูกเพิกถอนฐานะการอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรได้ เมื่อปรากฏว่า 1.กระทำการใด ๆ อันเป็นการกระทบกระเทือนต่อความมั่นคง 2.กระทําการใด ๆ อันเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะรัฐมนตรีผู้รักษาการตามกฎหมายโดยข้อเสนอแนะของคณะกรรมการกลั่นกรองเกี่ยวกับสัญชาติ อาจสั่งเพิกถอนฐานะการอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยของบุคคล หรือสั่งให้ผู้นั้นอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยต่อไปก็ได้ ทั้งนี้ โดยคํานึงถึงความมั่นคง ประโยชน์ของรัฐ และสิทธิมนุษยชนประกอบกัน....

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/politics/596196

นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้ออกกฎกระทรวงกำหนดฐานะและเงื่อนไขการอยู่ในราชอาณาจักรของผู้เกิดในราชอาณาจักรไทยซึ่งไม่ได้สัญชาติไทย พ.ศ.2560 ออกตามความในมาตรา 7 ทวิ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 ซึ่งลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนที่ 85 ก เมื่อวันที่ 17 ส.ค.  ที่ผ่านมา เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องสัญชาติและสถานะของเด็กและบุคคลผู้ไร้สัญชาติที่เกิดในราชอาณาจักรไทย

เส้นตาย ! เปิดต่ออายุ "แรงงานต่างด้าว" กลุ่มบัตรชมพู

Mon, 2017-09-04 09:47

นายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้แรงงานลาวที่ถือบัตรชมพูมี 2 กลุ่มคือ กลุ่มประมงทะเลและแปรรูปสัตว์น้ำ บัตรหมดอายุ 1 พฤศจิกายน 2560 และกลุ่มแรงงานทั่วไป บัตรหมดอายุ 31 มีนาคม 2561 ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มนี้จะต้องเข้ารับการปรับสถานภาพเพื่อรับเอกสารรับรองบุคคล (CI) และ Work Permit Card (WP) ของทางการลาวให้แล้วเสร็จก่อนบัตรหมดอายุ โดยทางการลาวกำหนดเดินทางมาปรับสถานภาพแรงงานในประเทศไทยที่ศูนย์การค้าไอทีสแควร์ หลักสี่ กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2560 – 15 มีนาคม 2561 โดยจะหยุดให้บริการวันอาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ตามราชการไทยและวันชาติลาว (2 ธันวาคม 2560) เท่านั้น จึงขอให้แรงงานลาว โดยเฉพาะกลุ่มประมงทะเลและแปรรูปสัตว์น้ำ รีบไปดำเนินการปรับสถานภาพให้แล้วเสร็จก่อนบัตรหมดอายุคือวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560

 

นายวรานนท์ กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนคือ 1. แรงงานลาวไปติดต่อที่สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อขอหนังสือรับรองการออกนอกพื้นที่ไปตรวจสัญชาติในราชอาณาจักร และจองคิวเลือกวันที่สะดวกในการเข้ารับการปรับสถานภาพที่ศูนย์การค้าไอที สแควร์ เอกสารที่ใช้คือ 1) บัตรสีชมพู 2) ใบนัดคิว 3) หนังสือรับรองการออกนอกพื้นที่ 4) เอกสารส่วนบุคคลอย่างใดอย่างหนึ่งที่สามารถบ่งบอกว่าเป็นพลเมืองลาวเพื่อยืนยันตัวตน เช่น ใบขับขี่ บัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน เป็นต้น มีค่าธรรมเนียมและค่าบริการออกเอกสาร CI เป็นเงินสดจำนวน 2,000 บาท ผู้ติดตาม 400 บาท และค่าบริการตรวจลงตราวีซ่า 500 บาท ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นการปรับสถานภาพ แรงงานลาวจะได้รับเอกสาร CI และ Work Permit Card (WP) ของทางการลาว

 

2. แรงงานลาวไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลหรือศูนย์บริการสาธารณสุข ค่าบริการ 500 บาท ไม่ต้องทำประกันสุขภาพแต่อย่างใด 3. แรงงานลาวนำเอกสาร CI บัตรสีชมพู และ Work Permit Card (WP) ของทางการลาวกลับไปติดต่อขอใบอนุญาตทำงานที่สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดในท้องที่ที่เป็นสถานที่ทำงานของแรงงานภายในระยะเวลา 15 วัน ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต 100 บาท กรณีทำงานกับนายจ้างเดิม หากเปลี่ยนนายจ้างใหม่เสียค่าธรรมเนียม 1,000 บาท ทั้งนี้ กลุ่มแรงงานประมงทะเลและแปรรูปสัตว์น้ำจะได้รับอนุญาตให้ทำงานได้ถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 และกลุ่มแรงงานทั่วไปได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2561 จากนั้นทั้งสองกลุ่มสามารถตรวจลงตราวีซ่าทำงาน(Visa Non Immigrant L-A) และอนุญาตการทำงานได้อีก 2 ปี

 

นายวรานนท์ กล่าวว่า ศูนย์ปรับสถานภาพแรงงานลาวที่จัดตั้งในครั้งนี้ให้บริการเฉพาะกลุ่มที่ถือบัตรสีชมพู 2 กลุ่มเท่านั้นคือกลุ่มประมงทะเลและแปรรูปสัตว์น้ำกับกลุ่มแรงงานทั่วไป ซึ่งจำเป็นต้องมาดำเนินการปรับสถานภาพตามวันเวลาที่กำหนดหากไม่ได้ดำเนินการใดๆ จะต้องกลับประเทศ และกลับมาทำงานใหม่ในรูปแบบ MOU สอบถามรายละเอียดและติดต่อได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือโทร.สายด่วน 1694

 

แหล่งที่มา : http://www.banmuang.co.th/news/politic/89138

กระทรวงแรงงานเตือน "แรงงานลาว" กลุ่มบัตรชมพูประเภท" จ่อหมดอายุ รีบต่ออายุใบทำงาน เริ่มวันที่ 28 ส.ค. – 15 มี.ค. 2561 หากไม่ดำเนินการ ต้องกลับประเทศ ก่อนกลับมาทำงานใหม่ในรูปแบบ MOU

"หม่อง ทองดี" ห่วง 2 เด็กไร้สัญชาติ อดชิงแชมป์แข่งพับเครื่องบินกระดาษ

Thu, 2017-08-24 10:06
เร่งหาทางช่วย 2 เด็กไทยไร้สัญชาติจากเชียงใหม่ หลังติดเข้ารอบเป็นตัวแทนของภาคเหนือ เข้าแข่งขันเครื่องบินพับกระดาษชิงแชมป์ประเทศไทย ในวันที่ 27 ส.ค.นี้ พ่อแม่ยื่นขออนุญาตออกนอกพื้นที่ เพื่อไม่ให้เสียโอกาส ลุ้นองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติเห็นใจ   การแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 14 ปีนี้ ในภาคเหนือ มีเด็กไร้สัญชาติและไม่มีสถานะบุคคลตามกฎหมาย ผ่านรอบคัดเลือก ระดับภูมิภาค ถึง 2 คน      วันนี้ (22 ส.ค.2560) นางโหม่ และสามี แรงงานข้ามชาติสัญชาติเมียนมา ตัดสินใจทิ้งรายได้รายวันกว่า 700 บาท เดินทางมายังที่ว่าการอำเภอสันทราย จ.เชียงใหม่ เพื่อขอใบอนุญาตออกนอกพื้นที่ให้กับบุตรชายทั้ง 2 คน ซึ่งไร้สัญชาติ และไม่มีสถานะบุคคลตามกฎหมาย หลังผ่านเข้ารอบคัดเลือกเป็นตัวแทนระดับภูมิภาค เพื่อเข้าแข่งขันพับเครื่องบินกระดาษ ซึ่งจะต้องไปแข่งชิงแชมป์ประเทศไทย ในวันที่ 27 ส.ค.นี้ ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็คเมืองทองธานี   นางโหม่ ผู้เป็นแม่เล่าว่า หลายปีก่อนโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ที่บุตรชายเคยศึกษา ได้ยื่นขอรับรองสถานะบุคคลตามกฎหมายการทะเบียนราษฎร ประเภทนักเรียนนักศึกษาไร้สัญชาติในสถาบันการศึกษาไทยให้กับบุตรชายทั้ง 2 คนแล้วแต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของการเดินทางออกต่างจังหวัด หลังทั้งคู่ตั้งใจฝึกซ้อมนานกว่า 2 เดือน ซึ่งเป็นความหวังของครอบครัวและทางโรงเรียน         "แม่ตั้งใจทำงานเก็บเงินให้เข้าได้ไปเรียนและได้ไปเพราะเป็นโอกาสของน้อง" นางโหม่ บอก ส่วน ด.ช.แสงทาน บอกว่า อยากชนะ อยากให้โรงเรียนมีชื่อเสียง อยากให้ครูภูมิใจในตัว เพราะครูได้พาไปฝึกสอน   ด้านนายหม่อง ทองดี ในฐานะหนึ่งในผู้เข้าแข่งขัน และเป็นผู้ฝึกสอนพับเครื่องบินกระดาษ ซึ่งเคยประสบปัญหาคล้ายกันเมื่อหลายปีก่อน มองว่าแม้จะเดินทางไปยังสถานที่จัดงานได้ แต่ความพยายามทั้งหมดอาจสะดุดลงทันที หากองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นผู้จัดงาน ยึดตามข้อกำหนดที่ต้องยื่นหนังสือรับรองสถานะตัวบุคคลที่ออกโดยกระทรวงมหาดไทยก่อน จึงจะสามารถเข้าร่วมแข่งขันได้   ล่าสุด หลายหน่วยงานที่ทราบปัญหาอยู่ระหว่างหารือถึงแผนในการช่วยเหลือ และติดต่ออธิบายข้อจำกัดของนักเรียนไร้สถานะทั้ง 2 คน ให้คณะกรรมการผู้จัดงานทราบในเบื้องต้นแล้ว และหากไม่เป็นผลจะประสานให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเข้ามาดำเนินการช่วยเหลือ พร้อมกับผลักดันให้เร่งพิจารณารับรองสิทธิให้กับเด็กที่ไร้สถานะทางบุคคลหรือเด็กติด G ให้เข้าสู่ทะเบียนประวัติประเภทบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนในลำดับต่อไป   แหล่งที่มาข่าว : http://news.thaipbs.or.th/content/265443

เร่งหาทางช่วย 2 เด็กไทยไร้สัญชาติจากเชียงใหม่ หลังติดเข้ารอบเป็นตัวแทนของภาคเหนือ เข้าแข่งขันเครื่องบินพับกระดาษชิงแชมป์ประเทศไทย ในวันที่ 27 ส.ค.นี้ พ่อแม่ยื่นขออนุญาตออกนอกพื้นที่ เพื่อไม่ให้เสียโอกาส ลุ้นองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติเห็นใจ

สำหรับเจ้าหน้าที่

   

จำนวนผู้เข้าชม

เริ่มนับตั้งแต่ วันที่ 1 ก.ค. 2554